
...
วันก่อนเพื่อนที่ทำงานด้านกฎหมายได้ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังติดตามเรื่องการขออนุมัติการจำหน่ายยาตัวหนึ่งในสิงคโปร์ และจะแจ้งให้ทราบหากได้รับการอนุมัติจาก Health Science Authority of Singapore (HSA) (เทียบเท่ากับสำนักงานอาหารและยาของบ้านเรา) ที่เพื่อนแจ้งมาก็เพื่อเป็นการบอกเล่าถึงความก้าวหน้าของงานเพราะผู้เขียนได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำการถ่ายทอดความรู้และทำการผลิตยาตัวนี้ครั้งแรกในโรงงานเมื่อต้นปีที่แล้ว
คิดย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่ได้มีส่วนเข้ามาทำงานกับยาตัวนี้ในปี 2008 ในฐานะหัวหน้าทีมทำการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิตจากห้องแลปที่แผนกวิจัยที่สหรัฐอเมริกามาวางแผน scale up และผลิตใน Pilot plant จนมาถึงโรงงานผลิตจริงที่สิงคโปร์ และส่งกลับไปขึ้นรูปอัดเม็ด แพ็กเกจ บรรจุกล่องที่โรงงานที่สหรัฐอเมริกา ตลอดจนมีส่วนในการให้ข้อมูลในการขออนุญาตการจำหน่ายในประเทศต่างๆ จนถึงต้นปีที่แล้วที่ยาตัวนี้ได้รับการอนุมัติให้วางจำหน่ายในยุโรป มาจนถึงปีนี้ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายๆ ประเทศในทวีปอื่น โปรเจคนี้ใช้เวลาถึงสี่ปีเต็มหลังจากที่ผู้บริหารได้มีอนุมัติให้ผลิตยาตัวนี้ออกสู่ตลาด
ซึ่งทั้งนี้ยังไม่รวมไปถึงการเริ่มค้นพบยาตัวนี้และทำการศึกษาด้านคลีนิกในระยะต่างๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 - 20 ปีในยาบางชนิด และยาตัวนี้ก็เช่นกันหลังจากที่ได้ถูกค้นพบเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ผ่านการศึกษาและทดลองใช้มาหลายโรค จนในกระทั่งปี 2005 ได้เข้าสู่การศึกษาด้านคลีนิคเฟสสาม และเสร็จสิ้นในปี 2008 สำหรับการรักษาโรคลมชัก เมื่อผลการทดลองด้านคลีนิกออกมาดีเราจึงได้รับมอบหมายให้เริ่มทำงานเพื่อนำยาตัวนี้ออกสู่ตลาด ทั้งๆ ที่รู้ว่ายาตัวนี้มีสิทธิบัตร (patent) ในการค้าแค่อีก 7 ปี ก่อนที่บริษัทยาอื่นๆ จะเข้ามาผลิตได้
ตั้งแต่ผู้เขียนได้เข้าทำงานที่บริษัทตั้งแต่ปี 2002 ได้มีส่วนเข้าร่วมในโปรเจคต่างๆ ที่เกียวข้องกับ New Chemical Entities (NCEs) กว่าสิบตัว แต่ยาตัวที่สามารถนำออกวางขายสู่ตลาดได้ถึงตอนนี้มีเพียงสองตัว ซึ่งผู้เขียนนับว่าเป็นผู้โชคดีมากที่ได้มีโอกาสฉลองการปิดโปรเจคด้วยความสำเร็จถึงสองครั้งในสิบปี เพื่อนนักเคมีและวิศวกรบางคนไม่เคยได้ทำงานในโปรเจคที่สามารถนำยาออกวางตลาดได้เลยในช่วงเวลาเดียวกัน พวกเราพบเจอโปรเจคที่หยุดตัวลงกลางคันมากมายมากกว่าโปรเจคที่ข้ามไปถึงฝั่งฝันและประสบความสำเร็จหลายเท่าตัว เหมือนนักกีฬาโอลิมปิกจากหลากมุมทั่วโลกที่เฝ้าฝึกฝนเตรียมตัวกันหลายต่อหลายปี เพื่อการครอบครองเหรียญรางวัลสามเหรียญในแต่ละประเภท คนที่ขึ้นไปยืนรับเหรียญกับคนที่หอบกระเป๋ากลับบ้านนั้นอัตราส่วนต่างกันเหลือเกิน
จากสถิติที่เคยอ่านเจอชี้ว่านักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารที่คิดว่าน่าจะมีประสิทธิภาพเป็นยาได้ในสัดส่วนประมาณ 10,000 สาร จะมีการนำไปทดลองใช้สัตว์ทดลองเช่น หนู สุนัข ลิง ประมาณ 250 สาร และจาก 250 สารนี้จะมีประมาณ 10 ตัวยาที่สามารถเอาไปทดลองในคนที่เรียกว่าเป็นการทดลองด้านคลีนิกเฟสแรก แล้วฝ่าด่านไปถึงเฟสสองและเฟสสาม และจากสิบตัวยาจะมีแค่หนึ่งหรือสองตัวที่สามารถกลายเป็นยาและได้รับการอนุมัติให้วางขายในประเทศต่างๆ ได้
