หัวใจที่อ่อนแรง


หัวใจที่เต้นเพื่อสิ่งมีชีวิตอื่นของฮาลิซานั้น เสียงเพราะเหลือเกิน แต่วันนี้ฉันรู้สึกว่าเสียงนั้นเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

ขณะกำลังคิดว่าจะเขียนบันทึกเรื่องใดดี ก็ได้แรงบันดาลใจจากบันทึกนี้ ของท่านอาจารย์ธวัชชัย ขอบคุณค่ะ

...

...

เมื่อวานยามบ่ายแก่ๆ ขณะที่นั่งทำงานอยู่ ก็ได้รับโทรศัพท์จากฮาลิซาเพื่อนสาวชาวมาเลย์ขอให้ช่วยเหลือด่วน ความช่วยเหลือที่ว่านั้นก็คือให้ไปรับเจ้าเหมียวสี่ขาสี่ตัวกลับบ้าน เจ้าเหมียวชุมชนทั้งหลายถูกจับตัวไปส่งที่ (Agri-food and veterinary authority of Singapore - AVA) คงคล้ายๆ กับสำนักสัตวบาลบ้านเรา คล้ายๆ ไปประกันตัวนักโทษค่ะ :)

แมวจรจัดหรือแมวชุมชนที่นี่ส่วนใหญ่จะได้รับการดูแลจากผู้ดูแลหรือ care giver ในชุมชนนั้นๆ ค่ะ เมื่อก่อนฉันก็เป็นหนึ่งในผู้ดูแลในแถบบ้านเก่าที่ Tampines อยู่ทางตะวันออกของเมืองร่วมกับฮาลิซา แต่ไม่นานมานี้ฉันย้ายบ้านมาอยู่ทางเหนือของสิงคโปร์ เจ้าเหมียวทั้งหลายเลยตกอยู่ในการดูแลของฮาลิซาและเพื่อนใหม่อีกคน และชุมชนที่ฉันอยู่ตอนนี้ก็มีคนดูแลเจ้าเหมียวแถบนี้อยู่แล้ว ฉันจึงเพียงแวะเวียนไปลูบหัว ไปเล่นกับพวกเขาบ้าง เอาอาหารให้บ้างเท่านั้น



ที่นี่กลุ่มผู้ดูแลจะทำงานร่วมกับสภาชุมชนหรือ Town Council คือมีหน้าที่ดูแลให้อาหารแมวในเขตการดูแลของตนเพื่อไม่ให้แมวเหล่านั้นไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นๆ เราจะต้องให้อาหารทุกวันเพื่อไม่ให้มันไปคุ้ยเขี่ยขยะสร้างความสกปรก นำไปทำหมันเพื่อไม่ให้เพิ่มจำนวน และนำไปถ่ายพยาธิฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ และหากมันไม่สบายเราก็ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ หากมีการร้องเรียนจากผู้คนในชุมชนเราก็ต้องเข้าไปจัดการไกล่เกลี่ยกับคนที่ร้องเรียน

หากมีการร้องเรียนบ่อยขึ้นและหาทางออกไม่ได้ พนักงานของสภาชุมชนก็จะเรียกงานบริการควบคุมและกำจัดสัตว์พาหะ (pest control) มาจับพวกแมวส่ง AVA ดังกล่าว หากไม่มีใครไปรับตัวพวกเขากลับบ้าน แมวเหล่านั้นก็จะถูกฉีดยาให้หลับไปอย่างไม่มีวันตื่นที่เรียกว่า put to sleep

เพราะพักนี้ไม่มีรถขับฉันจึงต้องนั่งแท็กซี่ไปที่ AVA รับเจ้าสี่ขาทั้งสี่ตัวกลับไปคืนฮาลิซาโดยรถแท็กซี่อีกครั้ง ด้วยความที่คุ้นเคยกับพนักงานที่นั่นดี เราจึงไม่ต้องอธิบายกันมากมายและจ่ายค่าตัวตัวละ 20 เหรียญ เป็นธรรมดาที่สถานกักกันสัตว์เช่นนั้นจะมีสัตว์เร่ร่อนถูกจับไปไว้ที่นั่นมากมาย บ้างโชคดีก็มีคนรับไปเลี้ยงแต่ร้อยละ 90 ก็จะไม่ได้ออกมาเห็นโลกข้างนอกอีกเลย เข้าไปที่นั่นทีไรรู้สึกหดหู่ค่ะ อยากมีที่กว้างขวางมีเงินทองมากมายที่จะเก็บรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้

