ทำไมเราต้องให้แม่มาทำสิ่งที่น่ารังเกียจขนาดนี้ ความถือตัวถือตนของแม่ต่อลูกมันหายไปไหน เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่าเราจะถือตัวถือตนไปอีกทำไม อัตตาเราสูงนักหรืออย่างไร?? ลดลงได้ไหม???
ชื่อบันทึกแรงไปไหมครับ ผมอ่านบันทึกช่วงนี้ อะไรๆก็มีแต่กล่าวถึงแม่แต่ในเรื่องที่ดี ตามกระแสสังคม ก็ว่ากันไป เห็นใกล้วันแม่....ต่างคนก็ต่างชื่นชมคุณแม่กันมากมาย ถ้าผมพูดเป็นอย่างอื่นจะถูกสังคมรุม ”ตืบ” ไหมครับ!!
สำหรับผมชีวิตจริงเป็นอย่างงี้ครับ...... ช่วงนี้รู้สึกทุกข์กับ ”แม่” มากๆ (แม่คนนั้นแหละ!!!)............จะแฉให้หมดเปลือกเลยครับ....พี่น้อง (คราวนี้มาดุดุ...นะค่ะรับ คุณผู้โชมมม อาจารย์มาเองค่ะ คุณผู้โชมมมมม <พยายามเรียนเสียงพิธีกรสอนทำอาหารท่านหนึ่งอยู่??!! หุห> )
1. แม่ผมจบแค่ ป. 4 ส่วนพ่อก็จบ ป. 4 เหมือนกัน ค่ะคุณผู้โชมมมมม!!! แต่ก็ดันเอาลูกๆจนเรียนจบหมด พี่สาวคนโตต้องเสียสละออกมาช่วยงานบ้านส่งน้องๆเรียน... ตอนนี้เปิดร้านอาหาร อร่อยมากกก ที่ตัวเมืองระยอง ลูกชายกำลังเรียนหมอที่ มข. ส่วนผมเป็น Aj มหา’ลัย จบแค่ ป. 4 ทำงานหนักส่งลูกเรียนหนังสือประชดความรู้ตัวเองหรือไงไม่ทราบ!! ใช่ไหมค่ะคุณผู้โชมมมม!!!
2. แม่ผมพูดจาก็ไม่ไพเราะ เหมือนหม่อมแม่ หรือแม่ไฮโซท่านอื่นๆ พูดก็ “ลื้อๆ อั๊วๆ” ส่วนพ่อยิ่งไปกันใหญ่เลย คุยกัน “กูๆ มึงๆ” กันเลย (แต่พอคุยกับคนไม่สนิทก็ คุณๆ ผมๆ) แม่ทะเลาะกับพ่อทุกกกกกวันจันทร์ ------> ถึงวันจันทร์อีกรอบ ก็ไม่รู้ว่าอยู่กันมาได้ยังไงจนลูกแก่ขนาดนี้แล้ว ก็ยังทะเลาะกันอยู่ เพื่อนแม่บางคนถึงกับมาเชิญไปเป็นผู้ใหญ่ในงานแต่งงาน (หารู้ไม่....หุหุ!!!) เห็นไหมค่ะคุณผู้โชมมมม!!!
3. แม่ผมสอนลูกก็ใช้วิธีการสอนที่ไม่เคยพบเคยเห็น เช่นที่ผมจำไม่ลืม ก็อย่างเข่น......
มีอยู่วันหนึ่ง....(คงไม่มีใครกล้าถามผมนะครับว่าวันไหน !!! บันทึกนี้ผมดุ...ห้ามแซว!! ค่ะคุณผู้โชมมม).....ผมเข้าห้องน้ำแล้วทำสตางค์เหรียญ (คิดว่าเป็นเหรียญ 5 บาท...ไม่แน่ใจครับ) หล่นลงไปค้างที่คอห่านโถส้วม สมัยนั้นเป็นโถส้วมแบบนั่งราบ (บรรยายซะให้เห็นภาพเลยครับ...พี่น้อง)
ผมก็วิ่งไปฟ้องคุณแม่ “เหรียญตกส้วมๆ !!”
