ยาที่ได้ไม่ได้ลดปวดเท่าใจที่ให้

รอยยิ้มสุดท้ายของลุงสิทธิ์ ตอนที่1

ท่านคิดว่าการที่ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการอยู่ในระยะสุดท้ายคนนึงไม่ยิ้ม ไม่พูดกับพยาบาล หรือถ้าพูดก็ถามคำตอบคำ เป็นความผิดของใคร ? ดังเรื่องเล่าของฉัน....................

ลุงสิทธิ์เป็นอดีตนักการของโรงเรียนแห่งในอำเภอที่ฉันทำงานอยู่ ป้าพินเมียแกเล่าให้ฟังว่าลุงสิทธิ์เป็นคนเก่ง และขยัน ใครขอให้ช่วยอะไรลุงไม่เคยปฏิเสธ ลุงเก่งในเรื่องปลูกต้นไม้ ใครอยากให้ดอกเฟื่องฟ้าหนึ่งต้นมีสีอะไรบ้าง อยากให้ต้นมะม่วงหนึ่งต้นออกลูกมาเป็นกี่พันธุ์ในต้นเดียวกัน ลุงสามารถทำให้ได้ แล้ววันที่ป้าพิน และลุงสิทธิ์จำได้ไม่เคยลืมก็มาถึง ลุงเล่าว่าลุงไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่ด้วยอาการปวด อืด แน่นท้อง ถ่ายลำบากเป็นประจำ ทีแรกนึกว่าเป็นริดสีดวงได้ยามารับประทานอาการก็ทุเลาลงบ้าง แต่ก็ยังมีอาการก็กำเริบอยู่บ่อย ๆ ไปรักษาที่โรงพยาบาลไหน ๆ ก็ได้ยามารับประทานเหมือนเดิม มีอยู่วันนึง ก็มีอาการเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น ๆ ที่มีอาการเดิม ๆ เพราะเวลาถ่ายจะถ่ายเป็นเลือดสด ๆ ลุงรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลหมอรีบส่งตัวลุงไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัด ที่นั่นหมอได้ทำการส่งลุงตรวจหลาย ๆ อย่างด้วยกัน และข่าวร้ายที่สุดในชีวิตลุงก็มาถึง หมอบอกว่าลุงเป็นมะเร็งลำไส้ แต่การรักษาของลุงจะไม่เหมือนผู้ป่วยคนอื่น ๆ ตรงที่ลุงเป็นมะเร็งบริเวณหูรูดของทวารหนัก ดังนั้นในรายของลุงจึงไม่สามารถจะผ่าตัดเอาเนื้อร้ายทิ้งไปได้เนื่องจากจะมีผลกับการขับถ่ายของลุงก็คือ จะไม่มีหูรูดช่วยในการขับถ่ายจะทำให้ลุงบังคับการขับถ่ายไม่ได้อีกเลย แต่ถึงกระนั้นก้อนเนื้อร้ายมันก็ไปจุกอยู่ที่รูทวารทำให้ลุงถ่ายไม่ออกอยู่ดี หมอจึงทำการผ่าตัดเอาลำไส้ออกมาไว้ให้ลุงขับถ่ายทางหน้าท้องโดยมีถุงรองรับอุจจาระอยู่ หรือที่เรารู้จักกันในนามของ  Colostomy bag ร่วมกับการฉายแสง และให้เคมีบำบัดครบตามแผนการรักษา หลังจากนั้นอีกไม่นานพอไปรับการตรวจตามนัดหมอก็บอกลุงว่าเนื้อร้ายทั้งหลายได้ลุกลามไปในหลาย ๆ อวัยวะ จะรักษาได้เพียงบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่นอาการปวด เท่านั้น คำบอกกล่าวของหมอทำให้ลุงรู้สึกท้อแท้ขึ้นเป็นทวีคูณ ยิ่งไปกว่านั้นลุงก็คิดอยู่เสมอว่าหากวันนั้นลุงไม่ยอมรับการผ่าตัดเอาลำไส้ออกมาไว้ถ่ายที่หน้าท้อง วันนี้ลุงคงไม่มีอาการหนักขนาดนี้