ภาวะพร่อง เอนไซม์ G-6-PD
เอนไซม์
G-6-PD ย่อมาจาก Glucose – 6 –
Phosphate Dehydrogenase เป็น
เอนไซม์ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกายรวมทั้งเม็ดเลือดแดง
ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้เม็ดเลือดแดง
แตกง่ายผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้มักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ซึ่งส่วนใหญ่จะแสดงอาการในผู้ชาย
ผู้หญิงก็อาจพบ มีอาการได้แต่น้อยกว่าผู้ชายมาก
อาการ
เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้จะไม่แสดงอาการอะไรนอกจากตัวเหลืองตอนแรกเกิด
หากมีไข้สูง หนาวสั่น ซีดเหลือง
อ่อนเพลียมาก ปัสสาวะสีคล้ายน้ำปลาหรือโคล่า
จะตรวจพบภาวะซีด ตัวเหลือง ตาเหลือง
แต่ตับม้ามมักไม่โต
ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีภาวะไตวายแทรกซ้อน อันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อมีเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลัน
(Hemolytic crisis) เช่นนี้คือ
ภาวะไตวาย
เนื่องจากไตขาดเลือดเฉียบพลันเพราะขาดเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนมาหล่อเลี้ยง(เม็ดเลือดแดงแตกหมด)
และยังได้รับฮีโมโกลบินปริมาณมาก
ซึ่งเป็นพิษต่อไตโดยตรง อาการมักเกิดขึ้นทันทีหลังเป็นโรคติดเชื้อ
เช่นไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ มาลาเรีย ไทฟอยด์
ตับอักเสบ หรือหลังได้รับยาที่แสลงเช่น
แอสไพริน ควินิน ไพรมาควีน คลอแรมเฟนิคอล
ยากลุ่มซัลฟา
ฟูราดซลิโดน PAS ไทอาเซตาโซน
และยารักษามาลาเรียส่วนใหญ่
หรือหลังกินถั่วปากอ้าดิบๆสุกๆ
ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นๆหายๆได้บ่อย
การรักษา
การรักษาเป็นการรักษาประคับประคอง
เช่น
การให้เลือด,การให้น้ำที่เพียงพอเพื่อป้องกันไตวาย
ส่วนการแตกของเม็ดเลือดแดงจะหยุดได้เอง
โรคนี้ไม่มีการรักษาที่หายขาดในขณะนี้ สิ่งที่ดีที่สุดคือ
การให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนระหว่างครอบครัวและแพทย์
หากมีอาการเม็ดเลือดแดงแตกควรรีบส่งโรงพยาบาลภายใน 24
ชั่วโมงเพื่อตรวจหาระดับเอนไซม์ G-6-PD
และให้การรักษาตามอาการ ถ้าซีดมากอาจต้องให้เลือด
ถ้าพบมีโรคอื่นๆร่วมด้วยก็ให้การรักษาพร้อมกันไปด้วย
แต่ต้องระวังยาที่อาจทำให้เกิดอาการเม็ดเลือดแดงแตกมากขึ้น
การดูแลผู้ป่วยขั้นต้นต้องดื่มน้ำมากๆ
เพื่อป้องกันมิให้ไตวาย
ข้อแนะนำ
1.โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์แบบ X – linked
resessive (ความผิดปกติอยู่บน โครโมโซม X )โดยผ่านทางโครโมโซมเพศหรือ
X
โครโมโซม
ในผู้ชายมีโครโมโซม
X
เพียงตัวเดียวต่างจากเพศหญิงที่มี
2
ตัว
ดังนั้นโอกาสเกิดโรคจึงพบในเพศชายมากกว่า
และเพศหญิงที่มีความผิดปรกติของโครโมโซม X
เพียงตัวเดียวจะไม่แสดงอาการของโรค
ยกเว้นถ้ามีความผิดปกติของ X
ทั้ง
2
ตัว
ในประเทศไทยพบอุบัติการณ์ในเพศชายประมาณ
11
%เปอร์เพศหญิงประมาณ
5.8 %
ของประชากร
ผู้ชายจะเป็นโรค โดยได้รับยีนมาจากมารดาที่เป็นพาหะ
พ่อที่เป็นโรค จะถ่ายทอดพาหะให้ลูกสาวทุกคน
2.โรคนี้จะเป็นติดตัวไปตลอดชีวิตโดยไม่เกิดอันตรายร้ายแรงถ้ารู้จักระวังรักษาตัว
โดยหลีกเลี่ยงยาหรือสารที่แสลง
แต่ถ้าเกิดมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเนื่องจากภาวะการติดเชื้อผู้ป่วยต้องดื่มน้ำมากๆ
แล้วรีบไปพบแพทย์
3.ผู้ที่เป็นโรคควรพกบัตรประจำตัวซึ่งระบุชื่อผู้ป่วย
โรคที่เป็น รพ.ที่มีประวัติการรักษา
และรายชื่อยาที่ควรหลีกเลี่ยง