คุณแม่เดินเข้ามาดู ไม่พูดพล่ามทำเพลง เอามือล้วงลงไปในโถส้วม ตรงคอห่านที่เหรียญค้างอยู่ (ให้เห็นกับตาว่าไม่ใช่เล่นกล) แล้วหยิบเอาเหรียญขึ้นมาล้างให้สะอาด แล้วท่านก็ยื่นคืนให้ผม แล้วสอนผมว่า
“ นี้เป็นน้ำพักน้ำแรง ของอาเตีย อาแมะนะ..... ทุกสตางค์ก็มีค่า” ผมเงียบไปเลย!
ทำไมเราต้องให้แม่มาทำสิ่งที่น่ารังเกียจขนาดนี้ ความถือตัวถือตนของแม่ต่อลูกมันหายไปไหน เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่าเราจะถือตัวถือตนไปอีกทำไม อัตตาเราสูงนักหรืออย่างไร?? ลดลงได้ไหม???
เรื่องนี้ก็เป็นผลทำให้ผมโตขึ้น...มาล้างส้วมที่บ้าน....แล้วยังไปล้างส้วมที่วัดอย่างไม่อายใคร ไม่สะทกสะท้าน.........งานบ้านถูพื้น เช็ดอาเจียนลูก (....อาเจียน....ใช้ศัพท์สุภาพเชียว) [สมัยเจ้าลิงยังเล็กเป็นภูมิแพ้ กินนม กินอาหารทีไร ออกมาหมดทุกที ยิงตอนกลางคืนเวลาเขานอนหลับ ผมเป็นหน่วยกวาดล้าง เลี้ยงลูกด้วย เช็ดถูด้วย หลายครั้งที่ต้องอยู่กับเขาลำพัง พ่อ-ลูก ใหม่ๆงานเข้าทีดูไม่จืดเลย ตัวเองก็เปื้อน ลูกก็เปื้อน พื้นก็เปื้อน หลายทีที่ ที่นอนลูกก็เปื้อนถ้าอุ้มเขาออกไม่ทัน.... ลุยคนเดียวครับ!! พักหลังเริ่มคล่อง ถอดเสื้อตัวเองเก็บเศษที่พื้น ถอดเสื้อลูกเช็ดตัวทำความสะอาด ใส่เสื้อลูก จัดที่นอนลูกใหม่ วางลูกไว้แล้วรีบเช็ดพื้นเร็วๆ วิ่งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อตัวเอง วิ่งมาดูลูก เก็บงานที่พื้น... ถ้าเจ้าลิงหิว ก็กินนม.....ทำจนชำนาญเป็นเดือน ขนาดแม่เจ้าลิงเองเจอเองยังต้องตะโกนเรียกผมที่กำลังอาบน้ำสบายอยู่ชั้นสองให้วิ่งตาเหลือกมาให้บริการเช็ดผลงานลูกเลย เป็นอยู่นานสงสารลูกเหมือนกัน ตอนหลัง (ช้าไปหน่อย) หาหมอภูมิแพ้ ได้ยา Zyrtex และ Singulair ก็อาการดีขึ้น ผมก็เบาขึ้น แต่หูต้องฟังคำบ่นว่าให้เด็กกินยามากไป....นอกเรื่องไปใหญ่แล้ว..ข้าน้อยขออภัยนึกว่า 12 ส.ค. เป็นวันพ่อ....หุหุ] ดูซิครับแม่ผมเขาสอนให้ผม...เป็นนาย ”ศรีทนได้” อย่างงี้ได้อย่างไร )(*&)*&!!! ตอนนี้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญขัดส้วมวัดไปแล้ว เห็นไหมล่ะค่ะคุณผู้โชมมมม!!!
4. เมื่อเร็วๆนี้ก็เหมือนกัน ตอนที่ผมพาแม่ไปวัดค้างที่วัน B (บันทึกก่อนหน้า) แม่ผมก็เป็นคนที่เห็นใครก็ทำตัวเหมือนสนิทกับเขามาเป็นสิบปี....
