อ.แฟรงค์
นาย ไชยพงษ์ เรืองสุวรรณ

วันแม่...เมื่อปีที่แล้ว


อย่าประมาท เพราะความประมาทนำมาซึ่งสิ่งไม่คาดฝัน

ใกล้วันแม่ของปี ๒๕๕๕ เข้าไปเต็มที่ วันแม่ปีนี้คงไม่ตื่นเต้นเท่ากับวันแม่...เมื่อปีที่แล้ว

ช่วงนั้นอยู่ระหว่างการพักผ่อนจากการประชุมพิจารณาหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ของชั้น ป.๕ กัน ก็อาศัยความที่เป็นหนุ่มบ้านนอกเมื่อมีโอกาสได้เข้ากรุงก็จะไปเดินหาดูข้าวของที่หาชมยากในแถบ "ต่างจังหวัด" ช่วงหลังอาหารมื้อเย็นก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อ บอกว่าให้โทรไปหาน้องสาว บอกว่า "แม่ได้รับอุบัติเหตุ"

เรียบเรียงความขณะนั้นได้ว่า แม่เพิ่งผ่าตัดรักษา"ดวงตา"มา (เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเรตินารั่วทำให้มองเห็นเป็นจุดมืดเวลามองภาพใดๆ ) และแพทย์ห้ามขับรถ เอ หรือว่าแม่จะแอบไปขับรถหว่า... เมื่อโทรหาน้องสาวได้ ก็ดีใจว่าสามารถโทรติด (พยายามหลายที) แต่คงด้วยความที่แม่เป็นที่รักของเพื่อนและบรรดาลูกศิษย์ลูกหา ทุกคนก็คงโทรไปถามน้องสาวผมแบบ non-stop ทำให้เมื่อผมสอบถามอาการของแม่ น้องคงเหนื่อยตอบก็เลยไม่ได้ข้อมูลอะไร เอาล่ะสิ.... ยังเหลือประชุมพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน... เลยพยายามติดต่อพ่ออีกครั้ง ก็ทราบว่าพ่อก็ประชุมอยู่อีกงานหนึ่งที่เมืองทองธานี และจะเดินทางกลับคืนนี้เลย แล้วก็ทราบว่าแม่ปลอดภัย... ก็เลยอดใจรอให้ประชุมเสร็จเสียก่อนแล้วจึงจะเดินทางไป

ก่อนการเดินทางกลับ ก็ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยๆ ก็เริ่มได้เค้าลางของเรื่องประมาณว่า แม่ตกต้นไม้ เพราะจะเอามะม่วง เราก็...เฮ้ย.. แม่ฉันอายุหกสิบกว่าแล้ว.. แล้วก็ไม่เคยเห็นแม่ปีนต้นไม้เลย เมื่อกลับถึงขอนแก่นก็ดึกเกินไปที่จะเดินทางต่อ เพราะถ้าเดินทางต่อต้องโดนแม่ด่าแน่นอน (เพราะก่อนหน้านี้เอารถคว่ำไปทีนึงแล้ว) จบรุ่งเช้าวันที่ ๑๑ สิงหาคม ถึงจะได้เดินทางไป ไม่ได้แวะเข้าบ้านก็ตรงไปโรงพยาบาลเลย ก็สวนทางกับหลวงตากาบ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดอุปราชที่แม่ไปทำบุญบ่อยๆ ท่านก็บอกว่าแม่ไม่เป็นไรหรอก พอเข้าไปถึงห้องพักก็เห็นแม่นอนอยู่บนเตียง... เป็นภาพที่ไม่เคยเห็น... เพราะตั้งแต่จำความได้ มีแต่เราที่นอนให้น้ำเกลือบ่อยๆ แล้วก็มีแม่มาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ

มีผ้าปิดแผลที่หัว เฝือกที่ขาซ้าย แล้วก็รอยช้ำ...ที่หน้า โอย..อะไรเนี่ย...

