วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                วันนี้หนูพึ่งเห็นสภาพวะนางมารร้ายในจิตใจหนูเองชัด ก็ตอนที่จะเริ่มทำลูกประคบ จิตมันจะให้หนูนั่งลงหั่นเลยแบบไม่ต้องบอกครู แล้วก็หยุดพิจารณากับตนเอง โห ถ้านั่งลงหั่นเลยนี่ ไอ้ติ๋วชั่วมันจะเป็นนางเอกทันทีแล้วครูก็จะถูกเพ่งโทษ ไปเจอแบบนี้จังๆกับตนเองก็แทบหงายหลังเจ้าค่ะ เมื่อก่อนครูย้ำเสมอๆแต่หนูโง่ ไม่เห็นวันนี้มาเห็น น่าเจ็บใจจิตชั่วๆมันล้ำเลิศ แต่พอจะช่วยงานครูมันไปแบบจ๋อง ๆ เซ่อ ๆ ซ่า ๆช่างต่างกันแท้

                เมื่อคืนหลังเขียนบันทึกเสร็จหนูก็ลงทางจงกรม ตั้งใจปฏิบัติขอขมาครู แต่อธิษฐานแบบออม ๆ กับตนเองว่า จะยืน เดิน นั่ง แต่ไม่นอน ก่อนระฆังทำวัตรเช้าดัง ลงลานจงกรมประมาณห้าทุ่มครึ่ง เดินแรก ๆ ก็ฟุ้งมากเจ้าค่ะ ระลึกถึงครูว่า ทำไปเลยก้าวขาขวาพุท ก้าวขาซ้ายโธ

ก็รู้สึกเบาสบายขึ้นกับตนเองเจ้าค่ะ แต่พอจะตีสามนาฬิกาในโทรศัพท์เตือน เสียงระฆังจากที่อื่นแว่วมา ใจเริ่มร้อนรน จนมีความคิดว่า “เอ...รึคืนนี้จะไม่ตี หรือ ท่านจะลืมตี”

ความฟุ้งซ่านสาดเข้ามาพอเสียงระฆังดังขึ้นหนูดีใจ ทำได้แล้ว

                เข้ากรดว่าจะนั่งแต่นั่งแป๊บเดียวก็ตัดสินใจลงนอนตอนตีสี่กว่ามาตื่นตอนตีห้ากว่าเพราะตั้งปลุก ลุกขึ้นทำวัตรเช้าแล้วน้องภัสก็มาทัก เราจึงชวนกันไปขัดห้องน้ำ เติมน้ำยาล้างมือ ขัดกระจก พอตอนรับข้าวหนูตั้งใจรับไว้ให้ครู แต่พอพี่ๆมาก็รวมๆใส่ถาดเดียวกัน พอตอนยื่นให้หนูก็พลาดอีก จ๋อยกับตนเองเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่วันนี้หนูตั้งใจผ่อนอาหาร ทานกล้วยและน้ำจมูกข้าวกล่องหนึ่ง แม้จะมีหิวบ้างแต่ก็เบาดีเจ้าค่ะ

วันนี้ได้ทำหน้าที่รับใช้ครู อาจจะรู้สึกข้างในว่า “หนูจะไม่มีโอกาสละ”

ข้างในมันจึงใช้ความพยายามเจ้าค่ะ

                ประทับใจตอนที่เด็กมาช่วยหั่นสมุนไพรแล้วเขาก็คุยกันว่า เมื่อก่อน เขาไม่ชอบวัด

แต่เดี๋ยวนี้ชอบมา สนุกดี

น้องกอก็บอกว่า “ชอบนั่งสมาธิและเดินจงกรม” แต่ภาพที่ครูเคยถ่ายไว้ก็ปรากฏให้หนูได้ยิ้มกับตนเองค่ะ

ทุกคนตั้งใจมาก ทำช่วยกันประมาห้าหกคน แบบเปลรายนเวียนหมุนบ้างแบบประจำบ้างก็มี สังเกตเห็นว่า น้องเบียร์ห่อได้ดีมากค่ะครู

พอทำเสร็จทันเวลารู้สึกโล่งใจกับตนเอง

เข้ามาข้างใน ครูพาหนูและเด็ก ๆ กวาดตาด

ภาพและถ้อยคำที่ครูคุยกับน้อง ใจหนูมีเสียงว่า

“น้องโชคดีจัง วาสนาดีจังได้อยู่ใกล้ชิดครูที่มีเมตตาขนาดนี้”

รู้สึกยินดีกับน้องด้วย

แล้วใจหนูเองก็มาทบทวนหนูอยู่กับครูมาสามสี่ปี นี่ใจมันไม่เห็นเลยรึ

ที่ใจรับความเมตตาตรง ๆ ไม่ได้ เพราะมันมีกิเลสความเห็นแก่ตัวบดบัง แต่พอเห็นครูเมตตาผู้อื่นใจหนูรับได้ค่ะครู หอบใบไม้อยู่ใจก็มีปีติ  ซาบซึ้งขึ้นมา เทศน์ที่ลานธรรมของพระอาจารย์วันนี้ ทำให้หนูระลึกถึงครู กว่าครูจะสอนหนูมาจนถึงวันนี้ได้ พระคุณที่มีจะทดแทนยังไงหมด แต่พอถึงเวลาเข้าไปหาครูอาการเซ่อ ๆ ซ่า ๆกลับมาอีกละ แต่ครูก็เมตตา

ได้ร่วมทำวัตรเย็น จัดแจงทำความสะอาด ได้ช่วยครูจัดห้องน้ำใหม่ ใจระลึกกับตนเองว่า “เป็นโอกาส ๆ” รวมถึงการเย็บหมอนปลอกหมอนถวายครูค่ะ ระลึกถึงตอนที่เด็ก ๆร้อยมาลัยถวายครูเลยทีเดียว รู้สึกว่า ฟิลเดียวกันเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