ฮาลิซาบอกว่าพักนี้เธอไม่ค่อยมีเวลาที่จะดูแลพวกเจ้าเหมียวมากนักเพราะต้องดูแลแม่ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลด้วยจึงต้องขอให้ช่วย ฮาลิซาบอกว่ามีแมวใหม่เพิ่มขึ้นหลายตัวเพราะชาวบ้านที่เคยเลี้ยงไว้เปลี่ยนใจทิ้งพวกแมวไว้เพราะรู้ว่ามีคนดูแลอยู่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำเราต่างรู้ดี เจ้าแมวใหม่ยังเข้ากับเจ้าถิ่นเดิมไม่ได้และบางตัวยังไม่ได้ทำหมันเลยส่งเสียงดังรบกวนเป็นเหตุให้ถูกร้องเรียนดังกล่าว ตอนนี้เธอเตรียมส่งเจ้าสองตัวที่มาใหม่ไปทำหมันแล้ว

"ฉันรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน" ฮาลิซาบอก
"ฉันเข้าใจ" คือประโยคเดียวที่ฉันพูดออกมาได้

เกือบสิบปีที่ฉันคลุกคลีกับเจ้าสี่ขาเหล่านั้น บรรดาผู้ดูแลคือคนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและยังต้องมีเวลาให้พวกเขาด้วย นั่นก็เพราะความรักความเมตตาที่หวังเพียงให้พวกเขามีชีวิตอยู่ชื่นชมโลกใบนี้ยาวนานกว่าที่เป็น ให้เขาได้วิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระ ได้นั่งนอนเลียตัวเองทำความสะอาดขนตัวเองด้วยความสุขใจ ก็เท่านั้น...จริงๆ

กับการทำงานกับสัตว์และคนที่รู้สึกไม่เหมือนเราเช่นนี้เราต้องใช้ความรู้สึกมากมาย ที่เหนื่อยไม่ใช่เพราะต้องดูแลแมว แต่เพราะต้องคอยปกป้องแมวจากคนที่คิดต่างกับเรา

บรรดาเพื่อนที่ดูแลแมวด้วยกันมีทั้งชาวพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และคนที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย ที่เขาเรียกตัวเองว่า free thinker เจ้าเหมียวสี่ขานำเขาและเธอเหล่านี้เข้ามารู้จักและเป็นมิตรกัน เพราะเราต่างมีหัวใจรักสัตว์ที่คล้ายกัน นึกถึงพวกเขาทำให้ฉันนึกถึงคำสอนของท่านองค์ดาไล ลามะที่ว่า My religion is very simple, my religion is kindness. (ศาสนาของฉันนั้นเรียบง่าย ศาสนาของฉันคือความเมตตากรุณา)

ในบรรดาเพื่อนๆ หลายคนที่ฉันมีฮาลิซาเป็นคนที่รักสัตว์มากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยรู้จัก ที่บ้านเธอมีแมวหกตัวที่เคยเป็นแมวไม่มีบ้านมาก่อน และไม่ว่าจะไปที่ไหนฮาลิซาจะมีอาหารแมวในกระเป๋าไว้เสมอเพื่อสร้างความต่างให้กับชีวิตที่ได้มาพบเจอและสวนทางกัน และเธอไม่เคยลังเลที่จะช่วยชีวิตแมวใดหากพบเจอชีวิตที่กำลังลำบากและอยู่ในอันตราย

หัวใจที่เต้นเพื่อสิ่งมีชีวิตอื่นของฮาลิซานั้น...เสียงเพราะเหลือเกิน แต่วานนี้ฉันรู้สึกว่าเสียงนั้นเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

