ประสบการณ์ดีๆจากเด็กสมาธิสั้น

          จากที่ดิฉันได้ไปฝึกปฏิบัติงานในด้านเด็กพิเศษ ความประทับใจแรกที่ดิฉันสัมผัสได้คือ “การเอาชนะเด็ก”  อย่าเพิ่งเข้าใจผิดค่ะ ไม่ใช่การเอาชนะอย่างไม่มีเหตุผล ดิฉันขอยกกรณีเด็กสมาธิสั้นคนหนึ่ง เด็กคนนี้อายุได้ 6 ปีแล้ว เป็นเด็กผู้ชาย ผิวขาว รูปร่างสมวัย มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง หันเหความสนใจง่าย ไม่มีสมาธิ นั่งรอไม่ได้ มักวิ่งไปหยิบของเล่นชิ้นนั้นชิ้นนี้มาเล่นโดยไม่ขออนุญาต และไม่เก็บให้เป็นที่ ที่สำคัญหากได้พบกับผู้บำบัดคนใหม่ก็จะแสดงอาการที่เรียกกันว่า “ลองของ” คือจะมีพฤติกรรมที่อยากรู้อยากลอง ต่อต้าน ไม่ทำตามคำสั่ง  ดิฉันจะพบเด็กคนนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ได้พบกัน เด็กจะวิ่งไปทั่วห้องฝึก เมื่อจับก็จะดิ้น ไม่ทำตามคำสั่งใดๆ

         ดิฉันจึงลองใช้เทคนิคการใช้ผู้บำบัดเป็นสื่อในการบำบัด(therapeutic use of self) ดิฉันจะสังเกตว่าเด็กชอบเล่นอะไรหรือมีความสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ ก็จะเข้าไปเล่นด้วย เสมือนดิฉันเป็นเพื่อนกับเด็ก เมื่อเด็กเริ่มสนุกก็จะเริ่มคุ้นชิน  เริ่มยอมทำตามในสิ่งที่ดิฉันบอก  จากนั้นก็จะใช้การวางเงื่อนไข โดยการวางข้อตกลงร่วมกับเด็ก เนื่องจากเด็กพูดคุยรู้เรื่องและเข้าใจคำสั่งได้ดี บอกเด็กว่าวันนี้ภายใน 1 ชั่วโมงจะทำอะไรกันบ้าง  

         กิจกรรมที่ให้ต้องเป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับเด็กคือไม่ง่ายและไม่ยากเกินไปและเป็นกิจกรรมตามเป้าประสงค์ที่ได้วางไว้(ปรับพฤติกรรมและเพิ่มสมาธิ)  หากเด็กทำตามกิจกรรมได้สำเร็จก็จะให้รางวัลโดยให้เด็กเล่นในสิ่งที่เด็กสนใจ(แต่จะกำหนดเวลาให้) หรือเป็นรางวัลอย่างอื่น ดิฉันเลือกให้รางวัลโดยการให้เด็กสะสมดาว หากเด็กสะสมดาวได้ครบก็จะได้รางวัลชิ้นใหญ่  ภายในเวลา 1 ชั่วโมงแรกที่ได้เจอกัน

         จากเด็กที่อยู่ไม่นิ่ง ไม่ฟังใคร ไม่มีสมาธิ “ลองของ” กลับกลายเป็นเด็กชายที่น่ารัก เชื่อฟัง ทำตามคำสั่งทุกอย่าง จะเห็นได้ว่าการสังเกตและการวางเงื่อนไขมีส่วนช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น 

        ดิฉันได้แนะนำผู้ปกครองเกี่ยวกับการวางเงื่อนไขง่ายๆที่ผู้ปกครองสามารถทำได้ วันหนึ่งผู้ปกครองได้บอกกับดิฉันว่า “น้องเชื่อฟังดีขึ้นมากเลยค่ะ อยู่นิ่งมากขึ้น คุณครูที่โรงเรียนก็ชม” แล้วแม่ของเด็กก็ยิ้มอย่างมีความสุขมากกว่าทุกวัน 

        ดิฉันรู้สึกว่าสิ่งนี้คือประสบการณ์แรกที่ทำให้ดิฉันประทับใจและเป็นกำลังใจให้ดิฉันพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป