GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สิ่งที่เรียนรู้จากการทำ KM: (1) เข้าใจแนวคิดหลักการ เป็นการเริ่มต้นที่ดี

แนวคิดหลักการข้างบนนี้ ก็ถูกใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ

วันนี้เป็นวันศุกร์  จึงให้ความสุขกับตัวเองบ้าง โดยการกลับบ้านเร็วขึ้น ทานข้าวเย็น แล้วก็อาบน้ำสระผมให้เย็นสบาย  ในระหว่างนั้น ก็คิดทบทวนตนเอง เกี่ยวกับการทำ KM ของภาคฯในช่วงเวลาที่ผ่านมาปีกว่า (เพราะต้องไปพูดในวันที่ 29 กันยายนที่คณะฯ และ กลางเดือนหน้า ที่จุฬา)  รู้สึกว่าเราได้เรียนรู้อะไรมากมายทีเดียว จากการทำไป เรียนรู้ไป

ผู้ที่จุดไฟให้ภาควิชาพยาธิได้นำแนวทาง KM มาพัฒนาองค์กร ไม่ใช่ใครที่ไหน คือท่าน ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช ของพวกเรานั่นเอง  ที่จริง ได้ฟังอาจารย์บรรยาย KM ตั้งแต่ต้นปี 47 ซึ่งขณะนั้น เป็นช่วงเริ่ม สคส. ท่านก็คงรวบรวมมาจากตำราต่างประเทศ  ฟังไป ก็ซาบซึ้งว่าดี มีประโยชน์  แต่ก็ไม่รู้ว่าทำอย่างไร  แล้วก็หาอ่านเพิ่มเติม จากเอกสารที่ load จาก web สคส.ในยุคแรกๆ  ซึ่งมีเนื้อหาอัดแน่นน่าเรียนรู้ยิ่ง แต่ก็ยังไม่เห็นหนทาง และในที่สุด ก็ได้พบจุดหักเหสำคัญ เมื่ออ่านข้อเขียนของอาจารย์ในหนังสือ ประชุม HA forum ปี 48 ว่า
 

ความหมายของ KM “วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายพัฒนางานของกลุ่ม/ตน  ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดจากการทำงาน ถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น”

เป้าหมายของการจัดการความรู้ คือการพัฒนาคน พัฒนางาน และ พัฒนาองค์กร”  และ ..

หลักการสำคัญของการจัดการความรู้ คือ
  - การมีเป้าหมายร่วมกัน 
  - การใช้คนหลากหลายทักษะ หลากหลายวิธีคิด 
  - ใช้ความรู้ทั้งจากภายใน และ ภายนอก  
  - ทดลอง และเรียนรู้ รูปแบบใหม่
  - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในกลุ่ม และข้ามกลุ่ม”

เท่านั้นหละค่ะ  หลุดจากกรอบเลย  ทำ KM ต้องไม่ใช่ทำ KM  แต่ต้องทำพัฒนาคน พัฒนางานด้วย KM   

จากนั้นเป็นต้นมา  แนวคิดหลักการข้างบนนี้ ก็ถูกใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามเป้าหมายภารกิจของภาควิชา 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50290
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ตรงนี้น่าจะเป็นตำราจากประสบการณ์ตรงได้เลยนะคะ อาจารย์ ถ้าอาจารย์เขียนเล่าความคิดที่เกิดขึ้นเรื่อยๆระหว่างทาง จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ที่อาจารย์สามารถทำให้ลูกภาคแทบทุกคน (โดยเฉพาะคนหน้างานตัวจริงทั้งหลาย) มีความสุขกับงานของตัวเอง เห็นคุณค่าของงานของตน ว่ามีความสำคัญกับองค์กร อยากคิด อยากพัฒนางาน ไม่กลัวที่จะออกความคิดเห็น ทั้งในงานของตัวเองและส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของคนอื่น เรียกได้ว่า เป็นสถานการณ์ Win-win สำหรับทุกฝ่ายเลยค่ะ

หวังไว้เหมือนกันว่า พวกเราน่าจะทำ blog to book กันได้แล้ว รอว่าใครจะเป็น บอกออยู่ค่ะ  พี่เม่ย หรือ คุณโอ๋ 

น่าสนใจนะคะ อาจารย์ รับข้อเสนอค่ะ ของอาจารย์นี่แหละเป็นเรื่องนำร่อง คิดถึงเรื่องจาก "แดจังกึม" ของอาจารย์นั่นแหละค่ะ ทำขายหารายได้ให้ภาคฯเรา ได้ประโยชน์กับคนอื่นด้วย เดี๋ยวจะลองไล่ดู เพราะจริงๆตามเก็บสถิติของ Smart Path มาไม่เคยขาด น่าจะหา theme ได้เยอะ โอ๊ย....ไอเดียกระฉูด พี่เม่ย...ช่วยด้วย