การทดลองด้านคลีนิกในคนตั้งแต่เฟสแรกไปจนถึงเฟสสามจำนวนคนอาจต่างไปตามลักษณะของยา ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยเรื้อรังหรือยาประเภท life style drug ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำเช่นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดอุดตัน อาจต้องมีการทดลองในคนนับหมื่นคนจากทุกทวีปทั่วโลกเพื่อให้แน่ใจในประสิทธิภาพและผลข้างเคียงในการใช้ยาในระยะยาวซึ่งต้องใช้เวลาในเฟสนี้หลายปี ยาที่ใช้ในการรักษาโรคเฉียบพลันและไม่ต้องใช้ยาติดต่อกันนานเช่นยารักษาโรคมะเร็ง อาจมีการทดลองในคนจำนวนเป็นหลายร้อยหรือพันและใช้เวลาน้อยกว่า ดังนั้นในการพัฒนานำยาออกสู่ตลาดสำหรับยาที่ใช้ในการรักษาโรคเรื้อรังจะต้องใช้เวลานานกว่ายาที่ใช้รักษาอาการเฉียบพลันมาก
กว่าจะมาเป็นตัวยาอยู่บนเคาน์เตอร์ยาแต่ละชนิดใช้เวลาเนิ่นนานในการค้นพบ ใช้ทรัพยากรมากมายในการผลิต ใช้ต้นทุนที่สูงมาก ว่ากันว่ากว่าจะนำยาแต่ละตัวออกสู่ตลาดบริษัทยายักษ์ใหญ่ใช้เงินถึงหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งเป็นธรรมดาที่บริษัทยาก็ต้องการขายให้มาก ขายให้เร็ว ขายให้แพงเพื่อกู้ทุนคืนให้เร็วที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดใดการที่เราถือยาเม็ดนั้นอยู่ในมือก็แสดงว่าในวันนั้นสุขภาพของเรากำลังไม่ปกติ ยาคือสารแปลกปลอมที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย การนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายยิ่งน้อยเท่าไหร่ก็ดีกับตัวเรา พึ่งพาการเยียวยาของร่างกายเราดีกว่าการพึ่งพายา ใช้เท่าที่จำเป็น และหากจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้อย่างรู้คุณค่า ใช้ด้วยความระมัดระวังและมีวินัยให้มากที่สุด
ในฐานะที่ผู้เขียนได้คลุกคลีกับการผลิตยามาหลายปี แม้ในด้านธุรกิจปริมาณยาที่ได้รับสั่งเพิ่มมากขึ้นจะเป็นผลดีต่อการเงินการลงทุนของบริษัท แต่ทว่าข้าพเจ้ายังแอบหวังว่าปริมาณยาที่ได้รับสั่งให้ผลิตจะคงที่หรือลดลงในทุกๆ ปีสำหรับยาที่ผลิตมานาน และมีการกระจายยาไปสู่ภูมิภาคที่ยายังไปไม่ถึงมากกว่า และโรงงานสามารถใช้เครื่องมือที่มีในการผลิตยาสำหรับการรักษาโรคชนิดใหม่ เพราะนั่นหมายถึงคนเราเอาใจใส่กับสุขภาพมากขึ้น สุขภาพดีขึ้นและไม่จำเป็นต้องพึ่งพายามากมาย เพราะอย่างไรก็ตามคำว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" ก็ยังคงใช้ได้ผลเสมอนะคะ
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายและจิตที่สมบูรณ์เบิกบานค่ะ
ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕
รักไม่ต้องการเวลา (หนูนา) เปียโน
http://www.youtube.com/watch?v=5CbT5GH-suU&playnext=1&list=PLBDC5A266DFF8904B&feature=results_video
กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน ผมผ่าตัดเมื่อ พฤศจิกายน 2554 หมอนัด 2 ครั้งแล้ว ได้ยามากินมากมาย แต่ผมดื้อ และหยุดกินแล้ว หันมาดูแลร่างกาย รู้สึกดีขึ้น คิดถึงโครงการ ยาแลกไข่ ของสธ. รัฐลงทุนเรื่องยาเยอะมาก
ตอนนี้ ยา (นำเข้า) ไม่ใช้เพื่อ...การรักษาอย่างเดียว "เสียแล้ว" แต่เป็น "ธุรกิจยักษ์..หย่ายยยยยยยยย" ไปเสียแล้ว + การเมืองข้ามชาติ ... (ต้องร้องเพลงโอ้ยๆๆ...เย็บข้างในด้านช้ายจังเลย)
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์,
