คนไทยเรานิยมกินข้าวนอกบ้าน โดยเฉพาะร้านขาประจำที่ปากซอย ท้ายซอย หรือแม้แต่ต้องขับรถไปไกลแสนไกล การจราจรติดขัด เลี้ยววกวน ก็ยังไถลไปกินกัน(เป็นประจำ)
แต่ข้าฯขอเตือนว่าพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่านอย่างยิ่ง เพราะกินร้านเดิม ก็ได้สารพิษเดิม ที่ตอกย้ำอาการเพิ่มขึ้นทุกคำที่เคี้ยว โดยเฉพาะวันนี้อาหารบ้านเราเต็มไปด้วยสารพิษอันตกค้างมาแต่ต้นทางการผลิต ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ผัก ปลา หมู กุ้ง ไก่ แม้น้ำซ็อสต่างๆ ยังผงชูรสในรูปแบบต่างๆ
ดังนั้นจึงใคร่ขอเสนอเตือนมาว่า...ให้กินอาหารจากร้านต่างๆ สัก 5 ร้านเป็นอย่างน้อย สลับเวียนกันไป
วิธีการนี้จะทำให้เราไม่สะสมสารพิษชนิดเดียวกันซ้ำๆ เดิม (หรือวิธีการผลิตอาหารแบบเดิม ที่สกปรกเฉพาะตน) โอกาสที่สารเคมีที่ต่างกัน เชื้อจุลินทรีย์ที่ต่างกัน จะหักล้างกันเองให้กลายเป็นกลางมีมากขึ้น การเกิดโรคในร่างกายเราก็น้อยลง ทั้งนี้สมมติว่าร้านต่างๆ ใช้วัตถุดิบ หรือ ยี่ห้อน้ำซ้อส ผงชูรส ที่ต่างกัน และวิธีการล้าง ปรุง แต่งอาหารที่ต่างกัน ซึ่งโดยธรรมชาติมันต้องต่างกันอยู่แล้ว เช่น บางร้านผัดไฟแรง บ้างร้านผัดไฟอ่อน เป็นต้น บางร้านอาจล้างผักด้วยสารเคมีบางตัว (เช่น ด่างทับทิม) บางร้านไม่ล้างเลย (ประหยัดเวลา และ ประหยัดน้ำ ) ซึ่งเราไม่เคยเห็นในเบื้องหลังการทำครัวของร้านต่างๆ บางร้านไม่เคยล้างเขียงเลยก็มี เชื้อราขึ้นเกาะดำเขียว ซึ่งถ้าเรากินร้านนี้ประจำก็ลองคิดดูว่าเราจะสะสมจุลินทรีย์ตัวเดิมๆ มากขึ้นทุกวัน
ถ้าจะให้ดีทำอาหารเอง และ ปลูกเองมันไปเลย วันนี้เราต้องดูแลตัวเองให้มาก เพราะรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเขาไม่สนใจสุขภาพประชาชนมากเท่าสุขภาพของบัญชีเงินฝากธนาคารของพวกเขาหรอก
...คนถางทาง
ใช่ค่ะท่าน มัวแต่ห่วงบัญชีของตัวเองจนลืมประชาชน อย่างนี้ต้องประท้วงโดยการไม่เสียภาษีซะให้เข็ด ฮึ่ม........
กินอาหารเจ้าประจำ ระวัง "ไตวาย" (ตายไว)
ผมเคยไปจอดรถซื้อ ข้าวผัดกระเพรา และ บะหมี่แ้ห้ง ของร้านหนึ่ง ริมถนน มันอร่อยกว่าร้านอื่นๆมาก เสียแต่ว่าโคตร สกป. เขียงไม่เคยเช็ด (อย่าว่าแต่ล้าง) ผักก็ดูเหมือนไม่ล้าง เช่น ผักบุ้งก็ตัดหั่นจากกำที่ซื้อมาจากตลาดสด แมงวันก็ตอมหึ่ง คูน้ำเน่าอยู่หน้าร้าน ...วันนี้ตัดใจ ไปร้านฝั่่งตรงข้าม ไม่หร่อยเท่า แต่สะอาดพอควร ดูเหมือนไม่ใส่ผงชูรสด้วย เพราะกินแล้วไม่มีเสลดติดคอ (ผมเป็นคนแพ้ mono sodium glutamate ถ้ามีเป็นเสลดล้นคอหอย บางที่อ้วก)
กินก็ตาย..ไม่กิน..ก็ตาย...อิอิ..( มิน่า..สุขภาพดี..ตรง..บัญชีเงิน..ฝาก..๕๕๕)...อ้ะะๆๆ..ยายธี
ขอ มองต่างมุม ว่าไม่จริงค่ะ ที่ อาจารย์ว่า
กระทรวงสาธารณสุขเขาไม่สนใจสุขภาพประชาชนมากเท่าสุขภาพของบัญชีเงินฝากธนาคารของพวกเขาหรอก
โดยเฉพาะ ทำงานกับเจ้ากน้าที่ ของ โรงพยาบาลบ้านนอก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล จะเห็นการทำงานทุ่มเท และนวตกรรมมากมาย ที่สร้างมาเพื่อสุขภาพชุมชน
ขอ อภัย ที่ไม่เห็นด้วยนะเจ้าคะ
อยากมาช่วยยกมือสนับสนุนคุณหมอ
ด้วยค่ะว่า ทางหน่วยราชการเขาก็พยายามที่จะช่วยเรามากขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ แต่พวกเราเองก็ต้องช่วยกันใช้มาตรการต่างๆที่เขามีไว้เป็นเครื่องมือของเราให้เป็นประโยชน์ คนขายของเขาก็ต้องกินเหมือนกัน ถ้าเขามีความรู้มากขึ้นที่จะทำให้ดี (แต่เราก็ต้องช่วยกันแนะนำด้วยมิตรไมตรีกับร้านที่เราคุ้นเคย) เขาน่าจะยินดีทำอยู่แล้วนะคะ การทำให้ดีมีคุณค่าหลายๆวิธีลดต้นทุนด้วยซ้ำนะคะ ความเปลี่ยนแปลงไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากนักถ้าเราคิดจะช่วยกันทำค่ะ คนดีๆในหน่วยงานพวกนี้มีมากนะคะ อย่าให้คนไม่ดีจำนวนน้อยๆมาทำให้ภาพลักษณ์ทั้งหมดขององค์กรเขาถูกเหมาไปด้วยเลยนะคะ เข้าใจว่าอาจารย์ คนถางทาง คงเจอระดับ"บิ๊ก"ที่สมองไม่"บิ๊ก"ตามไปด้วยจนฝังใจแน่ๆเลย
ใชท่าน โอ๋... ผมก็เจอพวกบิ๊กๆ นี่แหละ รับดับอธิบดี หัวหน้าหน่วยงานระดับประเทศหลายคน อีกทั้งการอบรมร้านอาหารให้ทำอาหารสะอาดนั้นมันง่ายนิดเดียว แ่ต่ไม่ทำ ดีแต่เอาป้าย clean food good test ไปแปะ ซึ่งผมไม่เห็นว่ามันสะอาดตรงไหน ติดกันนานจนหยากไย่ เขม่าเตาติดเกาะเต็มป้าย มันยังไม่เช็ดทำความสะอาดป้ายเลย
ขอบคุณคับ