กิมจิ สูตรถางทาง (๒ ..เร็วกว่าเดิม ๑๐ เท่า แถมหร่อยกว่าด้วย)
ผมได้โพสต์สูตรกิมจิไว้แล้ว เน้นที่การหมักแห้ง ไม่หมักเปียกแบบสูตรปกติ วินี้มีมุกใหม่มาเสนออีกแว้ว
สูตรหมักผักกิมจิ ส่วนใหญ่ ใช้วิธีหมักเกลือผสมน้ำ (หมักเปียก) แต่สูตรคนถางทาง คราวก่อน เสนอแนวคิดใหม่ว่าให้ “หมักแห้ง “ (ทดลองแล้ว ได้ผลดีกว่าหมักเปียกมาก อร่อยกว่า ประหยัดกว่า ได้สารอาหารมากกว่า ) ...แต่ไม่ว่าจะหมักเปียก หรือหมักแห้ง ก็มักใช้เวลามาก เป็นชั่วโมง บางที่เป็นวันไปโน่น
วินาทีนี้มาได้คิดว่าทำไม ไม่หมักแห้งแบบยิ่งยวดไปเลย
...วิธีการคือ เอาหัวผักกาดขาวมาผ่าสี่ แล้วเอาไปรีด โดยเครื่องรีดลูกกลิ้ง แบบรีดปลาหมึกปิ้ง ให้แบน (หรืออาจมีวิธีการอื่นที่เท่าเทียมกัน เช่น ตำด้วยครก รีดด้วยไม้กลมที่รีดทำขนมปัง ) การรีดนี้จะทำให้น้ำในผักหลั่งออกมาหมด จนผักแฟบ (ผักพวกนี้เชื่อไหมว่า มีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณกว่า ๙๐ %) จากนั้นเราเอาน้ำนี้ (ซึ่งมีสารอาหารจากผักปนอยู่มาก ) ไปผสมกับเครื่องปรุง ประกอบด้วย เกลือ พริก กระเทียม หอมเขียว ขิงซอย หอมแดง ซอสมะเขือเทศ ข้าวคั่ว และอื่นๆ ตามแต่จะจินต์กันไป (แต่กระเทียมกับเกลือ คงต้องมีเสมอ เพื่อการหมักให้เค็ม เปรี้ยว และฆ่าเชื้อโรค)
จากนั้นเอาน้ำที่ว่านี้ไปราด ไปคลุกกับผัก ที่ถูกรีดน้ำออกหมดแล้ว เค้นขยำให้เข้ากันดี จากนั้นเอาไปอัดลงขวดโหล โดยใช้วิธีการอัดแน่นแบบโหดของผมได้เลย (ดังที่โพสต์ไว้แล้ว)
วิธีนี้จะทำให้กระบวนการเริ่มต้นรวดเร็วกว่าเดิมมาก 10 เท่า (แทนที่จะเป็นสองชม. กลายเป็น 12 นาที ก็เสร็จแล้ว วิธีการเดิมหมักให้ผักหดตัว คายน้ำออก แต่วิธีนี้ เราคั้นน้ำมันออกมาเลย ด้วยแรงบีบรีด)
ส่วนกระบวนการหมัก ก็จะเร็วขึ้นสิบเท่าอีกด้วย เพราะน้ำหมักเข้มข้นจะซึมเข้าจากภายนอกสู่เนื้อในผักได้เร็วขึ้น จากความแตกต่างด้านความเข้มข้น และความชื้น ระหว่างภายนอกกับภายในเนื้อผัก (หลักการพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์)
นอกจากนี้ยังประหยัดแรงอัดแน่นในขวดโหล เพราะผักมันถูกรีดจนลีบหมดแล้ว (ทรมานพืช น่าสงสารเหมือนกันนะ)
ไม่เชื่อลองทำดู ส่วนผมยอมรับว่า ได้แต่คิด คงไม่มีเวลามาลองทำหรอก แต่ผมคิดอะไรมักไม่ผิดหรอก ฮ่าห้า๕
...คนถางทาง
ก็ได้แต่ชื่นชมคนช่างคิด เพราะชลัญนี่็ก็ได้แต่อ่าน ไม่ชอบของหมักดอง ค่ะ
ของหมักดอง เป็นภูมิปัญญาสำคัญที่ถนอมอาหารไว้กินยามทุกข์ยาก เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ผักกกาดดอง ผัีกเสี้ยนดอง น้าผัก (ภาคเหนือ) ดองลูกเนียง ลูกประ (ใต้) ดอกต้นอ่อนเหรียง
คนไทยจะเก่งเรื่องการดองผัก ปลา คนจีนเก่งด้านการทำแห้ง และการดองถั่วเหลือง เช่น ซี่อิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ียี้ ส่วนฝรั่งไม่เก่งด้านนี้ หันไปทำแห้งเค็มเป็นส่วนมาก (อาจเป็นเพราะบ้านเขาอากาศแห้ง) เช่น หมูเค็มแผ่น (bacon) หมูเค็มก้อน (ham) รวมทั้งการหมักนมให้เน่า กลายเป็น ชีส ที่แสนแพง
น้ำปลาที่ีคนไทยเราชอบกินก็เป็นของหมักดองนะ (หมักเป็นปีกว่าจะหอมอร่อย)
ต้องรีบหาโอกาสลองเลยครับ