ฉันบอกเล่าให้ฮาลิซาฟังถึงคำสอนของหลวงปู่ ติช นัท ฮันท์ ที่อ่านเจอในยามที่ต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่ไม่ได้รักแมวเหมือนเราว่า ให้พยายามเมตตาเขาให้มาก พยายามเข้าใจในความเดือดร้อนของเขา ให้พยายามจินตนาการว่าเราเป็นแม่ของเด็กสองคนที่กำลังทะเลาะกัน สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่คือการปรองดองของทั้งสองฝ่าย เพราะการปรองดองเท่านั้นที่จะยืดชีวิตเจ้าเหมียวต่อไปได้ คิดได้อย่างนี้แล้วจะได้รู้สึกเหนื่อยน้อยลง และสุดท้ายเมื่อทำสุดความสามารถแล้วเราก็ต้องปล่อยวางบ้าง

เราคุยกันสักพัก ฉันทักทายเจ้าเหมียวที่เคยเลี้ยง แมวเหล่านั้นยังจำฉันได้และมาคลุกคลีด้วยเหมือนเดิม แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากมายเป็นรางวัลชั้นเยี่ยมที่ทำให้ยิ้มได้ตลอดทางที่นั่งรถไฟกลับบ้าน

.

.

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕

...

เจ้าสองในสี่ตัวที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง...

...

Yukie Nishimura - Ashita wo shinjite

http://www.youtube.com/watch?v=0KlcQ8F7YMY

 

 

หมายเลขบันทึก: 499909เขียนเมื่อ 24 สิงหาคม 2012 17:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 กันยายน 2012 22:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (41)

แมวพวกนั้น..คงไม่รู้หรอกว่า..เขาได้พบกับคนไทยใจดีเข้าแล้ว.

* หนูอยากกินข้าวคลุกปลาทู....เมี๊ยว..

ขอบคุณแทนเหมียวนะคะคุณปริม:)

  • รอยยิ้มแห่งกุศลจิตที่เกิดจากความเมตตากรุณาทำให้เรารู้สึกปิติภายในมากค่ะ ความรู้สึกที่ได้จากการอ่านบันทึกนี้ทำให้ย้อนนึกถึงน้องหมาน้อยสองตัวที่เคยเลี้ยงสมัยเด็ก ๆ คุณพ่อแบ่งให้ลูกสองคนรับเลี้ยงเป็นเจ้าของคนละตัว แต่ตัวที่เราเป็นเจ้าของกลับไปกัดรังแกเขาก่อน ทำให้เราตีมัน และไปแสดงความรักกับอีกตัวหนึ่งมากกว่า สุดท้ายตัวที่เราเป็นเจ้าของก็น้อยใจยิ่งเกเรใหญ่ ไล่กัดจนน้องหมาของน้องชายบอกช้ำและจากไปในที่สุด...
  • การแสดงความเมตตาต่อสัตว์...เป็นสิ่งที่ประเสริฐงดงามมากค่ะ กล่อมเกลาจิตใจให้เราอ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ...สิ่งที่เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ เมตตาพึงให้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าสัตว์ตัวนั้นจะดุร้าย ไม่น่ารักก็ตาม เพราะเราได้ชื่อว่าเป็นผู้เลี้ยงดูหรือดูแลเขาแล้ว สัตว์เองก็สัมผัสได้ว่าเรามีเมตตาต่อเขาไม่เท่ากัน และผลก็ยังทำให้สัตว์อีกตัวต้องจากไป เพราะเราปกป้องเขามากเกินไป...
  • หลักพรหมวิหารสี่นำมาใช้กับผู้ครองตน ครองเรือน ครองงานจะทำให้ชีวิตเป็นสุขมากค่ะ
  • ขอบคุณมากนะคะ Happy Ba ผ่านเมตตากรุณาที่มีต่อสัตว์โลกผู้น่ารักค่ะ
  • แวะเวียนไปอ่านกัลยาณมิตรที่ช่วยกรุณาแบ่งปันพื้นที่ความสุขในรูปแบบต่าง ๆ เห็นได้เลยว่าแต่ละท่านมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์มากเลยค่ะ แม้สิ่งที่เล่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือประเด็นเดียวกัน
  • คุยกับพี่นุชว่าอีกสักระยะหนึ่งจะจัดกิจกรรมเชิญชวนให้กัลยาณมิตรเดินสายไปเก็บบทเรียนหรือความประทับใจจากบันทึกพื้นที่ความสุขจากเพื่อนบ้านมาถอดบทเรียนร่วมกันค่ะ เราจะได้ต่อยอดความดี ความงาม ความสุขไปพร้อม ๆ กันค่ะ เชิญร่วมความเบิกบานด้วยกันนะคะ และรบกวนว่าหากคุณปริมมีความเห็นอะไรเกี่ยวกับการสร้างพื้นที่ความสุข ยินดีจะนำไปดำเนินการค่ะ แนะนำได้เลยนะคะ

แวะมาทักทายและให้กำลังใจสำหรับความงดงามในหัวใจอันยิ่งใหญ่ในเรื่องราวที่คุณปริมได้ถ่ายทอดให้รับรู้ (มาทักทายดึกนิดนึงนะครับเพราะเพิ่งกลับจากงานวช.)