ควรแสดงบัตรนี้ทุกครั้งที่ไปพบตรวจรักษาด้วยโรคใดๆก็ตาม
เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่แสลงต่อ โรค
4.โรคนี้แยกออกจากธาลัสซีเมียโดย ธาลัสซีเมียมักจะมีอาการซีดเหลือง
ตับม้ามโตมาตั้งแต่เกิด
อาหารต้องห้าม
นอกจากยาแล้วอาหารที่รับประทานก็พบว่ามีผลต่อเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยเช่นกัน
นั่นคือ
ถั่วปากอ้า (Fava bean)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถั่วนั้นยังดิบอยู่
และลูกเหม็น
(napthalene)
ที่ใช้อยู่ประจำตามบ้านค่ะ
ถ้ารู้เท่าทันโรคเราก็สามารถปรับพฤติกรรมให้อยู่ได้อย่างเป็นสุขคะ
มีชื่อยาเพิ่มเติมคะทั้งยาที่ห้าม
และยาที่รับประทานได้แต่ต้องระมัดระวัง
รายชื่อยาที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่พร่องเอนไซน์ G6PD
1.ยารักษามาเลเรีย ได้แก่
PRIMAQUINE,PAMAQUINE,PENTAQUINE,QUINAQUINEและQUININE
2.ยาลดไข้แก้ปวด ได้แก่ ACETANILID,ASPIRIN,PHENACETIN,PYRAMIDONE
3.ยาจำพวกซัลฟา ได้แก่ SULFANILAMIDE,SULFAPYRIDINE,SULFACETAMIDE,
SULFISOXAZOLE,
SULFANETHOXYPYRIDAZINE
4.ยาบางอย่างเช่น FURAZOLIDONE,NITROFURANTOIN,CHLORAMPHENICOL,
PARAMINOSALICYLIC,
NAPIHALINE(ลูกเหม็นที่ใช้ไล่แมลง),VITAMIN K,
TRINITROTOLUENE,METHYLENE BLUE,
DIMEREAPROL,PHENYLHYDRAZINE,QUINIDINE
ยาที่รับประทานได้แต่ต้องอยู่ในระดับของการรักษา
Acetaminophen(paracetamol
hydroxyacetanilide)
Aminopyrine
(Pyramidon, amidopyrine)*
Ascobic acid 9Vitamin C) *
Chlorguanidine
(Proguanil, Paludrine)
Diphenhydrsmine(Benadryl)
Menadione
p-Aminobenzoic acid
Probenecid (Benemid)
Streptomycin
Sulfaquanidine
Fulfisoxazole(Gantrisin)
Vitamin K*
Tylenol
Acetophenetidin
(phenacetin)
Anyazoline(Antistine)
Benzhezol (Artane)
Chloroquine*
Isoniazid
sodium bisulfite(Hykinone)
Phenylbutazone
Procian amide (Daraprim)
Sulfacytine
Sulfamerazine
Trimethoprim
Tralgon
Acetylsalicylic acid (aspirin)*,
Antipyrine*
Chloramphenicol
Colchicine
L – Dopa
Menapthone
Phenytoin
Quinidine*, Quinine*
Sulfadiazine
sulfamethoxypyridazine(Kynex)
Tripelennamine
(pyribenzamine)
(หมายเหตุ *
หมายถึงชื่อยาที่ปรากฏทั้งยาต้องห้ามและยาที่รับประทานได้
แต่เป็นยาที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องใช้จริงๆ
จะต้องรับประทานในระดับของการรักษา)
(คัดลอกจาก Ernest Beutler,M.D." Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency," ใน Erythrocyte disorder: Anemias due to increased destruction of erythrocytes with enzyme deficiences, p.598)
Update and published by Associazione Italiana Favismo-Deficit di G6PD(ONLUS) http://www.favism.org/
เรียบเรียงโดย: เนตรทอง นามพรม ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ม.ค. 2548
วันอังคารที่ 12 มิ.ย. 50 ผู้ที่มีประวัติ G6PD ขอเชิญพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันที่ห้องพยาบาลโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยคะ ใครสะดวกช่วงเวลาไหนเข้ามานัดแนะกันเลยคะ
วันนี้เอารูปถั่วปากอ้า อาหารต้องห้ามของ ผป. G6PD มาฝากคะ

รูปมันเล็กไปขอแก้ตัวใหม่คะ
แม่บอกมาตั้งแต่เด็กๆว่าเป็น G-6-PD ตอนอายุ 10 ขวบ เคยปัสสาวะเป็นสีโค้ก อ่อนเพลีย ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ หมอเจาะเลือด ตั้งหลายครั้ง!!
