พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak)
นางสาว พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ (Puangrat Patomsirirak) Cherry ปฐมสิริรักษ์

ความเห็นทางกฎหมายกรณีของนายฟอง เลวัน ผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และสิทธิอาศัยในประเทศไทยในสถานะคนสัญชาติไทย


ความเห็นทางกฎหมายกรณีของนายฟอง เลวัน ผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และสิทธิอาศัยในประเทศไทยในสถานะคนสัญชาติไทย ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2555 จัดทำโดยนางสาวพวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ นักกฎหมายและคณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ความเห็นทางกฎหมาย[1] กรณีของนายฟอง เลวัน

ผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด

และสิทธิอาศัยในประเทศไทยในสถานะคนสัญชาติไทย

  

          โครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะบุคคลและสิทธิ ภายใต้กองทุนศ.คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายฟอง เลวัน และครอบครัว เพื่อขอให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่นายฟอง เลวัน ผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยที่อพยพจากประเทศไทยไปอาศัยและทำงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และจำเป็นต้องเดินทางกลับเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยโดยด่วน และหลังจากโครงการบางกอกคลินิกฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง[2] จึงนำไปสู่ความเห็นทางกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือ และคุ้มครองสิทธิของนายฟอง เลวัน ดังต่อไปนี้

 

          ความเห็นทางกฎหมายต่อ การเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด ของนายฟอง เลวัน

            1. นายฟอง เลวัน เป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยหลักดินแดนตาม มาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508

          จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายฟอง เลวัน เกิดในประเทศไทย ณ โรงพยาบาลสกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2512 (ปรากฎตามสูติบัตรญวนอพยพเลขที่ 29/30 ออกโดยอำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ลงวันที่ 28 เมษายน 2530) ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นไปตาม มาตรา 7(3) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ที่กำหนดให้นางฟอง เลวัน เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยหลักดินแดน เพราะเกิดในประเทศไทย และไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่ามีบิดาหรือมารดาต่างด้าวที่มีเอกสิทธิและความคุ้มกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตาม มาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508

          2. นายฟอง เลวัน ไม่เคยเสียสัญชาติไทย ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515

          จากข้อเท็จจริง นายฟอง เลวันเกิดจากมารดา คือ นางซา เตริ่นถิ  (ปัจจุบันใช้ชื่อ นางอรธิชา โชคสิทธิศักดิ์ ปรากฏตาม บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัว 8-4799-88017-47-4 ออกโดยอำเภอเมืองสกลนคร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2548) ซึ่งเกิดในประเทศไทย ณ บ้านเลขที่ 1064 ถนนรอบเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร (ปรากฎตาม หนังสือรับรองที่ 320/2534 ออกโดย อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2534) ด้วยข้อเท็จจริงการเกิดในประเทศไทยดังกล่าวนางซา เตริ่นถิ จึงเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน ตาม มาตรา 3(3) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2456 แม้ต่อมานางซา เตริ่นถิจะเสียสัญชาติไทยโดยผลของ ข้อ 1 แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เพราะเหตุที่มีมารดา (ยายของนายฟอง เลวัน) เป็นผู้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ทั้งนี้ไม่ปรากฎบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่นายฟอง เลวันก็ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 เนื่องจากมารดาของนายฟอง เลวัน คือ นางซา เตริ่นถิ  เป็นผู้เกิดในประเทศไทยมิใช่ผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ทั้งนี้ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย

          3. นายฟอง เลวัน ไม่เป็นผู้เสียสัญชาติไทยตาม มาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535

          นายฟอง เลวัน ไม่อยู่ภายใต้บังคับของ มาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 เพราะเกิดในประเทศไทย และขณะที่เกิดมารดาเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักดินแดน กล่าวคือในวันที่นายฟอง เลวันเกิด นางซา เตริ่นถิยังเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยอยู่ การเสียสัญชาติไทยในภายหลังของนางซา เตริ่นถิ ไม่มีผลกระทบต่อบุตรที่เกิดก่อนการเสียสิทธิในสัญชาติไทยนี้แต่อย่างใด  ดังนั้น นายฟอง เลวัน จึงไม่เสียสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยผลของมาตรา 11 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535

