บทความจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2555

ติดตามอ่านย้อนหลังได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้ครับ

http://www.naewna.com/columnist/1104

 

สัปดาห์นี้มีข่าวใหญ่ 2 ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวแรกคือ การขัดแย้งเรื่องของทหารถึงขั้นปลดปลัดกระทรวงกลาโหม

ในฐานะผู้ติดตามข่าวก็ตกใจมากเพราะพลเอกเสถียรจะเกษียณมีเวลาเหลืออีกไม่ถึง 2 เดือน เล่นกันรุนแรงมาก

รัฐมนตรีกลาโหม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต กล้าหาญชาญชัยมากเหตุผลคืออะไร?

ผลกระทบในอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบได้ความเสี่ยงมากขึ้น โดย
ไม่จำเป็นหรือเปล่า?

ในมุมหนึ่งก็มีคนมองว่า คุณทักษิณต้องการจะแสดงบทบาทในการโยกย้ายทหารจึงส่งสัญญาณให้รัฐมนตรีกลาโหมแสดงบทบาทมากขึ้น

อีกมุมหนึ่งก็เป็นการมองบุคลิกและวิธีการของปลัดกลาโหม พลเอกเสถียรว่ามีความมั่นใจในตัวเองมาก เพราะทราบว่าหลังบ้านสนิทกับนายกฯยิ่งลักษณ์

 

แต่ที่แน่ๆ ก็คือบรรดา ผู้นำเหล่าทัพทั้งหลายมีความเห็นอย่างไรจะลุกลามเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายในอนาคตหรือไม่ และเรื่องจะจบลงอย่างไร ให้พบกันครึ่งทาง

และสุดท้ายผมเคยพูดว่า นายกฯยิ่งลักษณ์กับพี่ชายอาจจะมองไม่เหมือนกันทุกเรื่องยังต้องติดตามดูกันต่อไป

ข่าวใหญ่กว่านั้นก็คือ การยอมรับของรองนายกฯกิตติรัตน์ ณ ระนอง ว่าพูดไม่จริง โกหกประชาชนหรือที่เรียกว่า โกหกขาว (White lie) ว่าส่งออกไทยขยาย 15% แน่ๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่เกิน 7% ในความเห็นของผม ปีนี้ส่งออก 7% ก็ถือว่าเก่งมาก เพราะความต้องการสินค้าไทยของโลกลดลงมากทั้งในตลาด

-จีน

-ยุโรป

-อเมริกา

-อาเซียน

ปัจจุบันเศรษฐกิจและธุรกิจโลกที่พึ่งพากัน ถ้ายุโรปและอเมริกา อ่อนแอ จีนก็ส่งออกได้น้อย เศรษฐกิจจีนจะมีสะดุด จึงเป็นเหตุการณ์ธรรมดา รัฐบาลคงต้องยอมรับ โดยลดการนำเข้า แต่รัฐบาลชุดนี้ยังมั่นใจว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้เก่ง เพราะมีอำนาจรัฐ

ผมคิดว่าคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ต้องรับผิดชอบด้วยการถอยไปก่อน ถ้าอนาคตจะเล่นการเมืองอีกนานๆ คุณกิตติรัตน์ก็คงจะอยู่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่นายกฯยังสนับสนุนตลอดมา

ในอเมริกา ข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 2 เดือน เข้มข้นผมอาจจะผิดก็ได้เคยวิจารณ์ไว้ในรายการวิทยุและโทรทัศน์เมื่อเดือนที่แล้วว่าโอกาสโอบามาสูงกว่า แต่บัดนี้สถานการณ์น่าจะสูสีมากด้วยเหตุผลหลายประการ

-Romney เลือกคุณ Ryan มาเป็นผู้สมัคร รองประธานาธิบดีถูกใจคนอเมริกัน เพราะต้องการรัดเข็มขัดลดการใช้จ่าย
โดยเฉพาะลดงบประมาณขาดดุลลงอย่างมีแผนงานที่ชัดเจน

-โอบามาถูกมองว่าดีแต่พูด วิจารณ์รอมนีย์ แต่ไม่เสนอนโยบายใหม่ๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการว่างงาน

-คนอเมริกาอยากได้ประธานาธิบดีที่ทำงานบริหารเป็น ไม่ใช่หาเสียงเป็นและพูดเก่งเท่านั้น

-และรอมนีย์มีประสบการณ์ทางธุรกิจมากกว่าโอบามา

 

ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะฟันธงว่ารอมนีย์ชนะ แต่แนวโน้มรอมนีย์เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะปัญหาเศรษฐกิจของอเมริกาที่ยังแก้ไขไม่ได้

บทความของผมสัปดาห์นี้เน้นถึงปัจจัยบวก 3 เรื่องที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จาก AEC