ให้ยาไปกิน หมอบอกว่าเม็ดเลือดแตก *-* แต่จำไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร
ผมเป็นG6PD ผมรวบรวมคำถามคำตอบเรื่อง G6PDมาให้ครับ
ผ่อนผันการเกณทหารได้ไหม
จาก ff เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 48 เวลา 2:57:00 PM
เรียน คุณ ff
ถ้ามีหลักฐานหรือผลตรวจทางการแพทย์ยืนยันก็สามารถที่จะขอผ่อนผันการเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจเพื่อยืนยันผลจากกรมการแพทย์ทหารอีกครั้งค่ะ
จาก BangkokHealth เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 48 เวลา 3:19:00 PM
นอกจากถั่วปากอ้าและลูกเหม็นแล้วยังมีอาหารอีกหลายสิบชนิดที่ไม่สามารถทานได้ใช่ใหมคะ
จาก อ๋อย เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 50 เวลา 7:48:00 PM
และอยากทราบว่าอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง
จาก อ๋อย เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 50 เวลา 7:50:00 PM
สิ่งอื่นๆที่ควรหลีกเลี่ยง
ถั่วปากอ้า ไวน์แดง พืชตระกูลถั่ว
บลูเบอรี่ โยเกริตที่มีส่วนประกอบของ
ถั่วปากอ้าถั่วปากอ้า
ไวน์แดง พืชตระกูลถั่ว
บลูเบอรี่ ถั่วเหลือง
โทนิค (tonic)
โซดาขิง การบูร
ที่มา: Ernest Beutler,M.D.,Prof. Lucio Luzzatto, Prof.P.Marradi.Italian Health Ministry.
มีคุณพี่ใจดีกรุณาเล่าประสบการณ์G6PDให้พวกเราฟังคะ ขอให้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่บุคคลที่สนใจจงเป็นกุศลแก่ผู้ที่บอกเล่าเป็นวิทยาทานด้วยคะขอให้สุขภาพดี สุขกายและใจ
"ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เป็นg6pd ปัจจุบันอายุ 42 ปี
มีพี่น้อง 3 คน ดิฉันเป็นคนโต และเป็นคนเดียว
ที่เป็นโรคนี้จำได้ว่าตอนเด็กต้องไปโรงพยาบาลเกือบทุกวันอยู่ระยะหนึ่ง และทานยาเยอะมาก ทั้งยาฝรั่งและยาไทย ที่เรียกว่ายาหม้อ ทานอยู่หลายปี จนกลายเป็นคนทานยาง่ายมาก ทานได้ครั้งละเป็น 10 เม็ดตอนเด็กๆ ก็รู้สึกค่ะ ว่าตัวเองเป็นคนขี้โรค
ค่อนข้างผอม แต่พออายุประมาณ 10 ขวบ ก็เริ่มดีขึ้นค่ะใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ แค่ระวังตามที่แพทย์บอก
อย่างเคร่งครัด ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่อย่างทุกวันนี้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้แข็งแรงขึ้นมากค่ะ
ปัจจุบัน น้ำหนัก 44 ก.ก. สูง 154 ซม.
