ต่อให้ผมจะกองหนังสือสุดยอดธรรมะ อ่านจบแล้วสามารถบรรลุธรรมเลยไว้ตรงหน้าคนใดคนหนึ่ง ถ้าเราไม่ “เห็น” มันก็เท่านั้นครับ....

บันทึกเตือนความจำแลกเปลี่ยนความคิดกับ อ. ยุวนุช  Blank ใน ถอดใจกับสุข และ ทุกข์ ... แล้วแบ่งเวลาให้ธรรม

เมื่อยังไม่ถูก “สภาวะ” ไม่ถูก “เวลา”  เราก็ยังคงไม่รู้ ไม่เห็น “ธรรม” อยู่ดีครับ

เช่น เมื่อหลายปีก่อนใช่ว่าผมจะมาสนใจการปฏิบัติธรรม แค่เปลี่ยนน้ำพระที่บ้านยังยากเลยครับ....  วันๆก็ ดูหนัง ฟังเพลงไป หาที่เที่ยว ที่กิน....... ระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา เวลา เกือบ 24 ชั่วโมง ตัวและใจอยู่กับลูก ...มีความสุขมาก ฝันดีได้ทุกวัน....ได้ไม่เห็นหรอกครับ "ทุกข์" จริงๆหน้าตาอย่างไร........  

ผมมีพี่ๆของผมทั้งทำเป็นตัวอย่าง แนะนำ เชิญชวน อัญเชิญ..ชวน หาCD เทป หนังสือ ธรรมะให้ (ผมทำหาย เกลี้ยง!!)  ผมไม่เคยสนใจ ใส่ใจ.........(ผมว่าพวกเขาชวนผม ไม่ต่ำกว่า 10 -15 ปี เลยนะครับ .....ถ้าไม่ใช่พี่น้องกัน ใครจะทนขนาดนี้ 555)

พอมาถึงตอนนี้ผมก็เที่ยวไปว่าคนโน้นที นี้ที  ว่าทำไมไม่มาปฏิบัติธรรมซะที ขอแค่มาเหยียบวัดก็ยังดี.... ผมได้หลากหลายคำตอบกลับมา.....

รู้สำนึกเลยว่า ทีตัวเอง มีทั้ง สภาวะแวดล้อมที่ช่วยให้เข้าใจธรรมะได้ง่ายกว่าคนอื่น ......เราเองกว่าจะมาเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติ...... ไม่ใช่เรื่องที่จะชักชวน จูงใจกันง่ายๆครับ   (กลับบ้านคราวนี้ ผมคงโดนถามว่าทำไมมาโม้ อยู่ที่นี่ ไม่ฝึกจิตฝึกใจตัวเองให้ดีก่อน  :(:(  (แต่พี่ๆผมเข้าใจสภาวะจิตใจผมขณะนี้ดี คงไม่โดนดุมาก หุหุ) )

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเราคิดดี แรงดึงดูด ของ ขั้ว “ดี” ก็จะดึงดูด  ขั้ว “ดี” เข้าหากันครับ  ถ้าจิตใจลึกๆ เราต้องการเข้าถึง “ธรรม”  ขั้ว “ธรรม”  ก็จะพาเราไปถึง “สภาวะ” นั้นเอง 

ถึงผมจะกองหนังสือสุดยอดธรรมะ อ่านจบแล้วสามารถบรรลุธรรมเลยไว้ตรงหน้าคนใดคนหนึ่ง ถ้าเราไม่ “เห็น” มันก็เท่านั้นครับ......(เหมือนเรื่อง ไก่กับเพชร)

แต่ทุกคนไม่ใช่จะเห็นทุกข์ ก่อนแล้วถึงจะเห็นธรรม นะครับ  ครอบครัวที่มี “สภาวะ” ดี มีความสุข ลูกหลานเขาน้อมเข้ารับ “หลักธรรม” และเข้าใจสัจธรรมเป็นอย่างดี.......   กลุ่มนี้จิตใจเขาดีมากๆ ก็มีไม่น้อยนะครับ  (สมัยก่อนผมก็ไม่เข้าใจ คนกลุ่มนี้เหมือนกัน เขาดีจนน่าใจหายว่าจะอยู่ในสังคมที่โหดร้ายนี้อย่างไร พวกเขาอยู่ได้เพราะเขามีหลักธรรมยึดไว่อย่างดี )