อ่านพบบทความของ ดร. อาจ-อง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้ข้อคิดที่ดี  คือ

        

         มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ทุกๆเช้า ภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้าน จากหน้าต่างชั้นบนบ้านและวิ่งกลับมารายงานให้สามีฟัง  “เพื่อนบ้านเรานี่ ซักผ้าไม่เป็นเลย เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้เขาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือใช้วิธีซักอย่างไร สามีก็ตอบว่า “อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลย เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน” แต่ภรรยาก็ยังไปแอบดูเพื่อนบ้านอยู่ทุกเช้าจากหน้าต่างข้างบนบ้าน และวิ่งกลับมารายงานสามีทุกเช้า “ เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว…”

         ต่อมาวันหนึ่ง ภรรยาวิ่งลงมารายงานสามีด้วยความแปลกประหลาดใจ “ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาด อยากจะรู้เหลือเกินว่า เขาเปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือทำอย่างไร..” สามีหัวเราะและกล่าวว่า“นี่..ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้าฉันตื่นแต่เช้ามืด และไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้ใสสะอาด... ก่อนหน้านี้กระจกมันสกปรก เธอมองออกไป ก็เห็นแต่ความสกปรก..

 

” มนุษย์เราชอบมองคนอื่น โดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาด เราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆตัว แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว การที่เราเห็นแต่ความเลวรอบๆ ตัวเรา เราต้องเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว… สิ่งที่เราเห็น มันเกิดขึ้นในจิตใจของเรา และเราจะต้องหาทางฝึกจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ถ้าเราเห็นแต่สิ่งที่เลวจิตใจก็ไม่สงบ เราก็จะกลุ้มอกกลุ้มใจ มีความทุกข์แต่ถ้าเราหัดมองในแง่ดี เราก็จะคิดแต่สิ่งที่ดี จิตใจก็จะเบิกบาน และมีความสุข…"

        

      ................................................................................................

           

       กระบวนการฝึกจิตที่สำคัญอีกอย่างก็คือเรื่อง มุมมองผ่านจิตนั่นเอง  ดั่งที่  ท่านดร. อาจ-อง ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวไว้ข้างต้น  ถ้ากระจกใจเราสกปรก  สิ่งที่มองเห็นต่อให้สวยงามอย่างไร  สะอาดอย่างไร  เราก็เห็นว่ามันไม่สวยและสกปรกอยู่ดี  แต่ถ้ากระจำใจเราใสสะอาดแล้ว  มุมมองที่มองออกไป มักสวยงามเสมอ ซึ่งชลัญ คิดว่า  เครื่องทำความสะอาดใจ  ของเราให้ใสสะอาดนั้นต้องใช้เวลาฝีกพอควร  เพราะกว่าจะเช็ดกระจกบานนี้ให้ใสได้  ต้องใช้เวลา  เพราะความสกปรกมันทับถมกันมานานเหลือเกิน  หรือบางครั้งพอจะเช็ดได้   ความสกปรกใหม่ก็เข้ามาแทนที่ซะงั้น  สิ่งที่ชลัญนำมาเช็ดกระจกในใจก็คือ ศิล  สมาธิ  ปัญญา 

      ตอนนี้กระจกใจชลัญอาจยังไม่ใสปิ๊ง ทั้งบาน  แต่อย่างน้อยๆ  ชลัญก็หมั่นเช็ดถูทำความสะอาด ตลอด ถึงแม้ในบางมุมที่มองไปยังไม่สะอาดพอ  แต่  ก็ไม่สกปรกเกิน

      

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์