วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
วันนี้หนูจิตหมองมาก ถามตนเองว่า “ทำไม” เป็นความรู้สึกที่ยอมรับกับตนเองไม่ได้ที่ทำให้ครูเจ็บทั้งกายและใจ ที่ครูบอกว่า “หนูไม่รักครูก็คงเป็นเช่นนี้”
“จิตตก” นี่คือ อาการที่บอกกับตนเองเก็บจิตไม่ทัน”
ด้วยอาการยิ่งนานวันยิ่งเหลวไหล
หน๔ทำข้อวัตรทุกอย่างยกเว้นการเขียนบันทึก ตั้งแต่วันเริ่มสงสัยกับตนเองว่า “ที่เป็นอยู่คือ อะไร”
ทั้ง ๆที่ได้ฟังจากอาจารย์เอ๋ และก็เหมือนได้คำยืนยันจากครูว่า “มันหลง”
แต่เหมือนข้างในมันก็แสดงอาการต่อต้าน แล้วก็รู้สึกว่าหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อคืนลงจากกุฏิครูด้วยความรู้สึกเจ็บใจตนเองน้อยใจครูค่ะ ศีลข้อ ๑ ด่างพร้อยเพ่งโทษครูแหละและก็ไม่ยอมรับถึงได้หนักมาจนวันนี้ ครูรู้ว่าทำอย่างไรข้างในถึงจะเจ็บมาก แม้ครูจะต้องเสียสละเจ็บปวด แต่ครูก็ยอมเหมือนที่ครูเคยบอกว่า
“เรายอมเอาตัวเข้าแลกให้เสือมันกิน เหมือนที่ครูบาอาจารย์เอ่ย”
ซึ่งหนูก็เป็นเหมือนเช่นนั้น ทำร้ายครูไม่วายเว้น อีกเสียงก็บอกว่า “หนูไม่อยากทำ แต่จริง ๆกำลังทำอยู่”
รับข้าวเสร็จข้างในก็รู้สึกว่า งานตนเองเต็มไปด้วยความบกพร่อง แต่ครูก็ชี้ว่า
“หนูไม่เข้าใจว่า พาทำ”
จึงหยุดแล้วก็หาจังหวะใหม่ เข้ามาเดินจงกรม ตั้งสติกับตนเองใหม่ จิตดื้อก็ทำ
ไม่ใช่ว่ามันดื้อแล้วก็หนี ข้างในไม่อยากดื้อ กิเลสพาให้ดื้อ
ได้แม่กุลมาช่วย แม่เพียร รวมถึงเด็ก ๆกระตือรือร้นที่จะทำลูกประคบ เป็นภาพที่ประทับใจมาก แต่ใจหนูรับความสุขนั้นไม่ได้เลยค่ะครู
เกรงว่ายาที่จะใจหนูจะส่งความร้อน ส่งพิษเข้าไปในยา จึงสวดอิติปิโสอยู่ข้างในตลอดค่ะครู รู้ว่าข้างในยังเบิกบานไม่ได้ แต่ก็พยายาม
หนูรู้ว่าครูเมตตาหนูมาก แต่ที่ทุกข์เพราะใจมันขึ้นมารับไม่ได้ พอน้องมีดบาดก็ทำแผลให้ใจก็เพ่งโทษเจ้าค่ะศีลข้อ 1 ด่างพร้อย
ดีใจที่อาจารย์เอ๋มาช่วยทำกับข้าว พี่ ๆ ที่เคยอยู่วัดมาร่วมด้วยช่วยกัน เหมือนกับเราได้ร่วมทำบุญใหญ่กัน เขียนตอนนี้มานึกได้ ลืมกราบเรียนหลวงปู่เรื่องที่พี่ ๆมาช่วย เด็ก ๆ กระตือรือร้นมากที่ จะได้นำลูกประคบที่เขาทำถวายหลวงปู่
ตอนเดินมาเราเข้าใจว่าครูมาด้วย พอไม่เห็นครูใจหนูจ๋อย มีเสียงกับตนเองว่า
“เอาอีกแล้ว หนูสอบตก” แต่ข้างในก็บอกว่า อดทน เดินหน้าต่อไป
หลวงปู่เมตตามากค่ะครู
พอแด็ก ๆ แต่ละคนทยอยเอาลูกประคบที่ตนเองทำมาถวายท่าน ท่านเมตตาหยิบสองอันมาประคบหน้าแตะๆที่หน้าแล้วท่านก็ยิ้มค่ะ
ทุกคนยิ้มแล้วสาธุ
จึงได้โอกาสแก้ไข กราบเรียนท่านเรื่องกระทะที่ครูฝากมาถวาย ท่านจึงให้หยิบออกมาแล้วก็เสียบนึ่งลูกประคบจนเต็มถาดตอนนั้นเลยค่ะครู ระหว่างนั้นพี่มหาสันทัตก็ขอโอกาสพาเด็ก ๆกราบขอขมาพระรัตนตรัย แล้วท่านก็เมตตาให้เหรียญมาเจ้าค่ะ
กลับมาที่ศาลาเด็ก ๆทยอยกลับ ส่วนที่จะมานอนวัดขอกลับไปเอาเสื้อผ้า หนูเข้าไปจัดการห่อลูกประคบส่วนที่เหลือ สักพักก็มีเด็ก ๆ มาช่วย ห่อเสร็จ แม่กุลและแม่เพียรช่วยเก็บทำความสะอาด แล้วหนูก็ได้โอกาสประคบให้แม่เพียรตามคำแนะนำของครูที่ให้โอกาส ได้เรียนรู้กับตนเองว่า “ครูให้ฝึกกับทุกคนเหมือนที่ครูบอกว่า”
“ให้อยู่เหนือความพอใจและไม่พอใจ”
นวดไปเรื่อย ๆ ค่อยเห็นข้อความจากครู ซึ่งเด็กๆได้หอบลูกประคบที่ตั้งใจจะเอาไปให้แม่ครูไปแล้ว หนูจึงตั้งใจประคบ จนมาเห็นว่า อ.เอ๋และน้องภัสกลับมาหนูรู้สึกตกใจ เพราะคิดว่ากลับมากันนานแล้ว และเข้าไปข้างในแล้ว พอทราบว่าเด็ก ๆ อยู่กับครูอยู่ข้างใน หนูจึงขอโอกาสเข้าไป
สภาพหนูข้างในยังกังวลเหวี่ยงเพราะมีอาการดื้อ ไม่ยอมเขียนบันทึกเจ้าค่ะ ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อยแต่มันก็ไม่ยอมรับ แล้วก็รู้สึกเจ็บใจที่เหมือนพอระลึกถึงภาพที่ครูตบที่ไหล่ข้างซ้ายว่า “ครูเจ็บ” ใจหนูยิ่งทุกข์มากขึ้น
พอตกเย็น ได้เวลาทำวัตรเย็น ครูนำเด็ก ๆ ไปทำวัตรแล้วก็กลับเข้าสำนักแม่ชี ข้างในหนูมีอาการเหวี่ยง ๆ ปั่นป่วน ๆ เจ้าค่ะ ง่วงเหงาหาวนอนมาก ๆ