ดูแลร่างกายให้แข็งแรง ทำสุขภาพจิตให้สดชื่นเป็นยาที่ดีที่สุดค่ะ
ขอให้อาจารย์พักผ่อนให้เพียงพอในวันยุดนะคะ :)
สวัสดีค่ะคุณพี่ Dr.Somsri,
ในสภาพเช่นนี้เราจึงต้องดูแลตัวเราเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่เราจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของยักษ์หญ่าย....ที่ว่านะคะ
ขอบคุณที่กรุณามาอ่านและฝากข้อเท็จจริงที่น่าตื่นใจค่ะ
มีความสุขในวันหยุดนะคะ :)
ขอบคุณค่ะปริมที่แบ่งปันความรู้ แอบกระซิบ มียาพาร์กินสันดีๆ ก็ส่งข่าวด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณค่ะ
ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด กล่าวว่า ... "นอกจากนี้ ประเทศไทยควรส่งเสริมให้ใช้สิทธิประโยชน์จากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ให้มากขึ้น แต่ในส่วนของการทำข้อตกลงหุ้นส่วนความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) กับสหรัฐฯ อยากเตือนว่า ต้องคิดให้ดีและต้องรอบคอบว่าสิ่งที่จะแลกกันนั้นเราสามารถยอมรับได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยยังไม่สามารถแข่งขันได้ เช่น เรื่องสิทธิบัตรยา ที่ทำให้เกิดการใช้ยาราคาแพง แต่อาจได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) คืนมา รัฐบาลต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าคุ้มค่าที่จะยอมแลกกันหรือไม่"
เห็นด้วยกับคุณ P' Ple และ คุณปริมครับ "ในสภาพเช่นนี้เราจึงต้องดูแลตัวเราเองให้ดียิ่งขึ้น"
ในด้านเหตุ : ดูแลรักษาสุขภาพเรื่องอาหาร,การออกกำลังกาย,พักผ่อน ทำทุกอย่างให้พอประมาณ สมเหตุสมผล สมดุล เพื่อเสริมสร้างเป็นภูมิคุ้มกัน...
ส่วนในด้านผล : หากดูแลป้องกันแล้วแต่เมื่อยามเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา...ขอราคายาย่อมเยาด้วยนะครับ...เอหรือว่าจะห้ามตัวเองไม่ให้ป่วยดี...เอหรือว่าจะกังวลเกินเหตุ...เอาไว้เวลาป่วยค่อยกังวลดีกว่าเดี๋ยวกังวลตอนนี้หากเวลาเจ็บป่วยขึ้นมาจะกลายเป็นว่ากังวลซ้ำซ้อน (555)
โรคร้าย ?
นายตระหนกตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองผิดปกติ จึงรีบไปพบหมอด้วยหน้าตาตื่นตระหนก
นายตระหนก : คุณหมอครับ ผมคงไม่รอดแน่เลยครับ
หมอ : ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ไหนลองเล่าอาการของคุณให้หมอฟังหน่อยครับ
นายตระหนก : เมื่อคืนก่อนเข้านอนผมก็เป็นปกติทุกอย่าง...แต่พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงเช้า รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองผิดปกติ จับที่ส่วนไหนก็เจ็บที่นั่น
นายตระหนกอธิบายพร้อมกับทำท่าประกอบ เอานิ้วจิ้มที่จุดต่าง ๆ ของร่างกาย
“นี่ครับหมอ หัวใจก็เจ็บ...ซี่โครงก็เจ็บ...อกก็เจ็บ...ท้องก็เจ็บ...ไม่ว่าจะจับที่ส่วนไหนก็เจ็บหมดเลยครับ”
หมอนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าช้า ๆ และตรวจร่างกายโดยละเอียด นายตระหนกสังเกตเห็นคุณหมอมีท่าทางปกติจึงอดถามขึ้นไม่ได้
“คุณหมอครับ...ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่ครับ...ผมจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วันครับ”
หมอยิ้มและตอบเสียงเรียบ ๆ ว่า “อ๋อ จะอยู่ได้อีกกี่วัน...กี่เดือน...หรือกี่ปี... ผมไม่สามารถที่จะบอกได้หรอกครับ ขึ้นอยู่กับคนป่วยเอง แต่ที่ผมรู้ตอนนี้ก็คือ คุณนิ้วชี้หักต้องเข้าเฝือกและกินยาตามที่หมอสั่งครับ”
ขอบคุณ คุณปริม มากนะครับที่มีเรื่องราวดี ๆ มาให้เสพอยู่เสมอ
เห็นด้วยทุกประการค่ะ..ขอบคุณที่ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลนี้
..ชอบใจที่ได้ อ่าน..คำนี้..จากผู้มีความรู้และทรงคุณวุฒิ เรื่องผลิตยา..."กันไว้ดีกว่าแก้"..ก็ได้ผลเสมอ....เจ้าค่ะ..ยายธี
สวัสดีค่ะคุณชลัญธร
ถ้ามีข่าวคราวจักระซิบบอกนะคะ ;)
รักษาสุขภาพค่ะ
ราตรีสวัสดิ์นะคะ
สวัสดีค่ะคุณจัตุเศรษฐธรรม
ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องเล่าชวนขำที่นำมาฝาก พร้อมคำแนะนำดีดีของ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์
รักษาสุขภาพค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
สวัสดียามดึกค่ะคุณพี่ใหญ่
ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจค่ะ
ฝันดีค่ะคืนนี้
สวัสดีค่ะคุณยายธี
เราต่างต้องดูแลตัวเองก่อนพึ่งสิ่งอื่น คนอื่นนะคะ (แอบบอกว่าปริมไม่ชอบทานยาเลยค่ะ อิอิอิ)
ขอบคุณมากค่ะ ฝันดีค่ะ
ดีใจและภูมิใจที่คนไทยมีส่วนลิตยาคุณภาพสู่โลก ขอบคณครับ
เก่งรอบด้านเลยครับ คุณปริม
สวัสดีค่ะคุณพิชัย
ปริมไม่เคยผลิตยาที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตับอักเสบซีค่ะ เคยคลุกคลีกับยาที่ใช้สำหรับไวรัสตับอักเสบบีกว่าสามสี่ปี จนแทบฝันถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับยาตัวนั้นเลย ยาที่ยังอยู่ในสิทธิบัตรจะแพงมากค่ะจนกว่าสิทธิบัตรจะหมด บริษัทแถบจีน อินเดียผลิตได้ราคาจึงจะลดลงค่ะ
ปริมโชคดีที่ได้รับโอกาสที่ดีค่ะเลยได้มีโอกาสทำงานที่ตนรัก และมีความสุขที่ได้ทำค่ะ และก็ตั้งใจทำอย่างมากด้วยค่ะ โปรเจคสุดท้ายปิดตัวลงอย่างสวยงามปริมเลยตั้งใจจะหาประสบการณ์ด้านอื่นบ้างค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ฝันดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม
ด้านไหนคะอาจารย์? อิอิอิ ล้อเล่นค่ะ
ด้านที่อยากเก่งแต่ทำไม่ได้ค่ะคือการปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุด อันนี้ทำยากจริงๆ ด้านอื่นก็ไม่ถึงกับเก่งค่ะ พอถูถูไถไถไปได้ค่ะ
เข้านอนแล้วค่ะอาจารย์ เดี๋ยวถูแซวว่าเป็นคนนอนน้อยอีก (ความจริงกลัวหน้าแก่มากกว่าค่ะ อิอิอิ)
ฝันดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณศิลา,
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ว่า 3อ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกายเป็นการป้องกันโรคต่างๆ ได้ดีที่สุดค่ะ
ปริมเองก็ไม่ชอบทานยามาตั้งแต่เด็กค่ะ ยกเว้นในกรณีที่ขัดใจคนอื่นไม่ได้จริงๆ อิอิอิ
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาให้กำลังใจ มาทักทายกันเหมือนเช่นเคย
สุขสันต์วันอาทิตย์นะคะ
ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่เข้ามาอ่าน มาให้กำลังใจบันทึกนี้นะคะ
สุขสันต์วันอาทิตย์ค่ะ
สวัสดีตอนเช้า..เจ้าค่ะ..อดคุยไม่ได้..จะไปขี่จักรยาน..วันนี้..อุณหภูมิที่นี่..จะขึ้นถึง สามสิบหก..องศา..บางแห่งอาจถึงสี่สิบ...(จะมาบอกว่า...เรื่องดูแลตนเอง..เจ้าค่ะ..คุณตาตีตรา เธอ บอกชื่อยาและให้ทดลองยา...ยายธีบอกว่า..จะดูแลตัวเองไปก่อน.คุณตา(หมอ).บอกว่าไม่มีผลข้างเคียง..แน่ะ..ยายธีก็ดื้อ..ยา(คือไม่ยอมกินไม่ยอมทา)..เหมือนกันเจ้าค่า....อ้ะะๆๆมีเพื่อนแล้ว..อิอิ..คุณปริมนี่เอง..๕๕๕.....)...ยายธี