ทักษะที่จำเป็นที่ครูควรมี เพื่อการแยกแยะระหว่าง "ชิ้นงาน" กับ "กระบวนการเรียนรู้" ที่สำคัญมีดังนี้ครับ
- การฟัง (ปัญหาคือมักจมเข้าไปในเรื่องราวและคิดดักหน้าตัดสินด้วยประสบการณ์ของตน แนะนำด้วยความหวังดีทันทีที่มีโอกาส)
- การ เล่าเรื่อง (การยึดติดรูปแบบจนเคยชิน จนเรื่องเล่าง่ายๆ เหมือนที่ตายายเล่านิทานให้ฟัง กลายไปเป็นบทเรียน วิธีการ ขั้นตอน ทฤษฏีไปหมด ห่างไกลข้อมูลดิบเพื่อเป็นเหตุให้ผู้ฟังได้พิจารณาวิเคราะห์ สังเคราะห์เอง)
- การอ่าน .... ผมเองก็ไม่ค่อยชอบอ่าน .... แต่ผมแก้ไขด้วยการ "ชอบฟัง"
- การ คิดแบบซื่อๆ ง่ายๆ และสื่อความหมายสิ่งที่เกิดหรือสิ่งที่เห็นจากการ "สังเกต" ของตนเองจริงๆ ข้อนี้รวมถึงทักษะในการตั้งคำถามด้วยครับที่ยังต้องพัฒนาต่อไป
ขอแสดงความคิดเห็นประมาณนี้ครับ
ปัญหาใหญ่ที่พบคือครูยังขาดความมั่นใจในตนเอง..... ว่าเราคือคนที่รู้ซึ้งถึงปัญหา "หน้างาน" มากที่สุด เราคือคนที่จะสามารถแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้ ..... แก้ได้ด้วยความภูมิใจ ซึ่งหากใจเรียนรู้จักตนเองมากขึ้น ทุกอย่างจะพัฒนามาเป็นลำดับ
สวัสดีค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ครูต้องมั่นใจในความรู้ที่ตนมี และต้องเข้าใจ แก้ปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าให้ได้
โดยส่วนตัวผมมองว่า ในการสอนแบบ static หรือสอนแบบเดิมๆเน้นเนื้อหารายละเอียด เป็นสิ่งที่เราทำกันในปัจจุบัน แต่อาจจะลืมไปว่า ในโลกของความเป็นจริง ความรู้ ภาระงานต่างๆที่เข้ามา มันมีแบบใหม่ๆๆ หรือ dynamic ฉะนั้นผมคิดว่า จะสอนแบบไหนก็สุดแล้วแต่ ครูควรเน้นโดยบริบทของสถานการณ์จริงมากกว่าการเน้นข้อมูลในตำราที่เขียนขึ้นเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา เพราะนั้นอาจจะเป็นการปิดกั้นความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนั้นอาจจะไม่ตรงกับปรัชญาการศึกษาที่ว่า....การศึกษาคือความเจริญงอกงาม...
เป็นกำลังใจให้ครับ ปล.ผมกำลังหาแหล่งความคิดแบบนี้ เพื่อมาประมวลเป็นหนังสือของตัวเองสักเล่ม ถ้าเรียบร้อยเมื่อไรจะส่งให้ อาจารย์ คนที่สอง รองจาก โรงพิมพ์เลยครับ
พันเทพ
ขอบใจมากครับพันเทพ ..... จะรออ่านหนังสือของเราครับ .....