6-7 กันยายนที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสไปร่วมงาน” ตลาดนัดความรู้สู่สุขภาพจิตดี “ จัดโดยกรมสุขภาพจิต มาหลายปีแล้ว เชื่อมั้ยว่า เราไม่เคยพลาดเลยซักปีเดียว และแต่ละปีก็เป็นโอกาสที่ดี ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทำให้เกิดไอเดีย หรือไม่ก็เกิดแรงบันดาลใจ ปลุกพลังให้มองเห็นลู่ทาง หรือวิธีการที่จะเอาไปใช้ในองค์กรได้เสมอ ปีนี้ก็เช่นกัน การไปร่วมงานครั้งนี้ เราไปในฐานะของวิทยากรบ่ายวันที่ 7 แต่ก็อยากได้ร่วมงานให้มากที่สุดก็เลยไปงานเขาตั้งแต่เช้า ออกจากสุราษฎร์ตอนเช้าวันที่ 6 ฝนก็ตกหนักมาก ถึงกรุงเทพ ฝนก็ยังตกอยู่บ้าง แต่เนื่องจากตกมาตั้งแต่เช้าทำให้เกิดปัญหาการจราจร ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่า เป็นลักษณะปกติของกรุงเทพที่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝนตกมาตั้งแต่เช้ามืด และตกมาเรื่อย ๆ จะทำให้รถติดมาก เราใช้เวลาในรถแท็กซี่เกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงรร.ปริ้นซ์พาเลส งานเขาก็เริ่มไปจนใกล้จบภาคเช้าแล้ว เมื่อเข้าช่วงบ่าย หัวข้อแรกก็คือ “ การเสวนาเรื่อง การสร้าง/พัฒนาชุมชนนักปฏิบัติ(CoP) ทางระบบ Online อย่างยั้งยืน ซึ่งผู้ที่มาแลกเปลี่ยนก็เป็นสมาชิกของ GotoKnow นั่นเอง คือคุณอุ้มบุญ กับ คุณใบไม้ร้องเพลง ซึ่งทั้ง 2 คน ก็มาเล่าถึงเรื่องราวของการมาใช้ชีวิตเขียนเรื่องราวใน GotoKnow แห่งนี้ บอกถึงคุณค่าของการมีพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน และสร้างแรงบันดาลใจ ให้คนในห้องประชุมได้รับรู้ว่ามีสถานที่ในโลก online อีกแบบหนึ่งที่เขาสามารถเข้ามารวมกลุ่ม รวมพลังกันสร้างสรรค์สิ่งดีงาม เหมือนที่น้อง 2 คนนี้ทำกันอยู่ และอ.หมอยงยุทธ ก็เปิดโอกาสให้เราได้ share ถึงสิ่งที่เราก็เป็นคนหนึ่งในห้องประชุมที่เป็นสมาชิกเหมือนกัน เมื่อจบการเสวนา เราก็รีบเข้าไปพูดคุยกับวิทยากรทั้ง 2 ท่านซึ่งน่ารักมาก ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่องเทคนิคการจัดการเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นก็คือการรู้สึกถึงพลังว่า เราต้องเขียนบันทึกต่อไป เพราะช่วงนี้เราก็ยอมรับว่า หยุดการบันทึกไปหลายอาทิตย์เหมือนกัน ด้วยเหตุปัจจัยหลาย ๆ อย่าง และการมาฟังครั้งนี้ เราก็เกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ว่าจะทำอย่างไรน๊าให้คนในองค์กรเราได้มีอกาสเป็นสมาชิกของ GotoKnow เพิ่มขึ้นเยอะ ๆ ได้มีการตั้งกลุ่มหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้เกิดภาพของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีเสมือนนี้ง่าย ๆ เราเคยให้ความรู้เรื่องนี้มาหลายปี หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดผลเลย คนก็ยังไม่ค่อยได้เข้าไปเรียนรู้กันสักเท่าไหร่ พอคิดไปคิดมาก็เลยได้แผนขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า เราต้องใส่เนื้อหาเรื่องนี้เข้าไปในการสัมมนา KM Man รุ่นที่ 5 นี้แหละ เอาให้ไปอย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กัน อาจต้องใหสมาชิกเอา Notebook มาด้วยจะได้สมัครเข้าระบบไปทีเดียวเลย แล้วก็ตั้งกลุ่มขึ้นมา เรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกัน ลองดูนะ แล้วได้ผลอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังอีกที
