ทุกคนเคยถามตัวเองหรือยัง ? ทำไม่ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ? ทำไม่ผมตั้งใจเรียนภาษาอังกฤมากเเต่ว่ารูสึกไม่เก่งขึ้น ? ผมเคยไปเรียนหลายหมู่เรียนสอนภาษาอังกฤษร่วมกลุุ่มติวหนังสือก็มีเเต่ว่าภาษาอังกษไม่เก่งขึ้นเท่าไหร่ ? ผมเเน่ใจว่าถ้าใครเคยตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษก็จะมีคำถามเหมือนกันหมดแต่ว่าส่วนใหญ่ยังไม่มีคำตอบหรือมีคำตอบแล้วแต่ว่าตัวเองไม่พอใจ เช่น วิธีเรียนของคุณยังไม่ถูกความตั้งใจของคุณยังไม่ได้ คุณไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยเเละอื่นๆ อย่างไรก็ตามผมขอโจคดีกับใครเข้า Gotoknow.org อ่านข้อมุลนี่เพราะว่ามันคงจะตอบได้หลายคำถามของคุณและคุณจะเรียนเก่งภาษาอังกฤษขึ้นถ้าคุณเดินผ่านสามขั้นนี่
ก้าวที่หนึ่งภาษาอังกฤษไม่ยากเหมือนที่คุณคิดก่อนเข้าเรียนผมขอถามทุกคนหน่อยคุณคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดถ้าอยากเรียนเก่งภาษาอังกฤษ ? ใครก็สามารถตอบได้คำถามง่ายนี่มันคือคำศัพท์ ( Words ) เเต่ว่ามีใครเคยถามตัวเองไหมผมจะต้องเรียนจำนวนกี่คำศัพท์ถ้าอยากพูดเก่งภาษาอังกฤษ ? ทุกคนจะตกใจเเละคิดว่าผมบ้าหรือมันเคยเรียนภาษาอังกฤษจริงหรือเปล่าถ้าผมตอบว่า ประมาณ 2000 -3000 คำมันเป็นคำศัพท์หลักภาษาอังกฤษเรียกว่า ( Core vocabulary ) คำศัพท์หลักมีจำนวนน้อยแต่ว่าสำคัญมากเราจะเข้าใจคำพูดของคนต่างชาติถ้าเรามีคำศัพท์หลักต้อนนี่เรื่องยากคือทำอย่างไรเราจะได้คำศัพท์หลักผมจะบอกเคลดลับหาคำศัพหลักในส่วนต่อไปมาอ่านแบบอิสระกันเถอะ ( Free reading )
ก้าวที่สองมาอ่านแบบอิสระกันเถอะ ( Free reading ) ถ้าคุณเคยอ่านข่าวอ่านหนังสือหรือพังคนต่างชาติพูดคุณจะรู้สึกหนึ่งคำอาจปรากฏหลายครั้ง และคำศัพที่ยุงยากจะปรากฏน้อยหลักการคือคำศัพที่ง่ายและปรากฏหลายครั้งมันเป็นคำศัพท์หลักหลายคนรู้หลักการนั้นเเล้วเเต่ว่าวิธีจำคำศัพท์หลักผิด เช่น เขียนคำศัพเข้าในสมุดบวกด้วยความหมายหรือจดความหมายของคำศัพท์อยู่ในหนังสือใช้วิธีนั้นทุกคนจะจำคำศัพหลักได้ไหมหรือวันนี่จำได้พรุ่งนี่ไม่แน่ใจถ้าใครปัจจุบันกำลังใช้วิธีนั้นขอทดลองวิธีอ่านแบบอิสระ ( Free reading ) ของ Pham Quang Hung อยู่ในหนังสือ Five stage the new language ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=lZ9oSnxv3cg ผมขอสรูปวิธีนี่นะครับ ขั้นที่หนึ่งเลือกข้อมูลที่คุณชอบอ่านขั้นที่สองอ่านข้อมูลเมื่อพบข้อมูลที่คุณไม่รู้เปิดพจนานุกรมหาความหมายของคำศัพท์และอ่านต่อเมื่ออ่านแบบอิสระทุกคนต้องใช้พจนานุกรมแบบคอมพิวเตอร์อย่าใช้พจนานุกรมแบบเล่มเพราะว่ามันจะทำให้การอ่านเสียประสิทธิผลไม่จดความหมายของคำศัพท์ไม่ต้องการเข้าใจความหมายของประโยค ประโยชน์ของเทคนิคอ่านแบบอิสระคือทำให้คุณจำคำศัพท์หลักแบบคงที่คุณจะไม่เบื่อเพราะว่าคุณจะได้เลือกข้อมูลที่คุณชอบอ่านเทคนิคอ่านแบบอิสระง่ายใครก็สามารถทำได้เนื่องจากเราไม่ต้องเข้าใจความหมายของประโยคทุกคนจะสงสัยว่าจะพูดเก่งภาษาอักฤษได้ยังไงถ้าไม่ต้องเข้าใจความหมายของประโยคเรื่องนั้นผมจะตอบในก้าวต่อไปมาสื่อสารภาษาอังกฤษกันเถอะ