เป็นที่ปรึกษากฎหมาย และครูสอนโยคะ
เห็นมั๊ยคะ ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป
จนลืมไปเลยว่าตัวเองมีโรคประจำตัว
ทุกวันนี้ก็พกบัตรสำหรับคนเป็นโรคนี้ไว้ในกระเป๋า
ตลอดเวลา พกมาตั้งแต่เล็กจนแก่ เผื่อมีอุบัติเหตุ
ที่ไหนคนเค้าจะได้รู้ว่าเราเป็นโรคนี้ สิ่งที่ต้องระวังในชีวิตประจำวัน ก็แค่ไม่ทานถั่วปากอ้า ไม่สูดดมทินเนอร์ หรือ พวกสีทาบ้าน สีน้ำมัน น้ำมันเบนซิน
ส่วนพวกเมนทอลก็ดมบ้างทานบ้างเป็นบางครั้ง นานๆ ทีค่ะ เพื่อไม่ให้ชีวิตซีเรียสเกินไป แล้วก็พกรายการยาที่ห้ามใช้ ทำเป็นบัตรเคลือบพลาสติกแข็งไว้เลยค่ะ เวลาไปพบแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไร หรือซื้อยาตามร้านขายยา ต้องยื่นบัตรนี้ให้ดูไว้ก่อน
เดี๋ยวนี้การแพทย์พัฒนากว่าสมัยก่อนไปมากแล้ว
ไม่น่าจะต้องกังวลมากนะคะ ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร
ถ้าคุณพ่อคุณแม่จิตใจเข็มแข็ง ลูกก็จะผ่านมันไปได้
ช่วงวัยเด็กอาจจะรู้สึกว่ามันหนักหน่อย
แต่พอโตขึ้นก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เองค่ะ
ดิฉันยังอยู่รอดได้อย่างปกติสุขดีจนถึงทุกวันนี้
ขอเอาใจช่วยผู้ร่วมชะตากรรมทุกคนนะคะ
ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามได้นะคะ
เพราะนอกจากแพทย์แล้ว คงไม่มีใครตอบคำถามเรื่องนี้ได้ดีเท่ากับคนที่เป็นโรคนี้เอง"
จากคุณ: พชราวลัย วัน / เวลา: [12 ก.ย. 2550 / 16:34:10]
หัวเรื่อง: ห้องน้ำที่สาธารณะมีลูกเหม็นเป็นอันตรายไหมค่ะ
ข้อความ:
ลูกชายเป็น g-6-p-d ค่ะ กังวลว่าถ้าโตขึ้นเข้าโรงเรียนได้แล้ว จะต้องใช้ห้องน้ำของโรงเรียนเค้าจะมีป้ญหาเรื่องลูกเหม็นที่มักจะมีประจำอยู่ในห้องน้ำสาธารณะทุกที่ จะเป็นอันตรายไหมค่ะ
นับว่าเป็นความเป็นห่วงและความรอบคอบของคุณแม่คะ ถ้าลูกโตขึ้นได้รับรู้ถึงความห่วงกังวลของแม่ที่มีต่อลูกมากขนาดนี้คงจะดีไม่น้อย จากประสบการณ์การดูแลเด็กๆกลุ่มนี้ยังไม่เจอปัญหาจากการเข้าห้องน้ำหากเด็กเล็กอาจต้องขอความร่วมมือจากคุณครูให้เลี่ยงหรือใช้ผลมะกรูดสดใส่ห้องน้ำแทนลูกเหม็น แต่โดยทั่วไปโรงเรียนอนุบาลจะไม่ใช้คะเพราะกลัวเด็กหยิบฉวยเล่น ส่วนเด็กเมื่อโตเขาจะรู้จักถ้าห้องไหนมีปริมาณลูกเหม็นจนมีกลิ่นระเหยเขาจะเลี่ยงไม่ใช้ห้องนั้น หรือถ้าจำเป็นมากจะกลั้นสูดลมหายใจให้น้อยที่สุดแล้วรีบออกมาในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ เด็กๆเขามีวิธีคะในการเอาตัวรอดขอเพียงติดอาวุธทางปัญญาให้เขา เขาจะหาวิธีแก้ปัญหาที่เราเองบางทียังคิดไม่ออกเท่าเด็กเลยคะ น้องผู้ชายที่มีประสบการณ์การใช้ห้องน้ำช่วยติวให้รุ่นน้องหน่อยเร็วว่าเคยใช้เทคนิคอย่างไร
สวัสดีครับ ตอนนี้ผมมีลูกชายอายุ18วันแต่เป็นโรค g6pd จึงมีเรื่องอยากขอคำแนะนำด้วยนะครับถ้าอาการกำเริบจะมีอาการอย่างไรแสดงให้เห็นได้อย่างเด่นชัด แล้วอาการแบบไหนที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว...ขอความกรุณาด้วยนะครับ.
