ความรู้สึกของชาวนาอาชีพครู

ตอนนี้เก็บเกี่ยวข้าวแล้วคะ ข้าวที่ทำเราลงพันธุ์ข้าวนาปรัง ข้าวชัยนาทเพราะนำ้ท่วมนา 2 ปีชาวนาที่โกสุมพิสัยบางส่วนจึงจำต้องลงข้าวนาปรังทั้ง ๆที่เป็นฤดูข้าวนาปี พอดีเราไม่ได้ทำประทวนทำให้ต้องขายข้าวตามมีตามเกิดแล้วแต่โรงสีราคาเขากำหนดเอง ชาวนาได้แต่นั่งนิ่ง ราคาข้าวจ้าวชัยนาทขายได้กิโลละ 8.80 บาท นาแปดไร่ได้ข้าว 3 ตัน ขายเสร็จรู้เลยว่าเกือบขาดทุน เพราะเราทำต้นทุนสูง ทั้งปุ๋ย ค่าแรงคน เราไม่มีเวลาทำเอง เพราะเวลาส่วนหนึ่งก็สอนที่โรงเรียน แต่คิดว่าทำหน้าอีก2 เดือนข้างหน้ารู้แล้วว่าเราต้องลดต้นทุนตรงไหน โดยเฉพาะเราต้องใช้ปุ๋ยชีวภาพ ให้มากที่สุด และที่จะตั้งใจทำคือนาโยน เพราะจะประหยัดจำนวนพันธุ์ข้าว เดินตามปรัชญาของพ่อหลวงทุกประการถูกที่สุดแล้วคะ ชาวนาส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อเรื่องปุ๋ยเคมีที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต แต่มันไม่เสมอไปนะคะ ควรใช้เคมีร่วมกับชีวภาพในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อรักษาดินด้วย นาโยนที่จะทำมีชาวนาหลายคนอยากเห็นว่าครูทำนาจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ความรู้ที่ได้จากนักเรียนและปราชญ์ชาวบ้านที่ให้มา เรามีความรู้มากขึ้นแล้วคงจะทำนาในรอบต่อไปให้ดีมากขึ้น ชาวนาอย่างเพิ่งอิจฉาเวียดนามนะคะ ภูมิประเทศเราต่างกันแค่นั้น แต่ความคิดเราไม่แตกต่าง ถ้าคนไทยคิดสร้างสรรค์อยู่ก็คงช่วยประเทศได้ ตอนนี้การทำนาที่หนองเหล็กทำช้ากว่าปีที่ผ่านมาเพราะพิ่งฝนตกคะ นักเรียนบอกว่าทำนายากมาก ว่านและไถกลบไปหลายแปลงเพราะไม่มีนำ้ในช่วงแรก บางคนก็สักหลุ่ง ได้ยินที่แรกก้ไม่เข้าใจเหมือนกัน สักหลุ่งคือการทำไม้ไปสักที่แปลงนาและปลูกต้นกล้าลงไปเพราะดินไม่พอนำ้จึงต้องทำแบบนี้ ก้ได้ความรู้อีกแบบจากเด็ก ๆ นะคะ จอบใจเด็กๆที่แบ่งปันความรู้เรื่องการทำนาให้ครูคะ นี่คือความในใจจากชาวนาคนหนึ่งคะ