ก้าวที่สามมาสื่อสารภาษาอังกฤษกันเถอะผมจะแนะนำวิธีช่วยทุกคนพูดเก่งภาษาอังกฤษแต่ว่าผมอยากถามทุกคนหน่อยประโยคมีกี่ส่วนประกอบทุกคนจะมีคำตอบไม่เหมือนกันอย่างไรก็ตามผมจะแน่นำความคิดของ Pham Quang Hung ที่มา :
http://www.youtube.com/watch?v=sD4vTtU_5-M&feature=related
ให้ทุกคนรู้ ประโยคมีสามส่วนประกอบส่วนที่หนึ่งคือ CRW ( Category Related Words ) แปลว่าคำศัพท์เรื่องยกตัวอย่างถ้าเราอยากพูดเรื่องเกี่ยวกับธนาคารเราจะใช้คำศัพเรื่องคือกำไรดอกเบี้ยหนีสินค่าใช้จ่ายบัญชีและอื่นๆ ส่วนที่สองคือ CWP ( Core Words and Phrases ) แปลว่าคำศัพท์หลักเเละกลุ่มคำศัพท์หลัก ส่วนที่สามคือ CSG ( Common Structures and Grammars ) แปลว่าโครงสร้างประโยคเป้นวิธีจัดตำแหน่งของคำศัพท์ให้ถูกผมจะโยกตัวอย่างสามข้อให้ทุกคนเข้าใจนะครับ
( I'm going to go to the bank I'm going to go to the cinema I'm going to start a business )
Bank , cinema , business เป้นคำศัพท์เรื่อง I'm , going , to , a , the , start เป็นคำศัพท์หลักและกลุ่มคำศัพท์หลัก S + be ( am / is / are ) + V - ing + O เป็นโครงสร้างประโยคใครเคยเรียนภาษาอังฤษก็จะรู้ Simple present , present continuous , simple past , past continuous , simple future ทุกอันนี่ใช้บ่อยในการพูดนะครับ ถ้าใครลืมขอทบทวนทั้งหมด 12 แบบแต่ว่าใช้บ่อยมี 5 ทำไม่ผมขอทุกคนรวบร่วมพลังเข้าสองส่วนนั้นทุกคนขอทดลองหน่อย เช่น เราจะไปสื่อสารกับคนต่างชาติเเต่ว่าอยู่ในประโยคเราไม่พูดคำศัพท์หลัก I'm , go , to , the คนต่างชาติจะเข้าใจคำพูดของเราไหม ? หรือคุณจะพูดประโยคมีครบสองส่วนเเต่ว่าจัดตำแหน่งคำศัพท์ผิด เช่น going I'm to go the ciname ถ้าพูดเเบนี่ก็จะมีคนเข้าใจเนื่องจากมันเป็นประโยค ง่ายเเละสั้นด้วยแบบทดลองที่สามคือคุณพูดคำศัพท์และกลุ่มคำศัพท์หลักบวกด้วย โครงสร้างประโยคถูกเเต่ว่าไม่พูดคำศัพท์เรื่องหรือพูดไม่ชัดอะไรจะเกิดขึ้น ?งานนี่ผมขอทุกคนทดลองเองนะครับถ้าเราทดลองเองคนต่างชาติจะอธิบายให้เรารู้ทำไม่เขาไม่เขาใจสองคำพูดก่อนเเต่ว่าเข้าใจคำพูดที่สาม
สุดท้ายผมอยากให้ทุกคนเข้าอ่านข้อมูลนี่จะพูดเก่งภาษาอังกฤษถ้าใครอยากพูดเก่งภาษาอังกฤษขอลงมือทำต้อนนี่นะครับเพราะคุณอยากมีความสำเร็จในอนาคตคุณต้องการพยายามต้อนนี่เลย