จุดสุดท้ายของการเดินทางคือการไปให้ถึงจุดหมาย
แต่สำหรับภาพยนตร์แล้ว การเดินทางคือการค้นหาเพื่อค้นพบตนเอง
ซัมบาราก็หนีไม่พ้นจากกฎเหล็กของภาพยนตร์ที่มีพล๊อตเดินทาง
ชัมบารา พล๊อตเรื่องง่ายแต่ลงลึกในระดับของจิตใจและปรัชญาพุทธมหายานตันตระแบบธิเบต เริ่มเดินทางจากความรู้สึกแบบง่าย ๆ คือ “วุฒิ” รับบทโดย ซันนี่ ซี สุวรรณเมธานนท์ ไปถ่ายรูป ชัมบารา ดินแดนที่ “น้ำ” รับบทโดย นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล หญิงสาวอันเป็นที่รักเคยเดินทางไปแต่ไปไม่ถึงเพราะโรคร้ายที่รุมเร้า เขาต้องสานต่อความฝันของเธอโดยเดินทางไปถ่ายรูปซัมบาราให้ได้ แต่ต้องหาเพื่อนร่วมทาง ท้ายที่สุดก็ได้พี่ชายไม่เอาไหนแถมไม่ลงรอยเดินทางไปด้วย
ยิ่งระยะทางใกล้ถึงซัมบารา เขาทั้งสองก็ค้นพบตนเอง โดยเฉพาะ “ทิน” ตัวพี่ชาย รับบทโดยอนันดา เอเวอร์ริ่งเฮม ดูเหมือนจะไม่สนใจโลกเอาซะเลยเลย การกระทำของผู้คนชาวธิเบตที่มีชีวิตผูกพันธ์กับคติศาสนาซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าขัน โดยเฉพาะการเดินทางไปนมัสการวัดศักดิ์สิทธิ์ขงชาวธิเบตด้วยการเดินสามเก้าแล้วหยุดไหว้ที่ต้องมีส่วนของร่างกายทั้งแปดอย่างสัมผัสพื้นในรูปการนอนคว่ำหน้าราบที่เรียกว่า “อัษฎางคประดิษฐ์” ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานและต้องใช้แรงศรัทธามาก แต่ท้ายที่สุดเมื่อไปถึงซัมบารา ทินก็เข้าใจมัน
อารมณ์ในระดับลงลึกของตัวละครเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปพร้อม ๆ กับเส้นทางที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่าสี่พันเมตร
ทิน จึงเป็นดั่งบุคคลาธิษฐานของมนุนษย์ทั่วไปที่ชอบปิดบังความเจ็บปวดอันเกิดจากการกระทำของตนเองไว้ภายใต้การกระทำที่คนทั่วไปมองไร้สาระไร้คุณค่า การเดินทางของมนุษย์มีอุปสรรค์มากมายรวมถึงความเจ็บปวดที่อยู่ภายในจิตใจ การเดินทางไปซัมบราจึงเสมือนกระกะเทาะความรู้สึกผิดบาปภายในจิตใจของทั้งวุฒิและทิน เมื่อไปถึง เขาทั้งสองก็เข้าใจความหมายของการเดินทาง ดั่งประโยคที่ว่า “ชัมบาลาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ที่ว่าใจของคุณพร้อมจะไปรึเปล่า”
ประโยคเด็ดของเรื่องคือ “จะผิดมาก ผิดน้อย มันไม่สำคัญเท่ากับ...จะสำนึกผิดหรือเปล่า” ก็คือ Theme ของเรื่อง หากจะเปรียบเทียบชัมบาราคือจุดหมายของการเดินทาง การสำนึกผิด ก็คือจุดมายของการดำรงชีวิต และเหนือกว่านั้นก็คือ “การให้อภัย” การให้อภัยมีสองระดับคือ การให้อภัยต่อการกระทำของผู้อื่นต่อเรา และการให้อภัยตนเอง
ชัมบาราสงบเยือกเย็นเต็มแต่ไปด้วยสัญลักษณ์ที่สามารถตีความได้อย่างล้านแปด เช่นการสวมแว่นดำตลอดเวลาของทิน การสวมแว่นสายตาใสของวุฒิ การที่ทินให้เหล้าแก่เด็กธิเบตตัดกับการที่ไกด์ชาวธิเบตให้ขนมกับเด็ก วุฒิชอบให้ถ่ายรูปวัดแต่ทินกลับชวนสร้างวัด ฯลฯ ชัมบารานับว่ายอดเยี่ยมในการใช้สัญลักษณ์อันมีมากมาย เหมือน ๆ กับนิกายมหายานตันตระที่ใช้สัญลักษณ์มากมาย
ในแง่การแสดง ต้องยกให้กับบท ทิน ของอนันดา ที่มีความลึกในตัวละครสูงมาก ต้องปิดบังความรู้สึกเจ็บปวดตลอดเวลาภายใต้กริยาอันแสนจะกวนบาทา มันเต็มไปด้วยอารมณ์และสีสัน สำหรับผม ไม่ว่าอนันดาจะรับบทอะไรก็ตีแตกไปซะหมด เรื่องนี้ก็น่าจะลุ้นรางวัลได้
หากคุณพอจะเข้าใจวิธีชีวิตของชาวธิเบตอยู่บ้าง ก็เชื่อได้ว่า คุณจะดูชัมบราราอย่างสนุกสนานในระดับลงลึก หากคุณยังไม่ได้ดูก็เชื่อได้ว่าจะเข้าใจอารมณ์ของตัวละครได้ไม่ยาก และเมื่อดูจบแล้ว ก็หวังว่า คุณจะเดินทางไปถึง “ชัมบารา”
ป.ล. ใครดูแล้ว ห้ามบอกความสัมพันธ์ของตัวละคร ห้ามบอกตอนจบ ห้าม สปอยด์
ดูเมื่อ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕
SF เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ราคา ๑๘๐ บาท
วาทิน ศานติ์ สันติ