ตอนนี้ลูกยังเล็กยังสื่อสารบอกเราไม่ได้ทุกเรื่อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยดูคืออาการเม็ดเลือดแตก ซึ่งจะแสดงออกในรูป ตัวซีด ตัวตาเหลือง ปัสสาวะสีโค้ก มีไข้สูง หนาวสั่น ถ้าเด็กโตขึ้นอาจจะบอกหรือแสดงอาการอ่อนเพลียมากให้ผู้ปกครองรู้ร่วมกับอาการข้างต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว แต่ตอนเป็นทารกมีโอกาสสัมผัสสิ่งต้องห้ามน้อยข้อควรระวังคือห้ามใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แต่พอโตขึ้นนอกจากถั่วปากอ้า ลูกเหม็น และยาต่างๆที่พยาบาลนำมาขึ้นไว้ให้ ก็ไม่มีอะไรรุนแรง มีเด็กบางคนเขาอยากรู้ก็แอบกินถั่วปากอ้าตอนพ่อแม่ไม่เห็น แต่กินแบบสุกและกินน้อยก็ไม่ถึงขั้นเกิดอาการ อันนี้เด็กๆมาเล่าให้พยาบาลฟัง เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเด็กเมื่อโตขึ้นก็เป็นเรื่องสำคัญ เลี้ยงอย่างไรที่ไม่ไช่ถนอมจนเกินไป ส่วนข้อห้ามต่างๆควรมีวิธีชี้แจงลูกด้วยเหตุผลเพื่อเด็กจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกสั่งและอยากลองดู
คุณพ่ออาจจะรู้สึกเป็นกังวลมาก แต่ถ้าได้อ่านประสบการณ์ที่เด็กๆที่เป็นได้เล่ามาในblogต้นๆจะเห็นว่าเด็กๆสามารถเติบโตและมีพัฒนาการได้เหมือนเด็กทั่วไปทุกประการ หลายคนที่รู้จักเด็กผู้ชายตัวสูงกว่า170 CM.บางคนสูงกว่า 180 CM.อีก เรียนก็เก่งด้วย
โอกาสหน้าถ้ามีข้อซักถามเพิ่มเติมพยาบาลก็ยินดีคะ
หนูเป็นG6Pd ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปคะ ตอนนี้อายุ 19 แล้วแต่ว่า ต้องหยุดเรียนแล้วคะ ตอนนี้เพราะอ่อนเพลียกับเป็นไข้บ่อยเหลือเกิน จะทำไงดีคะหนูอยากไปเรียนจัง
เฮ้อ รู้สึกสมองตื้อๆด้วยคะ เคยมีอาการใจสั่น ปวดศีรษะมากจนเป็นลมและก็กล้ามเนื้อเกร็งหนึ่งครั้ง อยากหายเร็วๆจังมีคำแนะนำบ้างไหมคะ
ตอบน้องอ้อแอ้ ปกติพบน้อยในผู้หญิงของน้องแสดงว่าทั้งคุณพ่อและคุณแม่มียีนพร่องG6PDทั้งคู่ น้องเรียนได้ถึงระดับไหนแล้วคะเผื่อจะได้แนะนำได้เฉพาะมากขึ้น รวมทั้งตัวน้องมีความสนใจ หรือความถนัดด้านใดเป็นพิเศษบ้าง ปัจจุบันการศึกษาเปิดกว้างขึ้นบางครั้งการเรียนรู้ และโอกาสในการประสบความสำเร็จในชีวิตก็ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนที่เดียวมันยังอยู่ตามที่ต่างๆมากมายถ้าเรารู้จักตัวเราอย่างแท้จริงพยาบาลมีน้องๆที่เป็นG6PD และประสบความสำเร็จในชีวิต การเรียน หรือการงาน เยอะคะ ถ้าเดินถูกทางน้องอ้อแอ้ก็จะเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน จริงๆโรคนี้ถ้าทำความรู้จักกับมันและรู้ใจมันเล็กน้อยก็แทบไม่สามารถมาเป็นอุปสรรคใดๆต่อตัวเราได้ ต้องท่องไว้นะคะว่า "กระบี่อยู่ที่ใจ"
สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณมากค่ะ กับคำตอบเรื่องห้องน้ำลายความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะแต่ว่าตอนนี้มีปัญหาใหม่เข้ามาค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า....