          4. นายฟอง เลวัน เป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา โดยผลของ มาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2535 เนื่องด้วย มาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 บัญญัติให้ผู้ที่เกิดจากมารดาสัญชาติไทย เป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยบทบัญญัติดังกล่าวมีผลย้อนหลังไปใช้บังคับกับผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มีผลบังคับ ดังนั้นนายฟอง เลวัน จึงมีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา

          แม้ว่านายฟอง เลวัน จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยหลักดินแดน ตาม 7(3) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 และเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา ตาม มาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 โดยผลของ มาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2535 แต่นายฟอง เลวัน กลับไม่เคยถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรของประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในสถานะคนสัญชาติไทย แต่กลับถูกบันทึกการเกิดย้อนหลังในสถานะของบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทย เมื่อ ปี พ.ศ.2530 ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 และในปี พ.ศ.2527 ได้รับการสำรวจและบันทึกในทะเบียนราษฎรในสถานะคนที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยูในราชอาณาจักรชั่วคราว พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวญวนอพยพ (ปรากฏตามบัตรประจำตัวญวนอพยพ ออกโดยอำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร) ซึ่งการบันทึกดังกล่าว เป็นการกระทำของรัฐไทยอันผิดไปจากข้อเท็จจริงของนางฟอง เลวัน ส่งผลให้นายฟอง เลวัน  มีสถานะเป็น คนสัญชาติไทยที่ได้รับการบันทึกเป็นคนต่างด้าวในทะเบียนราษฎรไทย

          นอกจากนี้การทรงสิทธิในสัญชาติไทยของนายฟอง เลวัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีหน้าที่ต้องรับรองและคุ้มครองสิทธิในสัญชาติ ของ นางฟอง เลวัน อันเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทย กล่าวคือ ข้อ 15 ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948

         

          ความเห็นทางกฎหมายต่อสิทธิอาศัยในประเทศไทยในสถานะคนสัญชาติไทย ของนายฟอง เลวัน

สิทธิอาศัยในประเทศไทยของนายฟอง เลวัน ในสถานะผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย ถูกบัญญัติรับรองตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศในฐานะจารีตประเพณีที่ผูกพันประเทศไทย กล่าวคือ ข้อ 13 แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. 1948  และในฐานะรัฐภาคี ตามข้อ 12 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 ส่งผลให้การปฏิเสธเสรีภาพในการเดินทางกลับเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ของนายฟอง เลวัน มิอาจกระทำได้

          1. นายฟอง เลวัน เป็นผู้ทรงสิทธิอาศัยในประเทศไทยตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ในสถานะคนสัญชาติไทย

          ด้วย นายฟอง เลวัน เป็นผู้ที่ข้อเท็จจริง เป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย ตั้งแต่เกิด คือ วันที่ 8 เมษายน 2512 และไม่เคยเสียสิทธิในสัญชาติไทยไปแต่อย่างใด ส่งผลให้นายฟอง เลวัน เป็นผู้ที่ทรงสิทธิอาศัยในประเทศไทยนับตั้งแต่เกิด ภายใต้บทบัญญัติ มาตรา 39 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2511 , มาตรา 47 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2511 และมาตรา 40 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2521

          2. การเดินทางไปอยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น ไม่ส่งผลให้นางฟอง เลวัน สิ้นสิทธิอาศัยในประเทศไทย

ด้วยนายฟอง เลวัน เป็นผู้ทรงสิทธิในสถานะคนสัญชาติไทย สิทธิในการเดินทาง และสิทธิในการอาศัยอยู่ในประเทศไทยของนายฟอง จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งบังคับใช้กับคนต่างด้าวในราชอาณาจักรไทย ดังนั้น การปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายฟอง เลวัน เดินทางออกนอกประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ.2532 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยการสวมเอกสารเดินทางของคนสัญชาติไทยนั้น จึงไม่ตกอยู่ภายใต้ มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่จะส่งผลให้นายฟอง เลวัน ไม่อาจเดินทางกลับเข้าประเทศไทย และสิ้นสิทธิอาศัยในประเทศไทยได้ ทั้งนี้เพราะสิทธิอาศัยในสถานะคนสัญชาติไทย ของนายฟอง เลวัน นับตั้งแต่วันที่นายเดินทางออกไปจากราชอาณาจักรไทย ยังคงมีอยู่ ตามมาตรา 40 วรรคสามแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2521,  มาตรา  40 วรรคสาม แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534, มาตรา  36 วรรคสาม แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 จนกระทั่ง มาตรา 34  วรรคสาม แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งบัญญัติว่า การห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรจะกระทำมิได้