อืม..."พรหมวิหาร ๔ เปรียบเสมือนตัวยาสามัญที่ต้องมีติดไว้ในทุกบ้านเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ในการรักษาทุกข์ - โลก"

          ขอบคุณบันทึกที่งดงามนี้อีกครั้งนะครับ...กะว่าจะแวะเข้ามาอ่านพรุ่งนี้ (เพราะรู้สึกเพลีย ๆ )...แต่บันทึกของปริมก็เสมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้เข้ามาอีกครั้ง...อีกครั้ง...อีกครั้ง...(ไม่มีผิดหวัง...๕๕๕)

งดงาม อ่อนโยนมากค่ะ

ฟังคำสอนของหลวงปู่ ติช นัท ฮันท์ แล้วได้ข้อคิดหลายอย่างค่ะ ขอบคุณน้องปริม

 สวัสดีค่ะคุณปริม...ความเมตตาสรรค์สร้างโลกให้สงบร่มเย็นค่ะ...

...ไม่เฉพาะคนที่ต้องบำเพ็ญบารมีความเมตตาแม้แต่สัตว์ทั้งหลายก็ต้องใช้เมตาเพื่อการก้าวขึ้นในภพภูมิที่สูงขึ้นค่ะ...

คุณปริม ครับ ที่บ้านผม เลี้ยงแมว 12 ตัว ไม่มากแต่ก็เหนื่อยในตอนแรกๆ ตอนนี้ชินแล้ว ครับ

สวัสดีค่ะคุณ โตนี่ ฟาง

แมวที่นี่ฟังได้หลายภาษาค่ะทั้งอังกฤษ จีน มาเลย์ อาจรวมไปถึงฮินดีด้วยค่ะ ;)

คงไม่มีข้าวคลุกปลาทูนะคะ เพราะคนที่นี่ทานข้าวนอกบ้านกันส่วนใหญ่ค่ะ เลยกินแต่อาหารสำเร็จรูปตามค่านิยมค่ะ อิอิอิ

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาเอาเจ้าหัวมะโอมาฝาก น่ารักมากค่ะ ;)

สวัสดีค่ะคุณหนูรี

ปริมต้องขอบคุณเจ้าเหมียวด้วยค่ะที่เขาสอนให้ปริมรู้จักรัก รู้จัการให้ ชื่นชม และ เรียนรู้ที่จะปล่อยวางค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่,

เมื่อเราได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อสิ่งมีวิตอื่น ถึงแม้จะเป็นไปเพื่อความสบายใจ ความสุขของตัวเราเองในทีสุด แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตที่หายใจไปในวันนี้มีประโยชน์อยู่บ้างค่ะ

ขอบคุณกำลังใจจากพี่ใหญ่เสมอมานะคะ

คนบ่าเก่าเปิ้นว่า "แมวสร้างจากขี้ไคลพระพุทธเจ้า จึงต้องฮักและดูแลมันหื้อดี"

สวัสดีค่ะคุณศิลา

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ให้พวกเราได้ฟังค่ะ

ตั้งแต่เด็กจำได้ว่าตัวเองผูกพันกับสัตว์มากค่ะ ที่บ้านเลี้ยงสุนัขไว้หลายตัวก็จะรักทุกตัว พอตัวไหนตายเราก็จะร้องไห้ทุกครั้งไป

ครั้งหนึ่งมีไก่พิการตัวหนึ่ง เดินไม่ได้ตอนออกจากไข่ไม่รู้เป็นไร เราก็เอามาเลี้ยงและรักมาก พอมันรอดตายมาได้ขนาดเท่ากำปั้น มีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมและมองไม่เห็นมันก็เลยเหยียบมันเข้าเพราะมันเดินไม่ได้ ตายเลยค่ะ เด็กเจ็ดขวบโกรธป้าเพื่อนบ้านคนนั้นและไม่ทักทายสองสามปีได้ เด็กจริงๆค่ะ