ช่วงวันหยุดพา baby ไปเที่ยวบ้านแล้วปรากฎว่า ผู้ใหญ่ที่บ้านท่านจะจับ baby ทานยาเขียวอย่างเดียวเลยค่ะ โดยให้เหตุผลว่า เอามือไปอังๆ ศรีษะ baby แล้วร้อนๆ สงสัยจะเป็นไข้หรือเปล่า(แต่ว่าคุณแม่เช็คแล้วค่ะว่าปกติดี)แล้วก็บอกว่าระวังจะเป็นซาง(ซางคืออะไรค่ะ?)ให้ทานยาเขียวนี่ละดีแล้วเด็กที่บ้านก็โดนจับทานยาเขียวกันทุกคน ชงกินกันทุกวันเลย (จำเป็นไหมค่ะเจ้ายาเขียวนี่?)คุณแม่ก็กลัวว่าจะมีผลกับbabyค่ะ เพราะว่าจะระวังเรื่องอาหาร ยา กับเค้าตลอด ก็เลยบอกไปว่า คุณหมอห้ามทานค่ะ แต่ว่าดูเหมือนท่านจะดื้อค่ะ ไม่เชื่อพยายามจะแอบอุ้มพา baby ไปเดินเที่ยวแล้ววนมาหายาเขียวทู้กที เฮ้อ ก็เลยต้องจับมาอุ้มเองเลยค่ะ
....สรุปแล้ว ยาเขียวนี่มันดีไหมค่ะ ทานเพื่ออะไร อันตรายกับbaby G6Pd ไหมค่ะ
ถึงคุณชลิดา
เท่าที่พยาบาลทราบยาเขียวทีว่านั้นเป็นยาสมุนไพรไทย+สมุนไพรจีนหลายตัวที่รู้จักก็มีฟ้าทะลายโจรด้วย ข้างซองอาจจะมีบอกเข้าใจว่ามีหลายสูตร แต่เท่าที่ทราบไม่มีตัวไหนที่ปฏิปักษ์กับG6PD เพื่อความชัวร์และความสมานฉันท์ในครอบครัวควรเริ่มแต่น้อยแล้วสังเกตอาการดูคะ แต่ถ้าเด็กไม่ได้มีไข้ก็ไม่น่าจำเป็นต้องลองคะไว้เวลามีไข้จะใช้แทนยาแผนปัจจุบันก็ขอให้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดคะ
ขอบพระคุณมากค่ะ สบายใจแว้ววววววววววววว
คนเปนโรคนี้
กินอาหารประเภทถั่วไม่ได้เลยรึป่าวค่ะ
คุณ pj jung มีคนใกล้ชิดเป็นหรือเปล่าคะ จริงๆแล้วห้ามเฉพาะถั่วปากอ้าคะ ถั่วอื่นไม่ห้ามยกเว้นรายกรณีที่แพ้ชนิดอื่นด้วย
สวัสดีค่ะ....คุณแม่ทุกท่านและคุณพยาบาล ดิฉันอายุ 30 ค่ะ..มีลูกแล้ว 3 คนค่ะเป็นผู้หญิง 2 คน ชาย 1 คน คนโตเกิด 14 เมษา 46 คน2.เกิด 23 เมษา 48 คน3. เกิด 21 เมษา 50 ค่ะ เหมือนหวยล๊อกนะค่ะ แต่ไม่ได้ตั้งใจนะ...ลูกสาว 2 คน ไม่เป็นอะไรค่ะแต่ลูกชายตัวน้อย เป็น G6PD ค่ะ แรก ๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่าโรคนี้เป็นอย่างไร ทราบแต่ว่ามีตัวยาบางชนิดที่เป็นสารทำให้แพ้ยาได้ และมีถั่วปากอ้าเท่านั้น จน 3 วันที่ผ่านมา ลูกคนกลาง และคนเล็ก เกิดท้องเสีย และต้องกินยาฆ่าเชื้อ คุณยายก็เลยป้อนยาปรากฏว่าสลับถุงยากัน คนเล็กที่เป็น G6PD กินยา CO-TRI ฆ่าเชื้อเข้าไป เลยคิดว่าจะเป็นอันตรายกับลูกหรือเปล่า ขณะนี้เลิกให้ยานั้นแล้วอยากถามคุณพยาบาลว่าสารเคมีที่ลูกรับไปนั้นสะสม และเป็นอันตรายกับลูกในอนาคตอีกไหมค่ะเพราะนำไปให้คุณหมอที่โรงพยาบาลดูอาการก็ปกตินะค่ะ..