ถ้าการเรียนรู้เกิดจากการลงมือทำ ...มันก็ไม่สำคัญว่าครูทำอะไร สิ่งที่สำคัญคือ นักเรียน...ได้ทำอะไร

ฝนที่โปรยปรายในช่วงที่ร่องความกดอากาศต่ำอยู่ใกล้อิสานแบบนี้ ทำให้การตัดสินใจมาเรียนของนักศึกษาสั่นคลอนได้ง่ายเหลือเกิน

เริ่มคาบเรียนยามบ่ายสองครึ่งกับนักศึกษาที่ทะยอยมากันแบบเปียกๆ หลายคนให้เหตุผลว่า "ฝนตก" แต่ก็ต้องสอบถามอย่างเป็นห่วงว่า "นี่..ไม่รู้กันเหรอ ว่านี่มันหน้าฝน แล้วฝน..ก็ไม่ได้ตกเป็นครั้งแรกในชีวิตของคุณ" เล่นเอาขนหัวลุกกันเกรียวทั้งห้อง ฝนตกไม่น่าเป็นข้ออ้าง เพราะเราต่างก็ทราบดีว่า ดาวเคราะห์ที่เราอาศัยอยู่นี้ มันมีปรากฏการณ์นี้...นี่นา

เริ่มต้นด้วยการทบทวนคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต้องใช้ กลายคนเริ่มทำหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ แววตากับสีหน้าที่ไม่สอดคล้องกันนั้น ทำให้ต้องถามเพื่อความแน่ใจกันอีกที

การแทรกสอดเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้เดิมเรื่องตรีโกณมิติและแคลคูลัส กว่าครึ่งห้องเห็นชัดว่า ..."ตามไม่ทัน" (และทำท่าจะไม่ยอมตาม) จึงต้องหยุดเป็นระยะ เพื่อซักถามให้แน่ใจ จริงๆ แล้วการไล่เรียงคณิตศาสตร์ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำในห้องเรียน เราน่าจะเพียงแค่ "ซักถาม" ถึงความหมายทางฟิสิกส์เท่านั้น แต่การเรียนการสอนแบบ "ป้อน" ที่เค้าได้รับมาโดยตลอดนั้น ทำให้ความทรนงของพวกเค้า อ่อนแอ ลงมาก และคาดหวังว่า อาจารย์จะทำให้ดูทุกอย่าง.. และจะท่องแบบฝึกหัดให้ได้ทุกข้อ เพื่อจะได้ทำข้อสอบปลายภาคได้

เนื้อหายังไม่ทันจบลง กับเวลาที่งวดเข้ามาเสียก่อน เอาล่ะ ก็จะต้องถือคติที่ว่า ช้าแต่ชัวร์ น่าจะดีกว่า เพราะแม้นเรารีบพูดๆ ไปซะให้จบ ก็จะดูเป็นผลักภาระให้กันมากเกินควร (ทั้งที่มันควร)