ดังนั้นประเทศไทยจึงไม่สามารถปฏิเสธเสรีภาพในการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย และสิทธิอาศัยของ นายฟอง เลวัน ซึ่งปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงว่าป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งปอด (ปรากฏตามหนังสือรับรองแพทย์) และประสงค์จะเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น กลับเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย

         

          ความเห็นทางกฎหมายต่อสิทธิในการได้รับการบริการสาธารณสุข

          นายฟอง เลวัน ปัจุบันป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด จำต้องเข้ารับการรักษาโดยเร็วพลัน จึงจำต้องเดินทางกลับเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย พร้อมกับเพื่อให้อยู่ในความดูแลของครอบครัวได้ นอกจากนี้ นายฟอง เลวัน ยังเป็นผู้ทรงสิทธิที่จะได้รับบริการสาธารณสุข ตาม มาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทยว่าด้วยเรื่องของการรับรอง และคุ้มครอง สิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ปรากฏตาม ข้อ 25 แห่ง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948 และข้อ 12 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

 

ข้อเสนอเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ นายฟอง เลวัน

1. นายฟอง เลวัน เป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด ด้วยสถานะดังกล่าวส่งผลให้นางฟอง เลวันเป็นผู้ทรงสิทธิที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย และทรงสิทธิอาศัยในประเทศไทย รัฐไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาธิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ จึงควรเร่งดำเนินการอนุญาตให้นายฟอง เลวันเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้เพื่อเหตุผลในการเข้าถึงการใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ซึ่งดำเนินไปบนฐานแห่งเสรีภาพในการเดินทาง

2. การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ของนายฟอง เลวัน เป็นการเดินทางระหว่างประเทศจากประเทศญี่ปุ่น มาสู่ประเทศไทย ซึ่งปกติประเพณีจำต้องมีเอกสารพิสูจน์ตนระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศดังกล่าว ดังนั้น รัฐไทยในฐานะรัฐเจ้าของสัญชาติของนายฟอง เลวัน โดยกระทรวงต่างประเทศ และสถานฑูตประเทศไทยประจำประเทศญี่ปุ่น จึงควรเร่งออกเอกสารเดินทางประเภท C.I. (Certificate of Identity) ให้แก่นายฟอง เลวัน เพื่อใช้ระหว่างการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

3. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ควรดำเนินการแก้ไข และบันทึกชื่อนายฟอง เลวัน ในสถานะคนสัญชาติไทย ลงในทะเบียนราษฎรไทย ประเภททะเบียนบ้าน ทร.14

4. ดำเนินการเพื่อให้นายฟอง เลวัน สามารถใช้สิทธิในหลักประกันสุขภาพและเข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

5. พิจารณาดำเนินการเยียวยาความเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดที่เกิดขึ้นกับนายฟอง เลวัน



[1] ข้อมูลเพิ่มเติม “รายงานการสอบปากคำ การวิเคราะห์กฎหมาย และเอกสารส่วนบุคคลเกี่ยวกับนายฟอง เลวัน” ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2555 โดย นางสาวบงกช นภาพอัมพร นักวิจัยและคณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การให้คำปรึกษาของ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และ “ความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีการกระทำทางปกครองของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ต่อกรณีนายฟอง เลวัน” ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2555 โดยอาจารย์ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นักกฎหมายอาวุโส สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ อาจารย์กิติวรญา รัตนมณี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนางสาวกรกนก วัฒนภูมิ นักกฎหมาย สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

[2] สอบข้อเท็จจริงโดย นางสาวบงกช นภาอัมพร คณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯ ปรากฎตามเอกสาร “นายฟอง เลวัน : คนไทย (ในญี่ปุ่น) ที่ไม่เคยเป็นไทยในสายตาของรัฐไทย 

หมายเลขบันทึก: 502449เขียนเมื่อ 16 กันยายน 2012 17:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 กันยายน 2012 21:16 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

กฏหมาย .... เป็นเรื่อง จำเป็น และ ควรเรียนรู้ + มีความรู้ .... ท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลง หลายๆ มิติ ของ  "สังคมไทย" 


ขอบคุณ บทความดีดี .. มีคุณภาพนี้ นะคะ


พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี