ชีวิตที่พอเพียง 1631. เรียนรู้จากประวัติศาสตร์อาณานิคม
หนัง บีบีซี ชุด Empire ตอน A Taste for Power สร้างความสะเทือนใจแก่ผมมาก ตอนที่กำลังดูอยู่นี้ว่าด้วยเรื่องอินเดีย ในช่วงประมาณ ๘๐ ปีก่อนจนถึงการให้อิสรภาพในวันที่ ๑๕ ส.ค. ๒๔๙๐ ผมแปลกใจที่เป็นหนังสี เพราะตอนผมเป็นเด็ก เราได้ดูแต่หนังขาวดำ
ที่ผมสะเทือนใจมากอย่างหนึ่งคือบรรยากาศของนายฝรั่งกับคนรับใช้อินเดีย ภาพคนรับใช้กำลังใช้มีดฟันหญ้าทำให้ผมรำลึกลึงชีวิตของตนเองสมัยเด็ก นักเรียนที่โรงเรียนชุมพร “ศรียาภัย” (ทั้งหมดเป็นชั้นมัธยม สมัยนั้นเรียนถึง ป. ๔ ก็ขึ้นมัธยม ๑) มีชั่วโมงเรียนวิชาการงาน ส่วนใหญ่ครูให้เอามีดสำหรับไปฟันหญ้าที่สนามหญ้าของโรงเรียน ครูวิชาการงานชื่อครูเชต ชื่อเดิมคือน่วม เราจึงเรียกท่านว่าครูน่วม ท่านเป็นครูวิชาดนตรีด้วย ดนตรีที่เรียนมีอย่างเดียวคือแตรวง คนที่จะเรียนต้องไปสมัครเรียน ผมไม่ได้เรียน (โง่แท้ๆ)
การเรียนวิชาการงานไม่มีอะไรมาก ครูกำชับให้ลับมีดให้คมกริบ สำหรับเอามาฟันหญ้า คือสมัยนั้นไม่มีเครื่องตัดหญ้า ใช้วิธีเอามีดคมๆ ไปฟันให้เรียบ พอเริ่มเวลาของวิชานี้ครูก็จะมาสำรวจว่านักเรียนเตรียมมีดมาดีหรือไม่ สำรวจว่าลับมาคมดีหรือไม่ แต่ที่จริงนักเรียนเราเอามีดมาอวดกันตั้งแต่เช้าแล้ว ว่าของใครคมกว่ากัน มีดของใครสวยกว่ากัน แล้วครูก็มอบหมายพื้นที่ให้เด็กคนละ ๑ ตารางวา ให้ฟันหญ้าให้เรียบ
นักเรียนมีความสามารถในการฟันหญ้าต่างกันมาก มีเพื่อนคนหนึ่งอายุมากกว่าผม ๓ - ๔ ปี คืออายุมากที่สุดในชั้นและเป็นคนหัวทึ่ม เรียนหนังสือช้า เสียดายที่ผมลืมชื่อเสียแล้ว แต่ยังนึกหน้าออก เป็นพระเอกของชั่วโมงวิชาการงาน ครูเชตจะชมไม่หยุดปาก ว่านาย... ฟันหญ้าเก่ง พวกเราก็จะมามุงดูวิธีฟันหญ้าอันงดงามทะมัดทะแมงของแก และด้วยแรงชม (เราเรียกว่าลูกยอ) แกก็จะช่วยฟันหญ้าในแปลงของเพื่อนๆ (รวมทั้งผม) ให้ด้วย
ครูสอนว่าเวลาเอามีดไปโรงเรียนต้องเอากระดาษห่อให้เรียบร้อย ไม่ก่อความหวาดเสียว ถ้าไม่ห่อให้เรียบร้อยอาจถูกตำรวจจับ มีดที่เรามีและเอาไปใช้ฟันหญ้ามี ๒ อย่างคือมีดงอ กับมีดตรง ส่วนใหญ่เรามีมีดงอ ซึ่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะใช้ถางป่า ฟันต้นไม้
กลับมาที่หนัง British Empire ผมได้เห็นสภาพในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้เห็นภาพกองล่าเสือและสัตว์ป่าอื่นๆ ของอุปราชอินเดีย ที่ดูแล้วน่าสมเพช ที่แสนจะเอาเปรียบสัตว์ที่ถูกล่า คือเป็นกองคาราวานช้าง และมีคนเอากองช้างไปไล่เสือเข้าอยู่ในวงล้อม ให้เจ้านายยิง ได้เห็นภาพที่โก้มากในสมัยนั้นที่ยิงเสือได้ แล้วยืนถือปืนเอาเท้าเหยียบศพเสือ แต่ในสมัยนี้ถือเป็นภาพที่น่ารังเกียจ
ผมนึกชม บีบีซี ที่นำเอาเรื่องราวในประวิติศาสตร์มาเปิดเผยอย่างไม่มีอคติ ทำให้เราได้เห็นได้เข้าใจความคิดที่แตกต่างกันมากในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ กับในสมัยปัจจุบัน และทำให้ผมนึกว่า ในไม่ช้าเรื่องราวต่างๆ ในสังคมไทยที่เราอึดอัดกันในปัจจุบันก็จะกลายเป็นอดีต เป็นประวัติศาสตร์ เราน่าจะเตรียมเก็บภาพความจริงเหล่านี้ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และเข้าใจ
วิจารณ์ พานิช
๑ ส.ค. ๕๕
เป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์มากๆครับ
silawat
www.kinteawmuangthai.com