( ขณะนี้อาการท้องเสียของลูกหายแล้วค่ะ ) ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นภาวะพร่องของร่างกายชั่วขณะการแรกเกิดผ่านช่วงวัยนั้นมาคิดว่าสามารถหายขาดได้โดยระยะเวลาการเจริญเติบโตของร่างกาย อาการตัว และตาเหลืองของลูกไม่มีนะค่ะ เลยเราไม่รู้ว่าลูกเราแพ้เพราะไม่เคยแสดงอาการใด ๆ เลย อยากรบกวนคุณพยาบาลค่ะว่า โรคนี้มีความรุนแรงขนาดไหนค่ะ ข้อควรระวังจริงๆ นอกจากอาหารและยารักษาโรค ยังมีกิจกรรมอะไรบ้างค่ะที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคควรทานอาหารประเภทใดบ้างค่ะที่จะสร้างภูมิคุ้มกันโรคนี้ ...ขอรบกวนด้วยนะค่ะ..ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสเข้ามารู้จักกับคุณทุกคนเป็นครั้งแรกค่ะ...คุณแม่ลูก 3..
เรียนคุณธัญลักษณ์ ที่มาเกิดอาการที่ลูกชายคนเล็กข้อสมมุติฐานที่เป็นไปได้คือคุณแม่มียีนแฝงคะ ลูกสาวอาจได้รับหรือไม่ได้รับก็ได้50/50 แต่ที่ลูกสาวไม่มีภาวะพร่องเอนไซม์เพราะได้รับโครโมโซมXอีกตัวจากพ่อซึ่งเด่นกว่าคะ ส่วนลูกชายมีXเดียวจากแม่และYจากพ่อส่วนยาCo-tri ที่ให้ผิดไปไม่อยู่ในกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อภาวะG6PDคะ ส่วนยาที่ใช้รักษาปัจจุบันนี้ยังไม่ปรากฎว่ายาอะไรใช้ได้ผลคะ การใช้ยาโดยไม่ทราบส่วนผสมแน่ชัดอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดีคะ
สวัสดิ์ดีคับ ผมก็คือผู้ร่วมชตากรรม
http://www.allrealmeds.com/binozyt-zythromax-azicip-zithromax-p-378.html
ลิ่งที่ผมส่งมานี่ เปงยาตัวนึงที่หมอให้ผมกิน[ทานได้นะคับ] คือว่าที่แรกผมเป็น คล้ายๆว่าจะเป็นไซนัส แล้วรู้สึกปวดตรงโพรงจมูก แล้วมีไข้
ก็ไปหาหมอ ผมก็บอกเค้านะว่าเป็น g6pd แต่ให้ยามาคือ ponstan[ยาแก้ปวดท้องเมนอะ] แล้วพอเอามากินก็มีอาการ ผืนแดงๆขึ้นจากส่วนบน แล้วค่อยรามลงมา ข้างล่างเรื่อยๆ ก็ไปหาหมออีกคนที่ร.พ.เอกชล เค้าก็บอกว่าคงแพ้ยา ก็เลยต้องนอนร.พ.ไป2คืน ถึงจะหาย ยาตัวในลิ่งนี่คือยาที่หมอให้ผมกินได้ เป็นยาปฏิชีวนะ ชื่อ
BINOZYT 250 MG TAB[azithromycin] ถ้าใครป่วยแล้วต้องใช้ยาปฏิชีวนะ นี้ก็เอาไปใช้ได้นะคับ ถ้าไม่อยากไปหาหมอ
ถ้าไงก็คุณพยาบาล pcu ก็ชวนชี้แนะพวกเพื่อนที่ร่วมชตากรรมด้วยนะคับ
ถ้าผมมีอะไรก็จะเอามาบอกให้ทุกคนได้ทราบแล้วกันนะคับ