หลังจากนั้นนอกจากหมาก็มีแมวมาอยู่ด้วย ยายเลี้ยงแมวไว้สิบกว่าตัว เราก็รักทุกตัว จำได้ตอน้ป็นวัยรุ่นที่เชียงใหม่ปีหนึ่งหนาวมาก แมวเข้ามานอนใต้ผ้าห่มกับเรา ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ เป็นความประทับใจที่จำได้ไม่รู้ลืม จากนั้นพอไปที่ไหนๆ เห็นหมาแมวก็จะให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษค่ะ

ความสุขของคนเราเกิดจากสิ่งกระตุ้นต่างกันค่ะ แม้แต่สุขประณีตที่เกิดจากภายในก็มีหลายรูปแบบเช่นกัน สิ่งที่สร้างสุขให้คนหนึ่งอาจเป็นสิ่งปกติของอีกคน ดังนั้น happy ba project จึงจะหลากหลายค่ะ รอติดตามเช่นกันค่ะ

ขอบคุณค่ะ

คนเราทำอะไรจาก "ใจ" ด้วย "ใจ" เป็นเรื่องที่ดี และประเสริฐ สำหรับผม การทำอะไรจาก "ใจ" จริง เมื่อ "หัวใจ" นั้นต้องเผชิญกัน พายุ ลม แดด.......... ก็จะอ่อนล้าลง...... หดหู่ท้อถ่อย..... อย่างที่ผมเคยเป็น....... บางครั้งคิดว่าทำไมโลกนี้ มันโหดร้ายอย่างนี้.....

สุดท้าย..... เราต้องดึง "ความเข็มแข็งในใจเรากลับมาใหม่"

ถ้ายังจะทำอะไรด้วย "ใจ" เราก็ต้องหา "กำลังใจ" มาช่วยเติมพลังเรา นะครับ....... (ผมพูดได้ แต่ก็ยังทำไม่ได้ตลอดนะครับ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ doable นะครับ ( Possible to do; capable of being done; practical.)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จัตุเศรษธรรม,

ดีใจจังค่ะที่ท่านอาจารย์อุตส่าห์แวะมาอ่านบันทึกน้อยๆ ของปริมแม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการออกบูธมาทั้งวัน ขอบคุณจากใจจริงค่ะ

หวังว่างานคงสำเร็จไปได้ด้วยดีนะคะ

ชอบที่ท่านอาจารย์บอกว่า พรหมวิหาร ๔ เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้าน ดีจังค่ะ ;)

วันนี้ท่านอาจารย์คงได้พักบ้างนะคะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะ

สวัสดีค่ะ มองเห็นความสวยงามของหัวใจคนค่ะ ขอบคุณบันทึกความดีฉบับนี้

สวัสดีค่ะ ทพญ. ธิรัมภา

บรรดาเพื่อนที่ดูแลแมวด้วยกันมีทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และคนที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย ที่เขาเรียกตัวเองว่า free thinker.

นึกถึงพวกิขาทำให้ปริมนึกถึงคำสอนของท่านองค์ดาไล ลามะที่ว่า

My religion is very simple, my religion is kindness....

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ kunrapee,

หลวงปู่ติช นัท ฮันท์ ก็ทานเจนะคะ อิอิอิ...ลุ้นๆๆๆ รอต้อนรับคุณ kunrapee สู่คลับเดียวกันค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณน้อย

ปริมก็หวังว่าพวกเขาจะได้เกิดในภพภูมิที่ดีขึ้นค่ะ

คุณน้อยสบายดีนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์,

เมื่อก่อนที่บ้านยายที่เชียงใหม่ก็มีโหลกว่าๆ คะ ตอนนี้ยายบอกเหลือครึ่งโหล

ขอบคุณแทนเจ้าเหมียวที่ได้อยู่ในสวรรค์ที่บ้านชยันต์ค่ะ ;))))