ทั้งๆ ที่มีปัจจัยลบมากมาย ซึ่งเคยพูดไปแล้ว เช่น

-อ่อนภาษาอังกฤษ

-อ่อนทุนมนุษย์

-คนไทยไม่ชอบทำงานต่างประเทศ

-คิดไม่เป็น

-ขาดคุณธรรมจริยธรรม

-SME’s อ่อนแอ

แต่ในประวัติศาสตร์ของไทย เมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ คนไทยมักจะมีแรงบันดาลใจมีพลังพิเศษและอยู่รอดเสมอ

จากการที่ได้ทำงานพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อ AEC ทุกๆ วัน ผมได้เห็นโอกาส 3 เรื่องที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทย เพื่อนำมาแบ่งปัน

เรื่องแรกคือใช้ AEC เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทยต้องขอขอบคุณอาจารย์วิชา มหาคุณ จาก ป.ป.ช. ที่มองเห็นโอกาสใช้ AECเพื่อกดดันประเทศไทยให้ลดปัญหาคอร์รัปชั่นลง ผมเคยได้รายงานไปแล้วว่า

จะมีการจัด Youth Camp ASEAN เรื่อง Anti Corruptionในระดับอาเซียนเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมไปบรรยายให้ระดับผู้อำนวยการกองของ ป.ป.ช.กว่า 40 คน เรื่อง ป.ป.ช.กับ AEC ได้ขอให้กลุ่มต่างๆ
เสนอแนวทางว่าจะใช้ AEC ช่วย ป.ป.ช.อย่างไร?

มี 2 โครงการที่น่าสนใจ

แลกเปลี่ยน ป.ป.ช.ระดับผู้อำนวยการและข้าราชการระดับปฏิบัติงานระหว่างไทยกับสิงคโปร์ และไทยกับเวียดนาม โดยเราไปทำงาน
ที่เขา เขามาทำงานที่เรา คาดว่าคงจะทำได้เลย ช่วงละ 6 เดือน

อีกโครงการฯคือเสนอให้จัดเป็นประจำทุกๆ ปี คือ ASEAN Director Forum of Anti Corruption คือเอาระดับผู้อำนวยการกอง
ทั้ง 10 ประเทศอาจจะ +6 ด้วย มาหารือแลกเปลี่ยนและฝึกอบรมปีละครั้งประเทศละประมาณ 10 คน โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีแรก

ซึ่งผมจะเสนอข้อเสนอโครงการไปให้ ป.ป.ช.อย่างเร่งด่วน เพราะเป็นความต้องการของระดับผู้อำนวยการ ซึ่งจะช่วยทำให้
คนไทยได้เห็นโครงการดีๆ ที่ช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นในไทยได้

ผมคิดว่าระดับผู้อำนวยการกอง ทั้ง 10 ประเทศมีไฟแรงและอาจจะช่วยกระตุ้นให้ระดับ ผอ. ไทยมีการเปรียบเทียบ Benchmark กับ ป.ป.ช.ในอาเซียน และถ้าได้รับการหารือแลกเปลี่ยนกัน 9 ประเทศในอาเซียน คงจะช่วยได้มาก

มีหลายคนบอกว่าติดอยู่ที่รัฐบาลไทยว่าอาจจะไม่ค่อยชอบและไม่อนุมัติงบประมาณเพราะถ้า ป.ป.ช.ไทยเก่งขึ้น นักการเมืองไทยก็จะลำบาก แต่ผมว่า ป.ป.ช.ต้องทำเพื่อส่วนรวม

ข้อดี คือ มีการประชุมนานาชาติ 5 แห่งที่จัดขึ้นซึ่งเป็นงานที่จัดร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยขอนเเก่น มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

ผมได้รับเชิญไปเป็นองค์ปาฐกในหัวข้อ “ศิลปวัฒนธรรมกับอาเซียน” ในการประชุมนานาชาติ “International Conference
of Art and Culture on Creative Economy”

ผมเน้นว่าประเทศไทยมีความเก่งเรื่องทุนทางวัฒนธรรม เพื่อไปสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ เช่น การท่องเที่ยว อาหาร สมุนไพร สุขภาพสิ่งพิมพ์ เพลง และละคร ทำให้ทฤษฎี 5K’s ของผม Cultural Capital มีความหมายมาก แต่ต้องไปเชื่อมกับการบริหารจัดการการเงิน การตลาด และ IT ให้มีประโยชน์ต่อการแข่งขันและการสร้างมูลค่าเพิ่ม

สุดท้ายประโยชน์อันที่ 3 จริงๆ ก็คือ ภาคที่จนที่สุดคือ ภาคอีสาน AEC ครั้งนี้ความเจริญจะขยายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะ ลาว พม่า เขมร เวียดนาม และจีน จะเป็นตัวผลักเชื่อมให้ธุรกิจขยายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจให้คนไทยในภาคอีสานอย่างมากมาย

คำถามคือ รัฐบาลชุดนี้รู้แล้วหรือยัง?
 

 

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
[email protected]
www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
แฟกซ์ 0-2273-018