ไปถึงวัดก็สาย....ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยแจ้งห้องพัก แม่เดินขึ้นบันไดเจอน้องอุบาสิกา ยังไม่ทันไรเลย รู้จักก็ไม่รู้จัก
“หนูนอนห้องไหนหรือ ยายขอไปนอนด้วยได้ไหม?”
ผมเดินตามหลังมา......แทบช็อคครับ แม่ใครแว่ะ!!! เท่านั้นยังไม่พอครับ...พี่น้อง
ป้ายที่ห้อยคอน้องเค้าเขียน ตัวโตๆ เบอเลิ่มเทิ่มว่า ....”ปิดวาจา”......
ผมต้องรีบถึงแม่เดินขึ้นบันไดแล้วส่งภาษาจีนให้แม่ที่แปลว่า “อาแมะ เขามีป้ายว่าเขาปฏิบัติอยู่ พูดไม่ได้”
แม่ผมตอบ “ก็อั๊วมองไม่เห็นนี่ นึกว่าป้ายชื่อของอี” ว่าไปโน้นเลย ..........แม่ผมเป็นอย่างงี้ล่ะค่ะคุณผู้โชมมมม!!!
5. ยังมีอีก......ที่วัดเดียวกัน เช้าวันรุ่งขึ้น
แม่ก็ไปเจออุบาสิกาท่านหนึ่ง มีผ้าสไบถักลายคงจะถูกใจ ตื่นตา ตกตลึง ไม่เคยเห็นลายถักนี้มาก่อนในชีวิต อดใจไม่ไหวเช่นเคย มาวัดครั้งแรกแบบผิดกฎหมายวัดอีกต่างหาก แถมทำตัวเหมือนสนิทกับเขามาเป็นสิบปี....อีกแล้ว!!!!!
คุณๆ ยายขอยืมมาแกะลายได้ไหมคะ?
น้อง (หรือพี่ ไม่แน่ใจแต่หน้าเด็กมาก) เขาก็ให้ แม่หันมาขอเวลาผมแกะลายไม่กี่ชั่วโมง
ความพยายาม ความอดทน ความมีสมาธิ ใครจะมีเท่าคุณเธอแม่ผม โน้นเลย ตั้งแต่เข้า ประมาณ 7:30 น. จน บ่าย 3 กว่าถึงได้กลับบ้าน........โอ้แม่เจ้า!!!! ..........เห็นไหมละค่ะคุณผู้โชมมมม!!!

การเปลี่ยนที่ดี...เปลี่ยนที่ตัวเรานะคะ....ดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ
แม่ลูก คู่ฮา โชคดีนะมีธรรมะนำพา ไม่งั้น ..อิ อิ (ละไว้ให้คิดต่อ )
ชอบค่ะ เป็นบันทึกแห่งความผูกพันที่สนิทสนมของแม่ลูกที่ หลายๆครอบครัวจะอิจฉาได้
เราเปลี่ยนใครไม่ได้ครับ มันเป็นปัจจัตตัง แท้ๆครับ อ.
อ.
kwanchamai ไม่มี commemt สงสัยจะอึ้ง ทึ่ง งง ปลง.....มาได้จังได๋!
ขอบคุณครับ... สำหรับกำลังใจ
ช่วงนี้ผมเครียดมากเลย หาทางออกที่ไม่ใช่ทางธรรมสักเท่าไหร่
ขอบคูณอีกครั้งครับ อ. ศิลา ภู ชยา
ผมก็ใช้คุณแม่นี้ละสอบทานอารมณ์ ทุกวันช่วงที่เริ่มเข้าวัดเข้าวากับเขานี้แหละครับ คุณครู อัญชลี
ผมสงสัยจริงๆ ลายที่แม่แกะมานี้มันยากขนาดต้องใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง ไม่กินข้าวกินน้ำกันเลยหรือครับ?? หรือสายตาท่านไม่ดี เลยทำให้แกะลายยากชึ้น???
อาจจะพูดจาไม่ไพเราะเหมือนคนอื่น
แต่แม่ก็สอนแล้วก็พูดออกมาจากใจ
ดุจริง เจ็บจริง แต่ได้ดีจริงๆคะ