ถือว่าเป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่การมาครั้งนี้ก็จุดประกายไฟ ตอกย้ำความสำคัญ เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำมาตั้งนาน แต่ไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไหร่ ต้องขอบคุณน้อง ๆ ทั้ง 2 คนมากเลย เราก็จะเป็นกัลยาณมิตร ติดตามความเคลื่อนไหวของกันและกันต่อไป
ต่อมาก็เป็นช่วงเวลาที่ดีอีกเช่นกัน ในการเข้ากลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชระดับ Supra Tertiary Care ซึ่งทีมงานผู้ดำเนินการมาจากกลุ่ม KM คนเก่งของสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โดยตอนแรก พี่อรษา ฉวาง เป็นผู้นำเสนอถึงความหมาย การใช้ KMA ในการประเมินหมวดต่าง ๆ ตามกรอบ PMQA ซึ่งห้องนี้เน้นเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนงานหลักตาม Value Chain 2 กระบวนงานคือ การดูแลรักษา และการจำหน่ายและดูแลต่อเนื่อง ซึ่งรพ.เราก็ส่งคนมาแลกเปลี่ยน 2 คน คือพี่เพ็ญศรี ไชยุ และพี่วรรณี ศิริทรางกูร ส่วนเราก็คอย observe และก็ฟังเขาคุยกันได้อะไรเยอะนะ จบกันเกือบ ห้าโมงครึ่งแนะ ก็ OK เพราะห้องอื่น ๆ ก็เลิกช้าเหมือนกัน แสดงว่าคนกรมเราเนี่ยนะ อึด ฮึด สู้ กันจริง ๆ
เช้าวันที่ 7 ซึ่งเรารอคอย อยากจะฟัง ดร.ยุวดี เกตสัมพันธ์เจ้าแม่ KM ตัวจริง จากรพ.ศิริราช มาบรรยายเรื่อง ชุมชนนักปฏิบัติ ( CoPs) กับการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ซึ่งก็ไม่ทำให้เราผิดหวังจริง ๆ อาจารย์ทำให้เราเห็นพลังของการมี CoPs ซึ่งเราเป็นไอเดียได้ แต่ก็ต้องลองไปพิจารณาอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป หลังจากนั้นก็เป็นการนำเสนอผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแต่ละห้อง ซึ่งกินเวลาค่อนข้างนานเพราะมีความรู้ และข้อเสนอแนะสำหรับการทำ KM ของกรมร่วมกันหลายอย่าง และปิดท้ายงานตลาดนัดด้วยการนำเสนอของหน่วยงานนำร่องโครงการใช้ KMA ในการประเมินการจัดการความรู้ของหน่วยงาน ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในทีมงานที่มาเล่าให้ที่ประชุมฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าร่วมโครงการตาม file ที่แนบมาให้ ร่วมกับพี่อรษา ฉวาง ของสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และพี่อัญชลี ศิลาเกษ จากโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ที่จะทำให้เพื่อนสมาชิกให้เห็นภาพของกิจกรรมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และสิ่งที่เราได้เรียนรู้และค้นพบร่วมกัน
โดยสรุปแล้ว 2 วันที่เข้าร่วมกิจกรรมก็เป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ามากสำหรับส่วนตัวเรานะ เหมือนเป็นการเติมความรู้ ไอเดียใหม่ ๆ อีกทั้งยังเป็นการสุมเชื้อเพลิงให้กับพลังใจเดิมที่มีอยู่ให้ลุกโพลงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ไม่ผิดหวังเหมือนทุกครั้งแหละ
ขอขอบคุณ สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต โดยเฉพาะพี่เกิ้น ภัคนพิน กิตติรักษนนท์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักของงานนี้กับเรา อ.นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์และพี่ ๆ น้อง ๆ ที่สำนักพัฒนาสุขภาพจิตที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางและที่พัก ขอบคุณค่ะ
http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/832/684/original_KMA.pdf