“ โลกแห่งการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น อาหารสมองยิ่งรับประทานมาก ยิ่งดีต่อสุขภาพทางปัญญา"
คงจำบันทึกเรื่องเล่าของน้องตู่ จากงาน HRD ของศูนย์อนามัยที่ 10 ที่มาเชิญชวนใหเชาวศูนย์ สมัครและเรียนรู้เกี่ยวกับ E- learning จาก บันทึกนี้ หลังจากได้แนะนำขั้นตอนในการสมัครและใช้บริการใน web ของ กพร. แล้ว ท่านผู้อ่านคงจำได้ที่งาน HRD ยังได้จัดโปรโมชั่นให้รางวัลกับบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 10 และผู้ที่สนใจทั่วไป ที่รักการพัฒนาตนเอง โดยสมัครและใช้โปรแกรม e – learning เพื่อพิชิต 20 หลักสูตร และร่วมรับรางวัลดังใบประกาศข้างล่าง
ซึ่งขณะนี้ก็ครบ 3 เดือน จึงมีการพิจารณา เพื่อเลือกผู้ที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลตามเกณฑ์ดังกล่าว จากการคัดเลือกทางคณะกรรมการได้พิจารณาผู้ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ ดังกล่าวมี 2 คน คือ
อันดับ 1 พี่นุ้ย ปราณี เที่ยงธรรม ในภาพกำลังรับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 20 หลักสูตร e-learning จาก นพ.ภิศักดิ์ เลิศเรืองปัญญา CKO ศูนย์อนามัยที่ 10
อันดับ 2 น้องเปิ้ล ดุจเดือน อิงคยางกูร
ผู้เขียนได้ชวนคุยผู้ที่ได้รับรางวัล เกี่ยวกับประสบการณ์การใช้โปรแกรม e learning สิ่งแรกที่ทุกคนเล่า คือ จะพูดถึงประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดที่ได้จาก e-Learning ว่า...
1. เข้าถึงได้ง่ายผู้เรียน สามารถเรียนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องประจำ และในปัจจุบันนี้ การเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตกระทำได้ง่ายขึ้นมาก
2. ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยตลอด เนื่องจากผู้สอน หรือผู้เขียนบทความ สามารถเข้าถึง server ได้จากที่ใดก็ได้ การแก้ไขข้อมูล และการปรับปรุงข้อมูล จึงทำให้การเรียนรู้เป็นข้อมูลที่ทันเวลาและเป็นปัจจุบันเสมอ
3 เป็นการสนับสนุนให้บุคลากรรู้จักการพัฒนา ฝึกการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ที่เป็นระบบการเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive)ทั้งกับบทเรียน เพื่อนร่วมเรียน ครูอาจารย์
4. ประหยัดเวลา และค่าเดินทาง ผู้เรียนสามารถเรียนโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการประหยัดเวลามาก การเรียน การสอน หรือการฝึกอบรม
แต่สำหรับวันนี้ผู้เขียนจะขอเล่าเรื่องประสบการณ์ตรง เบื้องหลังการประสบผลสำเร็จของพี่นุ้ยเกี่ยวกับการเรียน E-learning ของพี่นุ้ย เพราะเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ว่าทำไมคนที่ไม่ค่อยประสีประสา เรื่อง IT อย่างพี่นุ้ยยังทำได้ และทำได้ดีเกินคาด จนคนอื่นๆน่าจะลองทำตาม ผู้เขียนถามพี่นุ้ยว่า...
...เรียนให้สนุก ด้วยหลักง่ายๆของพี่นุ้ย คือ
-
เลือกเรียนเรื่องที่น่าสนใจ เพลินไม่น่าเบื่อ และที่สามารถเอามาใช้กับชีวิตประจำวันได้
-
เมื่อเลือกเรื่องเรียนได้แล้ว ก็ต้องศึกษารายละเอียด เพราะต้องเตรียมทำข้อสอบ pre – post test
-
เรียนไป โน้ตไป ในข้อความที่สำคัญ เพื่อ ใช้เป็นตำราอ้างอิงไว้ใช้ประโยชน์ในภายหน้าของตัวเองและเพื่อเตรียมทำข้อสอบ
และ 4 อยาก ที่เป็นแรงจูงใจให้พี่นุ้ยสนใจอยากเรียน คือ
-
อยากรู้ว่า มีอะไร ใน E – learning
-
อยากได้ความรู้ ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปซื้อหา
-
อยากชนะใจตัวเอง เพราะบางรายวิชายากมาก เนื้อหามากและที่สำคัญ คือ ต้องเรียนให้จบภายในเวลาที่กำหนด
-
อยากได้ความภาคภูมิใจ จากการได้ประกาศนียบัตรจาก กพร.
แล้วเรียนเวลาไหน
พี่นุ้ยเป็นคนมีภาระ หลังเลิกจากงานประจำแล้วต้องดูแลคุณแม่ที่หลงๆลืมๆอายุเกือบจะร้อยปีแล้ว ผู้เขียนเลยสงสัยว่าพี่นุ้ยเอาเวลาไหนมาเรียน
-
พี่นุ้ยบอกเรียนหลังเสร็จภารกิจต่างๆประมาณ 21.00 น. เงียบ สงบ ทำให้มีสมาธิและที่สำคัญ คือคุณแม่จะหลับแล้ว นั่งเรียนข้างๆเตียงนอนจะได้ดูแลคุณแม่ไปด้วย บางครั้งถ้าคุณแม่ตื่นก็ชวนนั่งเรียนไปด้วยกัน (เพราะท่านหลงไปแล้ว)
-
หรือพร้อมเมื่อไหร่ก็เรียน
-
เบื่อก็พัก เพราะเรียนที่บ้านไม่มีใครบังคับ แถมได้อยู่ดูแลคนในบานด้วย
ในภาพเป็นผู้ที่ได้รางวัลจากการใฝ่รู้กับ e-learing

อ่านแล้วจะเห็นว่า ทุกเรื่องเราสามารถทำได้ถ้าเราตั้งใจ พี่นุ้ย ฝากเชิญชวนท่านผู้อ่านทุกท่านลองเข้าไปเรียนรู้ เพราะคนอายุมากแล้ว ไม่ค่อยมีเวลาและที่ไม่เก่งเรื่อง IT อย่างพี่นุ้ย ยังเรียนได้ ซึ่งตรงกับสโลแกนของ กพ. ที่ว่า...
“ โลกแห่งการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น อาหารสมองยิ่งรับประทานมาก ยิ่งดีต่อสุขภาพทางปัญญา"


มหา ดีใจจัง ได้อ่านคนแรกเลยครับ
มาเรียนรู้ด้วยคนครับ
ขอบคุณเทคนิคค่ะ
ผมได้แค่ 5 ใบ นึกว่าเยอะแล้ว