หลังจากการเตรียมงานมาเป็นเดือน ๆ เราก็มีการจัดตลาดนัดความรู้เป็นครั้งแรก เราก็ได้ศึกษาวิธีการจากตำราและจากประสบการณ์ผู้อื่นโดยสคส.ให้คำปรึกษา จึงได้จัดมีรูปแบบสไตล์ของเราเอง ตามบริบทของเรา ดิฉันประมวลเนื้อหาได้ดังนี้
- เริ่มด้วยการชมวีดีทัศน์ "การจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร" ที่ผลิตเองโดยทีมประชาสัมพันธ์ของทีมKM ประกอบด้วยคุณพิชฏา คุณวิรัชและคนอื่น ๆ โดยคุณจือให้เสียง ด้านเทคนิคดำเนินการโดยน้องเอก(คุณธีรภัทร) เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าสัมมนา(ซึ่งมีทั้งทราบ ทราบและปฏิบัติแล้ว และยังไม่ทราบเรื่อง KM เลยก็มี )ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรทำอะไรไปบ้าง
- จากนั้นมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง " จาก KM สู่ LO ด้วย KM inside" โดย ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด จากสคส.เก็บความจากอาจารย์ได้ดังนี้
ดร.ประพนธ์ บรรยาย KM inside
- KMตามโมเดลปลาทูมี 3 ส่วนคือ KV KS KA
-ในการต่อเชื่อม KM กับ LO (ซึ่ง LO ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญตามแนวคิดของPeter Sengeคือ (1)การshare vision (2)team learning(3) personal mastery(4) mental model (5)system thinking) KMที่นำไปสู่ LOจะต้องเป็น KMที่ไม่ได้อยู่ลอย ๆ ต้องเชื่อมข้างบนและข้างล่าง(เป้าหมายขององค์กรและHRD) เชื่อมข้างซ้ายและข้างขวา( EK-ความรู้ชัดแจ้งและ TK-ความรู้ฝังลึกในคน)เชื่อมข้างหน้าและข้างหลัง(ข้างหน้า-ระบบเทคโนโลยีและข้างหลัง-คน/การเรียนรู้)
-KSที่ได้ผลต้องเป็นการ share เรื่องเล่า shareแล้วต้องเรียนรู้และนำไปสู่การกระทำ(action) และต้องนำไปสู่การshare vision
-KA ที่ดีมี 3 ส่วนคือมีเรื่องเล่าเร้าใจ (tacit knowledge) มีการถอดบทเรียน (explicit knowledge) และมีแหล่งอ้างอิงได้(reference)
-KM ที่เนียนในเนื้องานเรียกว่า KM inside ประกอบด้วย 3 กระบวนการ 6 ปัจจัย และผลที่ได้คือ
3 กระบวนการคือ เชื่อมต่อภาพใหญ่ เปิดใจเรียนรู้ นำสู่การใช้ประโยชน์
6 ปัจจัยคือบทบาทคุณเอื้อ ทักษะคุณอำนวย คุณลักษณะพึงประสงค์คุณกิจ ภาวะผู้นำที่ส่งเสริมการทำ KM บรรยากาศที่เอื้อต่อการ ลปรร.และขีดความสามารถเชิงระบบและด้านเทคโนโลยี
ผลที่ได้คือผลลัพธ์และผลกระทบที่ได้จากการทำ KM
สุดท้ายอาจารย์ได้เน้นย้ำว่าการทำต้องให้เนียนไปกับเนื้องาน อย่าสร้าง KM เป็นอีก 1 ก้อนขึ้นมา ให้สลายไปกับงานปกติโดยถือว่าKM เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง สามารถเลือกและปรับปรุงได้ตามบริบทของตนเอง
ยังมีต่อนะคะโปรดติดตามตอนต่อไป