วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                หนูกลับมานั่งเขียนจดหมายย้อนหลังอีกแล้ว 30 วันผ่านไป หนูก็ยังไม่ดีขึ้นเขียนจดหมายด้วยความรู้สึกข้างในอยากจะกรี๊ดกับความชั่วของตัวเอง หนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก เห็นเพียงแค่ใจที่เบาได้บ้าง แต่ก็ยังละชั่วไม่ค่อยจะได้เจ้าค่ะ หากประเมินผลในไตรมาศแรก ความคืบหน้าจากร้อยน่าจะได้แค่ 10 % หมองน้อยลงก็จริงแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความชั่ว

                เช้านี้หนูตื่นมาที่ห้องนอนพ่อแม่ รู้สึกไม่อยากลุกจากที่นอน หนูมีปัญหากับเช้าวันจันทร์ที่ต้องขับรถจากบ้านพ่อแม่มาที่ทำงาน ก็ระลึกถึงคำครูว่า

“ที่ไหนยิ่งลำบาก เราก็ยิ่งต้องอยู่ตรงนั้นเพราะมันหมายถึงว่า เราเจริญได้ นี่คือเหตุปัจจัยที่เรายังดำรงอยู่ที่นี่”

เป็นคำพูดของครู วันนี้ดูจะเจอศึกหนัก จากที่คุยกับพี่สาวท่านช้อตอีกแล้ว หนูก็แทบแย่ เราคงผิดศีลข้อลักทรัพย์กันมาถึงต้องมารับกรรม ค่างวดรถก็ยังไม่ได้ส่ง จนถูกทวง รู้สึกถึงความทุกข์ของคนที่ต้องคอยทวงค่ะครู สุดท้ายจัดการเรียบร้อย แต่ก็มานั่งนึก ก็คงต้องกู้เงินออกมาเพิ่ม เมื่อได้เลือกแล้วจะใช้ชีวิตแบบนี้ เจอสถานการณ์แบบนี้ก็ยอมรับค่ะว่า อดหวั่นไหวไม่ได้ ก็โจทย์เก่าอยู่ดี บางทีก็สมน้ำหน้าตนเองเหมือนกัน คุยกับพี่สาวว่า กู้มารอบนี้ท่านแนะนำให้เคลียร์เรื่องรถให้จบซะจะได้ไม่มีหนี้หลายทาง ท่านน่ารักมากค่ะครู ท่านลำบากแทบแย่ แต่ก็อยากให้น้องสบายใจก่อน นี่แหละแม่คนที่สองของหนูจริง ๆ

                วันนี้เตรียมของเพราะรู้สึกข้างในปั่นป่วนไม่มีสติ ทำ Lab แถมเป็นทดสอบความชำนาญด้วยอาจจะมีการเสียหายมาก จึงชะลอตนเอง อ้อลืมไปเจ้าค่ะ ระหว่างขับรถจากบ้านมาที่ทำงานครูโทรมาก็เจอกำลังเปิดฟังเพลงพอดี ก็โดนเต็ม ๆ แต่เหมือนใจหนูก็ไม่ค่อยยอมรับนัก ก็มีสภาวะขุ่นๆอยู่ข้างในเจ้าค่ะ กว่าจะถึงที่ทำงานก็สายแล้ว ถูกเรียกเข้าห้องประชุม ครานี้ก็งานเพียบ นั่นหมายถึงหนูต้อง อดทนทำ เพื่อ วันที่ 6 จะไม่อยู่ร่วมงานเกษียณ ก็เหมือนธรรมะจัดสรรให้ปฏิเสธงานต้อนรับได้ เป็นการจัดทำการ์ดเชิญ และสูจิบัตรแทน

                บ่าย ๆ นั่งจัดการงานเอกสาร แล้วก็เตรียมการลุยแล็บ ตกเย็นเหมือนหมดแรงไม่อยากออกจากที่ทำงานเจ้าค่ะ กว่าจะออกมาก็ดึก แต่ก็ตะกายออกไปวิ่งกับตนเองที่หน้าหมู่บ้าน กลับมานอนพังพาบ

                มันยังเป็นวันจันทร์ที่หนูยังตกร่องเดิมกับการจัดการตนเองไม่ได้ วันนี้เต็ม 10 ให้ได้แค่ 1 เจ้าค่ะ