เรื่องเล่าจากห้องครัววันนี้ ...

 

เป็นเรื่องราวที่อยากบันทึกไว้ให้คุณหลานกิ๊ฟไว้ดูในยามเธอโตเป็นผู้ใหญ่  เธอนั้นชอบขอเล่นทำขนมบ่อยๆที่บ้าน บางอย่างก็ทำได้ด้วยตัวเอง อย่างขนมโตเกียวนี้จะทำเองได้ตั้งแต่เริ่มผสมแป้งจนถึงละเลงแป้ง ส่วนใส้ขนมนั้นยังไม่ได้สอน คงต้องรอเวลาให้โตกว่านี้หากยังต้องการเรียนอีกก็จะสอน มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเมื่อเธอโตขึ้นเธอยังจะชอบทำขนมอีกหรือไม่ ต้องคอยดูกันต่อไปค่ะ 
 
ครั้งนี้เธอบอกอยากทำขนมครกเล่น ด้วยเหตุบังเอิญเธอเข้าไปในห้องเก็บของได้เห็นพิมพ์ขนมครกโบราณ ที่เก่ามากจนสนิมเกาะ ใช้ไม่ได้แล้วค่ะ  วันนี้(19-08-2555)เรามีพิมพ์ขนมครกแบบไฮเทคที่ไม่ต้องใช้เตาถ่านแล้วนะคะ อันนี้ของยืมมาจากบ้านจี๊ยา หรือน้องกิ๊ฟ เรียกว่า ยายยา ค่ะ 
 
เรามาลองดูการทำขนมครกฝีมือกุ๊กกิ๊ฟกันนะคะ 
 
เริ่มจากแป้งที่คุณครูหนูรีเตรียมให้แล้วเพราะยังเตรียมเองไม่เป็น ส่วนผสมแป้งวันนี้ใช้แป้งขนมครกสำเร็จรูปตราเอราวัณ

 

  • ตัวแป้ง ประกอบด้วย แป้งสำเร็จ 320 กรัม ,น้ำกะทิ 450 กรัม ,น้ำเปล่า 560 กรัม

 
วิธีทำ:  คนผสมรวมกัน  ...จากนั้นก็เตรียมหน้ากะทิ

 

  • ส่วนของหน้ากะทิ ประกอบด้วย หัวกะทิ 320 กรัม ,น้ำตาลทราย 100 กรัม ,เกลือ 1 ช้อนชา

เมื่อเตรียมส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็หยอดลงพิมพ์ขนมครกได้เลยค่ะ 



เริ่มจากเสียบปลั๊กเปิดสวิทซ์รอให้พิมพ์ร้อน หากต้องการให้ขนมครกไม่ติดพิมพ์ก็ใช้น้ำมันทาพิมพ์เล็กน้อย ด้วยลูกประคบเล็กๆที่ห่อกากมะพร้าวกับผ้าขาวบาง 

เมื่อพิมพ์ร้อนก็หยอดตัวแป้งลงไป ตามด้วยหน้ากะทิ โรยด้วยหน้าต่างๆ ตามชอบ เผือก ข้าวโพดที่ต้มสุกหั่นเล็กๆ หรือ หน้าต้นหอมกุ้งแห้ง หรือหน้าอื่นๆตามชอบใจค่ะ 
 

...

 

 
เมื่อได้ขนมครกกุ๊กของเราก็เริ่มทำการทดสอบชิม ไปเรื่อยๆ เมื่อเสร็จก็บรรจุลงกล่อง ถือไปฝากแม่ , ย่า และ ป้าๆ ยาย ๆ ที่งานวัดกัน  ...จริงๆแล้วอยากเล่นมากกว่าอยากกินนะคะ 

 

 

^__^


 

ก่อนปิดบันทึก ให้นึกถึงเมื่อตอนเรียนที่เทคนิคยะลา อยู่หอพักหญิงศรีสวัสดิ์ บ้านใกล้หอพักนั้นเป็นคนถ้ำทะลุเหมือนกัน ชื่อพี่ติ่ง พี่ติ่งทำขนมครกขาย เป็นรถเข็นขายอยู่ในซอยกาจนา 1 ขายดีมากๆ เคยไปช่วยพี่ติ่งแคะขนมครกเป็นประจำ  ไม่ได้ไปที่นั่นนานมากแล้ว ...
สูตรของพี่ติ่งเป็นสูตรโบราณ ใช้ข้าวสารเจ้าแช่น้ำ ผสมกับข้าวสวย  (ข้าวเจ้า) แล้วนำโม่ด้วยโม่แป้งไฟฟ้า จากนั้นก็ผสมส่วนผสมต่าง ๆ กะทิ เกลือ น้ำตาล  
แต่ปัจจุบันนี้ สะดวกขึ้นไม่ต้องโม่แป้งอย่างแต่ก่อน มีแป้งสำเร็จรูปขาย คนรุ่นใหม่จึงทำได้ตามข้างซองบอกไว้ ไม่ต้องผิงด้วยเตาถ่านให้ร้อนมือร้อนหน้า ช่วงเวลาสั้นๆก็ทำขนมครกกินได้แล้ว...
หากมีโอกาสเจอพี่ติ่งอีกคราจะขอถามส่วนผสมแล้วค่อยมาบันทึกไว้อีกที

 


 

จบเรื่องเล่าจากห้องครัววันนี้ เพียงเท่านี้นะคะ
 
ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านบันทึกและให้กำลังใจเสมอๆ
 
ขอให้มีความสุข ... สวัสดีค่ะ :)


...............