สวัสดีเจ้าคุณพ่อน้องซอมพอ

คนบ่าเก่าเปิ้นว่า "แมวสร้างจากขี้ไคลพระพุทธเจ้า จึงต้องฮักและดูแลมันหื้อดี"

ยิ๊นดีสำหรับความฮู้ใหม่เจ้า คงต้องดูแลมันให้ดีกว่าเดิม อิอิอิ

ขอบคุณเจ้า

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม

ส่งข้อความไปให้กำลังใจฮาลิซาหลังจากอ่านคอมเมนท์ของท่านอาจารย์แล้ว

ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยชี้แนะ หวังว่าจะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้จิตใจเธอได้ ;)

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ อันนี้ possible to do แน่นอน อิอิอิ...

สวัสดีค่ะคุณตันติราพันธ์

ปริมส่งข้อความไปให้กำลังใจเพื่อนแล้วค่ะ หวังว่าหัวใจอันงดงามของเธอจะแย้มยิ้มอีกครั้ง

ขอบคุณมากค่ะ

มีความสุขในวันเสาร์นะคะ ;)

ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านสำหรับความคิดเห็น กำลังใจที่มีให้กับบันทึกนี้ และที่สำคัญ ขอบคุณหัวใจที่เต้นเพื่อสิ่งมีชีวิตอื่นของทุกท่านค่ะ ;)

มีความสุขในวันหยุดพักผ่อนนะคะ :)

ร้อยละ 90 จะไม่มีโอกาส...สงสาร..สวัสดีครับคุณปริม

มีคนเคยพูดว่าคนที่มีจิตใจคล้ายคลึงกันมักจะไหลมารวมกันฺ..ฟ้าไม่อาจกั้น..ความเมตตาและความรักที่บริสุทธิ์เผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนสัตว์โลกด้วยกันถ้าแมวเหล่านั้นพูดได้คงอยากบอกคุณปริมและเพื่อนๆว่า..ขอบคุณๆๆๆๆ..ขอเป็นกำลังใจและชื่นชมค่ะ

  • เมตตาธรรมค้ำจุนโลกจ้าาา

น้องปริม เมื่อสองวันก่อนพี่สะกดรอยตาม(เดินตาม) ลุงคนหนึ่งกับหมา ลุงคุยกับหมาตลอดทางเดิน พี่พลอยได้ฟังและยิ้ม ๆ ไปด้วย เขาคุยกันแบบเพื่อนซี้

วันนั้นก็นึกอยู่ว่า หมาของเรา ถ้าได้มาอยู่กับเราที่นี่ แล้วเราพูดภาษาอังกฤษกับเขา หรือคนอื่นพูดภาษาอังกฤษด้วย จะฟังออกหรือเปล่า

แล้วสรุปเองเออเองว่า คงฟังออก

 

ใช้หัวใจฟัง

ดีใจกับคุณปริมด้วยนะคะ...สงสัยต้องตามอ่านบันทึกที่มีความสุขอีกหลายบันทึก

เป็นบันทึกที่ดีอ่านแล้วมีความรู้สึกดีๆ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์แว่นธรรมทอง

ในโลกเรายังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่รอคอยความเมตตากรุณาจากคนเราอีกมากมายค่ะ

ชื่นชมหัวใจอันอ่อนโยนของท่านอาจารย์ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณต้อยติ่ง,

เป็นกฎแห่งแรงดึงดูดมังคะ ที่นำพาให้เรามาพบกัน และคงเป็นสิ่งเดียวกันที่นำพาปริมให้มารู้จักคุณต้ยติ่งในโกทูโนว์นี้ค่ะ

มีความสุขในวันทำงานวันนี้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ

ใช่ค่ะเมตตาธรรมทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้นมากมายนะคะ

ขอบคุณความเมตตาจากคุณมะเดื่อสู่ผู้ยากไร้หลายต่อหลายคนด้วยค่ะ

มีความสุขในการทำงานวันนี้นะคะ

สวัสดีค่ะพี่หมอภูสุภา,

น่ารักจังค่ะ คุยกันเหมือนเพื่อนซี้

ที่บ้านปริมก็คุยกับเจ้าสองตัวนี่ทุกวัน ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ แต่รู้สึกเหมือนคุยกับเจ้านาย อิิอิอิ ต้องบอกว่า ลักกี้โปรดมาทานอาหาร ลักกี้โปรดมาหาแม่หน่อย ต้องไปทักเขาก่อน เป็นไงบ้างวันนี้ ให้แม่เกาคอให้นะ.... ประมาณนี้ค่ะ

