1. ความหมายของแหล่งบริการสารสนเทศ

     แหล่งบริการสารสนเทศ   คือ  แหล่งสารสนเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวม  จัดเก็บ  และให้บริการสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้   มีหลายประเภทด้วยกัน   เช่น    ห้องสมุด     ศูนย์สารสนเทศ   ศูนย์ข้อมูล  เป็นต้น (  http://gold.rajabhat.edu/learn/ELEANING/information/satabun.htmวันที่ 15 กันยายน 2550)

      แหล่งบริการสารสนเทศ คือ แหล่งรวบรวมสารสนเทศต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่จัดเก็บสารสนเทศอย่างมีระบบ ให้บริการและเผยแพร่สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ (http://dusithost.dusit.ac.th/~librarian/it107/C7.htm 15 กันยายน 2550 )

       แหล่งบริการสารสนเทศ  คือ  องค์กรที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ให้บริการสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้ซึ่งจำแนกได้หลายประเภทตามขอบเขตหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการให้บริการ

(ชุติมา สัจจานันท์,2531)

       แหล่งบริการสารสนเทศ  คือ  สถาบันบริการสารสนเทศแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงความรู้หรือสารสนเทศใหม่ ๆ ตามความสนใจของผู้ใช้ในทันทีที่สถาบันบริการสารสนเทศได้รับทรัพยากรสารสนเทศ  หรือทราบว่ามาสารนิเทศนั้นเกิดขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสนองความต้องการของผู้ใช้ให้สามารถติดตามสารสนเทศในเรื่องที่ตนสนใจได้ทันท่วงที ( มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2541)

        สรุปได้ว่า  “แหล่งบริการสารสนเทศ”  คือ หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดหา จัดเก็บ และให้บริการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ บุคลากรของศูนย์ประกอบด้วยนักเอกสารสนเทศ นักวิจัย บรรณารักษ์ นักบรรณานุกรม

 

ภาพที่  1  การบริการด้านเทคโนโลยี (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

 

 

ภาพที่  2  การให้บริการสารสนเทศเคลื่อนที่ (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

 

2. ความสำคัญของแหล่งบริการสารสนเทศ

     ปัจจุบันเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ ของสังคมอย่างกว้างขวาง ความก้าวหน้าของมนุษย์ในสังคมเกิดจากการถ่ายทอดและเรียนรู้ ดังนั้นแหล่งบริการสารสนเทศจึงมีความสำคัญ และเป็นสิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ในสังคมสารสนเทศ เช่นปัจจุบัน สถาบันบริการสารสนเทศ ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า แหล่งบริการสารสนเทศมีความสำคัญดังนี้

          1. เป็นแหล่งการศึกษาตามอัธยาศัย
          2. เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
          3. เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
          4. เป็นแหล่งสร้างเสริมประสบการณ์ภาคปฏิบัติ
          5. เป็นแหล่งสร้างเสริมความรู้ ความคิด วิทยาการและประสบการณ์

 

3. ประเภทของสถาบันบริการสารสนเทศ

     แหล่งสารสนเทศสมารถแบ่งออกเป็น  5  กลุ่ม ดังนี้

     1. แหล่งสารสนเทศสถาบัน

     2. แหล่งสารสนเทศบุคคล

     3. แหล่งสารสนเทศสถานที่

     4. แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน

     5. แหล่งสารสนเทศอินเทอร์เน็ต

 

 

     1. แหล่งสารสนเทศสถาบัน

          เป็นแหล่งสารสนเทศที่จัดอยู่ในกลุ่มสถาบัน/องค์กรต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นของรัฐบาล  รัฐวิสาหกิจ  เอกชน  สมาคม  หรือองค์การระหว่างประเทศ  โดยมีหน้าที่พื้นฐานคือ  รวบรวมการจัดการและให้บริการสารสนเทศตามวัตถุประสงค์ของสถาบันนั้น ๆ จึงเรียกว่า สถาบันบริการสารสนเทศ มีหลายรูปแบบเรียกชื่อต่างกันไป เช่น ห้องสมุดหรือหอสมุด  หอจดหมายเหตุ  ศูนย์สารสนเทศ  เป็นต้น  ส่วนใหญ่สถาบันเรียกชื่อต่างกันไป เช่น ห้องสมุดหรือหอสมุด หอจดหมายเหตุ ศูนย์สารสนเทศ เป็นต้น

   

    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  3   สำนักหอสมุดและทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  รูปห้องสมุด(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

 

 

 

ภาพที่  อุทยานการเรียนรู้ กรุงเทพฯ

 

2. แหล่งสารสนเทศบุคคล

           เป็นแหล่งสารสนเทศที่มีอยู่ในตัวบุคคลที่เป็นผู้รู้สารสนเทศ โดยเกิดจากการประมวลความคิด ความรู้และประสบการณ์ของแต่ละบุคคล แหล่งสารสนเทศบุคคลที่สำคัญ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักวิชาชีพในสาขาวิชาต่าง ๆ เป็นต้น การเข้าถึงสารสนเทศบุคคลอาจต้องใช้วิธีการติดต่อสอบถามขอความรู้ คำแนะนำเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการจากบุคคลเหล่านั้นโดยตรง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  พระ ว.วชิรเมธี ถือเป็นแหล่งเรียนรู้บุคคล (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

     3. แหล่งสารสนเทศสถานที่

          ได้แก่ อนุสาวรีย์ โบราณสถาน อุทยานแห่งชาติรวมถึงสถานที่จำลองด้วย เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปราสาทหินพิมาย เมืองโบราณ เป็นต้น แหล่งสารสนเทศเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นแหล่งที่เข้าถึงได้ไม่ยากนัก ข้อด้อยของแหล่งสารสนเทศที่เป็นสถานที่ก็คือ สถานที่บางแห่งอยู่ไกล การเดินทางไปสถานที่แห่งนั้นต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

 

 

ภาพที่  7   แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์  (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

   

 4.  แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน  

          เป็นแหล่งสารสนเทศที่มุ่งเผยแพร่สารสนเทศ  ข่าวสาร  เหตุการณ์  ต่อมวลชนส่วนใหญ่  เน้นความทันสมัย/ทันต่อเหตุการณ์  ใช้การถ่ายทอดสารสนเทศในรูปของการกระจายเสียง  ภาพและตัวอักษรโดยผ่านสื่อประเภท  โทรทัศน์  วิทยุและหนังสือพิมพ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  8  ตัวอย่างหนังสือพิมพ์ แหล่งสารสนเทศสื่อมวลชน (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

 

     5. แหล่งสารสนเทศอินเตอร์เน็ต

อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วโลก  เชื่อมโยงฐานข้อมูลจำนวนมากเข้าด้วยกันทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งสารสนเทศผ่านเครือข่ายที่ไม่มีพรมแดน  มีประโยชน์ต่อการสื่อสาร  การค้นหาและการแลกเปลี่ยนข้อมูล  ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งสารสนเทศที่มีความสำคัญทางการศึกษา  เนื่องจากเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นสื่อผสม (Multi- media) ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี  สถาบันการศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับอุดมศึกษาได้เชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้จากอินเตอร์เน็ต  เช่น ฐานข้อมูลห้องสมุด  วารสารและจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์  บริการทางการศึกษาของมหาวิทยาลัย  โปรแกรมคอมพิวเตอร์  และข้อมูลข่าวสารต่างๆโดยใช้บริการอินเตอร์เน็ต  เช่น  บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ( Email) บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลด้วยโปรแกรม (FTP : File Transfer Protocal) การสนทนาทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (IRC : Internet Relay Chat ) และการบริการเวิลด์ไวด์เว็บ (WWW : World Wide Web ) เป็นต้น

          แหล่งสารสนเทศที่ปรากฏอยู่บนเครือข่าย  WWW  นั้นจะมีที่อยู่ของเว็บไซต์ที่เรียกว่า URL (Universal/Uniform Resource Locators) โดยมีรูปแบบที่เป็นสากล  ถ้าใส่ไม่ถูกต้องก็จะค้นหาไม่พบ  URL ของเว็บไซต์จะประกอบด้วย  WWW.ชื่อย่อ/อักษรย่อของหน่วยงาน.ชื่อย่อโดเมน  ตัวอย่าง URL ของกลุ่มต่างๆที่ปรากฏบนเครือข่าย  WWW

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่  9  ชื่อเว็บไซต์ www.darasart.com  และตัวอย่างหน้าเว็บไซต์

 

 

 

 

 

 

4. การเลือกใช้แหล่งสารสนเทศ
   1. มีความสะดวกในการเข้าใช้   อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งที่เข้าใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ เพียงแต่ผู้ใช้ต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์และเข้าถึงแหล่งความรู้เป็น ห้องสมุดก็เป็นแหล่งที่มีความสะดวกในการเข้าใช้ จัดตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นศูนย์กลาง และเปิดให้บริการตามเวลาที่กำหนด
   2. เป็นแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ  ห้องสมุดเป็นแหล่งสารสนเทศที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าแหล่งบุคคลและอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีวิธีการคัดเลือก จัดหา จัดเก็บ ทรัพยากรสารสนเทศอย่างเป็นระบบ และมุ่งเน้นให้บริการสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาในการค้นหาสารสนเทศ ในขณะที่อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าห้องสมุด เนื่องจากมีการเผยแพร่ความรู้จำนวนมากที่ขาดการกลั่นกรองเนื้อหา ดังนั้นการใช้เว็บไซต์ต่างๆจึงควรมีความระมัดระวัง ควรเลือกเว็บไซต์เป็นของสถาบันต่างๆที่น่าเชื่อถือมากกว่าเว็บไซต์ของบุคคล หรือหน่วยงานที่ไม่รู้จักชื่อเสียงในการเลือกใช้
         กรณีที่ใช้แหล่งสารสนเทศบุคคล ควรคำนึงถึงผู้ที่มีชื่อเสียงคุณวุฒิ หรือประสบการณ์ที่เป็นที่ยอมรับกว้างขวางในแต่ละระดับอาจเป็นระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ 
   3. มีความสอดคล้องกับลักษณะของเนื้อหาสารสนเทศที่ต้องการ
   4. ระมัดระวังเรื่องความทันสมัยของเนื้อหาที่นำเสนอ สื่อมวลชน เป็นแหล่งที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ที่เป็นปัจจุบัน ดังนั้น ข้อมูลข่าวสาร ที่เผยแพร่จึงล้าสมัยเร็ว เช่น ราคาทองคำ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขทุกวัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องพิจารณา วัน เดือน ปี ของการพิมพ์ การผลิต หรือเผยแพร่สารสนเทศด้วย