โรคเบาหวานทำอย่างไรให้ดีขึ้น

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ป่วยเรื้อรังนานหลายปี  ก็ทำให้มีโรคแทรกซ้อนจนเป็นพร้อมๆกันหลายโรค ต้องใช้ยามากขึ้น มีผู้ป่วยมากมายที่ต่อมาก็เป็นโรคไต ไตวาย จนถึงการฟอกเลือด เพราะไตทำงานไม่ได้  ได้อ่านบทความที่อ่านแล้วทำให้นึกถึงผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่รู้จัก หลายคนก่อนไปเจาะเลือดจะอดอาหาร  อดแล้วไปตรวจน้ำตาลจะไม่ขึ้นมาก ไม่ต้องโดนหมอว่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ผล เมื่อน้ำตาลอยู่ในระดับที่ดี กลับถึงบ้านก็คงมีไม่น้อยชะล่าใจ ไม่ควบคุมระดับน้ำตาล - อาหารเท่าที่ควร มาคุมตอนใกล้วันที่จะไปตรวจ  ทำไมคุณหมอถึงบอกว่าไม่ควรอดอาหาร เพราะอะไร นำมาฝากค่ะ

 

 

   " ในการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 6  ระหว่างวันที่ 10-12 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “โรคเบาหวาน” น่าสนใจจึงขอนำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับทราบกัน

   
    ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ  หิมะทองคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อ  บอกว่า จากพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบตะวันตก  การรับประทานอาหารว่างที่มีรสหวาน มันเค็ม ขาดการออกกำลังกาย ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังกลายเป็นสาเหตุใหญ่ในการเสียชีวิตของประชากรไทย โดยสาเหตุใหญ่ที่สุดยังคงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีสาเหตุจาก โรคเบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง



3 ใน 4 ของคนที่เป็นเบาหวาน หรือ 70-80%  มักมีโรคอื่นร่วมด้วย คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน จึงมีการเรียกรวม ๆ กันว่า โรคเบาหวานและพวก


   
ดังนั้นแนะนำว่าควรไปเจาะเลือดตรวจหาระดับน้ำตาลทุกปี  กลุ่มเสี่ยง  คือ  คนที่มีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เป็นโรคเบาหวาน คนอ้วน  ไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้หญิงที่มีน้ำตาลสูงขณะตั้งครรภ์ หรือมีลูกตัวโตตอนคลอดน้ำหนักเกิน 4 กก.


   
ก่อนเจาะเลือดไม่จำเป็นต้องอดอาหาร  แต่ควรเจาะเลือดหลังรับประทานอาหารประมาณ 1-2 ชม. ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่ำกว่า 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าปกติ แต่ถ้าเกิน 140  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ต้องไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นน้อย  ปานกลาง หรือ เป็นมาก


   
เหตุที่ไม่จำเป็นต้องอดอาหารก่อน  เพราะมีคนจำนวนหนึ่งที่น้ำตาลในเลือดตอนเช้าปกติ แต่หลังอาหารระดับน้ำตาลสูงขึ้น เนื่องจากจัดการน้ำตาลที่เข้าไปในเลือดได้ไม่ดี คนเหล่านี้เวลานอนตอนกลางคืน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นหลังอาหารจะค่อย ๆ ลดลงจนเข้าสู่ระดับปกติในตอนเช้า จึงพบว่า คนกว่าครึ่งหนึ่งที่อดอาหารแล้วไปตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดมักตรวจไม่พบความ ผิดปกติ

ดังนั้นแนะนำว่าไม่ควรอดอาหารแล้วไปตรวจเลือด เพราะอาจทำให้การวินิจฉัยคลาดเคลื่อนไม่สามารถค้นหาคนที่เป็นโรคเบาหวานได้ ถ้ายังให้งดอาหารอยู่  ไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจ ก็ควรเปลี่ยนแพทย์


   
เมื่อพบว่าเป็นโรคเบาหวานสิ่งที่ต้องทำ คือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย  พยายามเคลื่อนไหวตลอดเวลา เช่น นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ 1 ชม.ควรลุกขึ้นเดิน เคลื่อนไหวอิริยาบถ อย่านั่งในสภาพเดียวตลอดเวลา การนอนดูทีวีแล้วกินอาหารว่างก็ไม่ควรทำ


   
คนทั่วไปมักคิดว่าเป็นโรคเบาหวาน ต้องมีอาการ ความจริงโรคเบาหวาน มักจะไม่แสดงอาการ แต่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด เส้น เลือดตีบ ดังนั้นการตรวจร่างกายจึงพบว่าน้ำตาลในเลือดสูง คนไข้ที่มีอาการส่วนใหญ่เป็นมากแล้ว


   
อาการของโรคเบาหวานที่เป็นมาก คือ  ล้นออกมาทางปัสสาวะ  ฉี่บ่อย เพราะน้ำตาลดึงน้ำออกไปด้วย เมื่อปัสสาวะบ่อยก็หิวน้ำบ่อย หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ไปที่ไต แต่บางคนอาการก็ค่อยเป็นค่อยไป


   
ด้าน นพ.วิทูร จุลรัตนาภรณ์ แพทย์โรคหัวใจ กล่าวว่า  หัวใจสำคัญของการพิชิตโรคเบาหวาน คือ


1. การจำกัดอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง  ลดอาหารไขมันต่ำ ทั้งนี้คนไข้มักมีความชอบในการกินอาหารไม่เหมือนกัน ในคนไข้ชอบกินแป้ง แนะนำให้รับประทานแป้งที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ขนมปัง ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้อง 

 

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะมีงานวิจัยพบว่า การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ดังนั้นควรนอนอย่างน้อย 7-9 ชม.

 

4. จัดการกับความเครียด เพราะฮอร์โมนความเครียดจะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าจัดการกับความเครียดได้ ก็สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีด้วย

 

5. การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การมีไขมันในร่างกายเยอะเกินไปจะทำให้คุมน้ำตาลในเลือดไม่อยู่ เมื่อใดก็ตามที่น้ำหนักตัวลดลง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงจะดีขึ้นพร้อมกันหมด "

 

ขอบคุณ พิชิตเบาหวาน จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์คุณหมอขอบอกรายงานโดย นวพรรณ บุญชาญ


ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี