ตัวเลขยอดขายยาฆ่าแมลง(ที่ถูกบิดเบือน?)
ลองไปค้นยอดการนำเข้ายาฆ่าแมลงจะพบตัวเลขตกอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งแค่นี้ก็น่าตกใจแล้ว แต่ผมคะเนว่าน่าจะเป็นตัวเลขตกแต่งให้ดูน้อยลงด้วยกลวิธีอันแยบยล ทั้งนี้เพื่อให้มันดูดี (ว่ามันน้อยนั่นเอง)
ตัวเลขจริงๆ อาจจะเป็น 2-3 แสนล้านหรือมากกว่า
ทำไมผมจึงกล้าเดาอะไรเว่อๆ ปานนี้ ...ตอบผมเทียบบัญญัติไตรยางศ์ครับ จากข้อมูลพื้นฐาน
คือเพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า..ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายยังต่างจังหวัดเรื่องเกษตรชีวภาพที่เพื่อนเขาทำได้สำเร็จอย่างงดงามจากการทำสวนมะม่วง เพื่อนเขามีเวลาว่างก่อนบรรยายเลยไปเดินชมตลาด ไปเจอร้านขายยาฆ่าแมลงจำนวนมากหลายร้าน เลยเข้าไปสัมภาษณ์ร้านหนึ่งว่าเป็นไง ยอดขายเท่าไหร่ ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่าปีนี้ทำไป 100 ล้าน ได้ตามเป้า เลยได้รับสปอนเซอร์ไปเที่ยวต่างประเทศ (ประเทศผู้ผลิตยา)
เพื่อนผมทราบดังนั้นเลยขอถอนการบรรยาย รีบเดินทางกลับจังหวัดเกิด เหตุผลคือ กลัวตาย เพราะกำลังไปขัดหนทางทำมาหากินของคนที่เคยมีรายได้ปีละ 100 ล้าน หลายคนในอำเภอนั้น คงไม่แคล้วถูกสั่งเก็บเป็นแน่
ลองคิดดูนะครับ หนึ่งร้านขายได้ 100 หนึ่งอำเภอคงขายได้สัก 500 ล้านกระมัง แล้วประเทศเรามีประมาณ 600 อำเภอจะขายได้เท่าไร
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยเราเป็นเกษตรชีวภาพไม่ได้สักที เพราะไอ้พวกนี้มันมีเงิน “ซื้อ” นักการเมือง และ “นักวิชาการ” ได้มากมหาศาลนั่นเอง ขนาดใน usa ยังโดนพวกมันซื้อได้ฉลุย สำมะหาอะไรกับประเทศไทย
..คนถางทาง (๑๓ กันยายน ๒๕๕๕)
ปล. การบิดเบือนตัวเลข ทำได้ไม่ยากหรอกครับ เช่น ไม่นำเข้าเป็นสารสำเร็จ แต่นำเข้าเป็นสารประกอบ แล้วเอามาผสมกันในประเทศไทย หรือไม่ก็ตั้งโรงงานผลิตสารประกอบในประเทศไทยไปเลย
เพิ่งไปค้นสถิติมาครับ ช่วง กค๕๔-กค๕๕ ไทยเรานำเข้า "เคมีภัณฑ์" 273,291 ล้านบาท ส่วนยาฆ่าแมลงกลมก็ประมาณ 25,000 ล้านบาท ไอ้เคมีภํณฑ์นี้น่าลองไปตามดูว่าเอาไปทำอะไร ผมว่าเอาไปทำยาพิษรดพืชผักเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพอผสมเป็นสารพิษบรรจุถุงแล้วราคาขายมันจะเพิ่มอีก 3 เท่าสบายๆ เป็น 5-6 แสนล้านบาทแน่ๆ
วันก่อนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้มารับบริการผ่าตัด เรื่องนี้เช่นกันค่ะ เค้าบอกว่าถ้าบริเวณนั้นใช้ยาฆ่าแมลงแล้ว สวนเค้าไม่ใช้ สวนเค้าจะถูกแมลงมากัดกินผลผลิตแบบย่อยยับ ขาดทุน เช่นกันค่ะ.. ฟังแล้วก็ เห็นใจเค้าและเห็นใจตัวเอง ที่ต้องตายผ่อนส่งกันต่อไปค่ะ