ได้ความว่าวันที่ ๙ ส.ค. ที่เป็นวันเกิดเหตุ .... แม่ก็ทำความสะอาดระเบียงบ้าน แล้วก็เหลือบไปเห็นมะม่วงผลสวย เลยว่าจะเก็บ เผื่อเพื่อนสุดซี้ปึ๊กมาหาก็จะได้ปันกันกิน คราวนี้ ก็เอื้อมไม่ถึง ก็เลยปีนข้ามรั้วระเบียงไปพอเอื้อมหยิบด้วยตาที่กะระยะพลาด กับมือที่เปียกและอ่อนแรง แรงโน้มถ่วงก็ดึงแม่ทะลุหลังคาโรงรถลงมากระแทกพื้น (ตรงรูหลังคาที่เห็นในภาพด้านล่าง) ดีว่ารถจอดห่างออกไป และตัวของแม่ก็ถูกับผนังลงมา ทำให้แรงเสียดทานช่วยชะลอความเร็วไว้ได้บ้าง)

ทันทีที่กระแทกพื้นแม่ก็มีสติตลอด ทีแรกจะลุกขึ้น แต่เห็นว่ามีเลือดออกจากศีรษะ ก็เลยไม่ฝืนลุก แล้วก็นึกได้ว่าในกางเกงมีโทรศัพท์มือถือ ก็เลยโทรให้น้องสาวติดต่อรถพยาบาลมารับ น้องสาวซึ่งสอนอยู่โทรเรียกรถ EMS ทันที แล้วก็บึ่งรถจากสถาบันมาที่บ้าน... มาถึงก่อนรถ EMS ตอนนั้นแม่ยังนอนอยู่ อึดใจ รถพยาบาลก็มาถึงและนำตัวแม่ส่ง ร.พ. โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ตกตะลึงกับความสูงที่หล่นมา... 

ผลการฉายรังสี พบว่ากระดูกส้นเท้าแตก แต่ศีรษะและส่วนอื่นๆ ปกติ รอยแผลก็มาจากการโดนกระเบื้องหลังคาบาดและการฟกช้ำจากการกระแทก

เจอแม่ทีแรกพูดอะไรไม่ออกเลย ได้แค่บีบนวดแม่ไปมาแล้วก็มานั่งจ๋อยอยู่ข้างๆ จนแม่ต้องปลอบว่า "แม่ไม่เป็นไรมาก" น้องสาวและหลานๆ ก็คอยวนเวียนกันมาดูแลไม่ห่าง เรียกว่าจัดเวรอารักขากันแน่นหนาทีเดียว

หลายเดือนครับ กว่ากระดูกจะกลับมาปกติ ช่วงที่เดินไม่ได้แม่ก็ค่อนข้างอึดอัด ด้วยความที่เพิ่งเกษียณมาก็ไมนานนัก และท่านเป็นคนชอบเดินทาง ดังนั้น การอยู่กับที่นานๆ ค่อนข้างจะบั่นทอนกำลังใจ

นี่ก็ครบปีแล้วจากการบาดเจ็บครั้งนั้น แม่ก็ร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว นี่ก็เพิ่งกลับจากไปเที่ยวต่างประเทศมากับชาวคณะกลุ่มเพื่อนๆ มา

แม่เป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดเสมอ และทุกครั้งที่เราไม่เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า .."แม่ว่าลูกน่าจะ..."  ก็คือความผิดพลาดใหญ่หลวงทั้งสิ้น ทุกวันนี้...กับทุกงานที่ทำ...ไม่ได้ทำเพราะ..อยากดังอยากเด่น...แต่...แค่เพราะอยากเป็นคนเก่งที่เป็นที่รักเหมือนที่แม่เป็น สักหนึ่งในสิบส่วนก็ยังดี แม้ใครจะว่าอย่างไร ขอแค่คำว่า "เก่งมาก...ลูก" จากปากแม่...ก็พอแล้ว...

คำสำคัญ (Tags): #แม่
หมายเลขบันทึก: 498081เขียนเมื่อ 10 สิงหาคม 2012 15:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 สิงหาคม 2012 15:18 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง เสียดายที่วันนี้ ผมไม่มีแม่..ท่านโชคดีมากที่มีโอกาสดูแลท่าน ขอเป็นกำลังใจครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี