
.
จดหมายข่าวเว็บไซต์ อ.นพ.เมียคิน ตีพิมพ์เรื่อง 'Everyone should lift weights or do resistance training' = "ทุกคนควรยกน้ำหนัก หรือออกกำลังต้านแรง" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
ธรรมชาติของชีวิตอย่างหนึ่ง คือ ขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว... จะตามมาด้วยขาลง
.
กระดูกของคนเรามีความแข็งแกร่งมากที่สุดที่อายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มสูญเสียโปรตีน-แร่ธาตุ (เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฯลฯ) ทำให้ความแข็งแรงตกลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น
.
คนอเมริกัน 313.2 ล้านคนมีปัญหากระดูกโปร่งบาง หรือกระดูกพรุน (osteoporosis; osteo- = กระดูก; -porosis = pores = โพรง พรุน) 44 ล้านคน = คนอเมริกัน 7 คนเป็นโรคนี้ 1 คน
.
การศึกษาใหม่ ทำในกลุ่มตัวอย่างนักยกน้ำหนักผู้หญิง 2 คนที่เริ่มฝึกตั้งแต่อายุ 18 ปี, รวมเวลาฝึก 30 ปี พบว่า ค่าความหนาแน่นกระดูกสูงเป็น 3 เท่าของค่าปกติ (T-scores; ยิ่งสูง กระดูกยิ่งแน่น)
.
การศึกษานี้สอดคล้องกับการศึกษา 8 รายงานที่ทำในนักยกน้ำหนักประเภทเข้าแข่งขัน และนักเพาะกายพบว่า การยกน้ำหนักทำให้ความหนาแน่นกระดูกสูงกว่านักยกน้ำหนักที่ไม่เข้าแข่งขัน (น่าจะยกน้ำหนักเบากว่า) และคนที่ไม่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ

กลไกที่เป็นไปได้ คือ การยกน้ำหนัก เล่นเวท ขึ้นลงบันได เดินขึ้นลงเนิน หรือการออกกำลังต้านแรงรูปแบบอื่น เช่น พิลาทิส โยคะบางท่า ออกกำลังกล้ามเนื้อโครงสร้าง ฯลฯ ทำให้กระดูกบางส่วนร้าว หรือมีจุดแตกหักขนาดจิ๋ว (microfractures)
.
ร่างกายจะพยายามซ่อมรอยหักขนาดจิ๋วเหล่านี้ โดยการนำแร่ธาตุไปพอกให้หนาขึ้นกว่าเดิม ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
.
การออกแรง-ออกกำลังรูปแบบอื่นที่มีการลงน้ำหนัก เช่น กระโดดเชือก วิ่ง เดิน บาสเกตบอล ฟุตบอล ฯลฯ ก็ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้เช่นกัน
.
การออกแรง-ออกกำลังที่ไม่มีการลงน้ำหนัก เช่น จักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ ทำให้สุขภาพดีขึ้นมาก ทว่า... ถ้าอยากให้กระดูกแข็งแรงขึ้นก็ควรออกแรง-ออกกำลังรูปแบบอื่นร่วมด้วยเสมอ
.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 15 พฤษภาคม 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>