ทีหลังจะลองคุยภาษาไทยดูบ้าง เผื่อเขาจะฟังเราบ้าง

ขอบคุณค่ะ ;)

สุขสันต์บ่ายวันจันทร์นะคะ

สวัสดีค่ะคุณราตรี

ดีใจจังที่คุณราตรีกลับมาที่โกทูโนว์อีกครั้งค่ะ

ปริมขอเป็นกำลงใจเล็กๆ ให้คุณราตรีเดินผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็งนะคะ มันไม่ง่ายเลยและปริมคงไม่อาจจินตนาการได้ แต่ขอเป็นแรงใจให้เสมอค่ะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจที่คุณราตรีมีให้ปริมเสมอมา ปริมเลยได้รางวัลนี้มาฝากคุณราตรีค่ะ

สุข สงบ ในวันทำงานวันนี้นะคะ ;)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์โสภณ

ขอบคุณค่ะที่ท่านอาจารย์เมตตามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

ที่ท่านอาจารย์รู้สึกดีก็เพราะว่าหัวใจท่านอาจาย์เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาอยู่แล้วค่ะ

ขอบคุณนะคะ

มีความสุขในวันทำงานอีกวันค่ะ

สวัสดีค่ะ

แวะมาทักทายในฐานะคนรักแมวเหมือนกัน

แมวตัวสีทองน่ารักมากๆ  สีดำ-ขาวก็น่ารักค่ะ

ที่บ้านครูแป๊วมีแมวหลายตัว  แต่ไม่มีเลยสักตัวที่จะสวยงามเพราะเก็บมาจากตลาดบ้าง ข้างถนนบ้าง ที่โรงเรียนบ้าง  อย่างไรก็ตามมันก็เป็นเพื่อนชีวิตที่น่ารัก    

 

สวัสดีค่ะคุณครูแป๊ว

ขอบคุณคุณครูแแทนเจ้าเหมียวด้วยค่ะ ชื่นชมหัวใจอันงดงามของคุณครูค่ะ ที่บ้านปริมเลี้ยงไว้แค่สองตัวค่ะเพราะบ้านเป็นอพาร์ตเมนท์แคบๆ ค่ะ มาจากถนนเหมือนกัน ตอนมาใหม่ๆ นี่ดูไม่ได้เลย ตอนนี้อยู่ด้วยกันมานานดูดีไปหมดค่ะ อิอิอิ ถึงเขาจะะะไม่สวยไม่หล่อแต่ก็น่ารักเสมอนะคะ

ขอบคุณคุณครูที่กรุณามาทักทายค่ะ

อ่านบันทึกนี้แล้ว รู้สึกถึงความอ่อนโยน และมีความสุขที่จะได้ช่วยเหลือผู้อ่อนแอกว่า สัตว์เลี้ยงมันมีคุณค่าทางจิตใจ หลายๆครั้งเราเคยแอบพูดคุยเล่าเรื่องความทุกข์และความคับข้องใจให้พวกเขาฟัง เขาจะเข้าใจหรือไม่เราไม่รู้แต่ทำให้เราสบายใจขึ้น คนที่รักสัตว์จึงมีอยู่สองประเภทคือคนที่มีรักเต็มเปี่ยมจนสามารถเผื่อแผ่ไปให้กับสรรพสิ่งรอบข้าง กับคนที่ขาดรักและต้องการสิ่งทดแทน สัตว์เลี้ยงจึงมีทุกบ้าน

สวัสดีค่ะคุณ krusorn,

คนที่รักสัตว์จึงมีอยู่สองประเภทคือคนที่มีรักเต็มเปี่ยมจนสามารถเผื่อแผ่ไปให้กับสรรพสิ่งรอบข้าง กับคนที่ขาดรักและต้องการสิ่งทดแทน

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดข้างต้นทำให้นั่งพิจารณาว่าตัวเองเป็นแบบไหน

สัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับเราเสมอนะคะ เห็นด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะที่กรุณามาแวะเยี่ยมอ่านบันทึกนี้ค่ะ

ฝันดีค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี