วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

เช้านี้ตื่นขึ้นมาตอนตีสาม กราบพระทำวัตรเช้า กะว่าประมาณหกโมงเช้าจะไปวิ่งที่ฟิตเนตปรากฏว่า “เปิดแปดโมงเช้า” เลยเลือกที่จะไปวิ่งแถวๆริมถนน หกโมงชาวของชีวิตคนเมืองเริ่มจะพลุกพล่านกันแล้วค่ะครู ย่านสุขุมวิทเป็นอะไรที่แปลกตาดีเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ไปจนถึงสถานี “อโศก” จึงย้อนกลับอาบน้ำเตรียมตัวเข้างานประชุม วันนี้ห้องที่ต้องดูแลดูคึกครื้นเพราะเป็นการนำเสนอแบบมีชีวิตชีวา แล้วหนูก็ลงไปห้องใหญ่เจอท่านองค์มนตรีที่ท่านมางานมหกรรม R2R มาเปิดงานนี้เช่นกันเจ้าค่ะ ท่านเมตตามาดูนิทรรศการของทีม ComMedSci ที่จัดไว้ทั้ง 4 ภาค สอบถามเอาใจใส่ให้กำลังใจ คนทำงานรู้สึกปลื้มไปตามๆกันเจ้าค่ะ คล้อยหลังท่านองค์มนตรี หนูก็ถูกตามตัวผู้ใหญ่อีกท่านตามตัว ทราบว่าท่านเมตตาให้กำลังใจกับสิ่งที่ทำที่ลงแรง”ทำหนังสืออกมาจนเป็นรูปเป็นร่างท่านจึงขอลายเซ็น” ตอนนั้นในระลึกขึ้นมาค่ะครู ดีใจแบบนี้มันก็หลงง่ายที่เขียนอยู่นี้ก็รู้สึกว่า หลงอยู่เจ้าค่ะ จริงๆก็ทราบอยู่ไม่กี่คนที่รู้ว่าหนูเป็นคนลงแรง หยิบมาพิจารณากับตนเอง เพราะชื่อที่ใส่ลงไปหนูตั้งใจใส่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าหน้าที่ใด ๆ แต่ก็มีหลายท่านที่ทราบก็เข้ามาแสดงความดีใจโดยเฉพาะพี่ ๆ ที่ร่วมมือร่วมใจกันทำพึ่งมาเห็นเล่มวันนี้ทุกท่านรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจ เป็นความสุขเล็กๆของการตั้งใจทำงานเลยค่ะครู ตอนเช้าหลังจากกลับจากออกกำลังกายพี่ก้อยโทรหา จึงได้นัดเจอกันตอนเย็นๆ ด้วยเจตนาหนูอยากไปหากระเป๋าให้ครูด้วยจึงเลือกที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

บ่าย ๆ จึงเริ่มสแตนบายตนเอง แล้วมีพี่ที่จะนำเสนองานแต่พักโรงแรมอื่นมาขอใช้ห้องเตรียมข้อมูลและสคิป จึงพาท่านมาที่ห้องนั่งไปสักพักหนูเผลอหลับค่ะครู ผิดศีลข้อ 4 แทนที่จะเอาเวลาไปเข้าประชุมแต่กลับมาหลับ นิสัยไม่ดีอีกอย่างที่ไม่แก้ไขคือ ไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ ไม่ค่อยชอบงานประชุมเพราะอยู่เฉยๆไม่ค่อยได้เจ้าค่ะ งานนี้เห็นมุมนี้ชัด คงถึงเวลาที่ต้องแก้ไข พอใกล้ๆเวลานัดกับพี่ก้อย หลังจากสอบถามวิธีการเดินทางจากพี่ๆแล้ว ก็ไม่เสียเวลานักเจ้าค่ะ ถึงก่อนพี่ก้อยเล็กน้อย เดินสำรวจหากระเป๋าแต่ก็ยังไม่เจอแบบที่ต้องการ พอเจอกับพี่ก้อยเราจึงลงไปซื้อของที่พี่ก้อยตั้งใจฝากพี่เติ้ลแล้วก็หามุมสงบในร้านกาแฟนั่งคุยกันค่ะครู การได้เจอพี่ก้อยฟังเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนภาพซ้ำที่หนูกำลังเคลื่อนตาม ความเปรี้ยวการแต่งตัว ความมั่นใจ ความสุดโต่งค่ะครู เรื่องราวประสบการณ์ของท่านช่วยสะท้อนข้างในใจหนู พอท่านเริ่มเล่าเรื่องสภาวธรรมหนูสนใจมาก แล้วก็ไปตกร่องหนึ่งได้บอกท่านว่า “จิตหนูมีธรรมชาติการ Copy” ท่านจึงหยุดเล่าความละเอียดลึกซึ้งของสภาวะธรรม เพื่อช่วยไม่ให้หนูได้ “คิดเอาเอง แต่ไว้ให้เจอเอง” การนั่งคุยนาน ๆ เห็นพี่ก้อยขยับจับตรงช่องอกบ่อยๆหนูไม่ทราบว่า คือ อะไร แต่เห็นแล้วใจหนูรู้สึกแน่นขึ้นมาค่ะครู เหมือนกำลังเบียดเบียนท่าน ทราบทีหลังว่า ท่านเป็นเนื้องอก มานึกย้อนกับตนเอง “เห็นความไม่ใส่ใจ” ทั้งที่ทราบคร่าวๆก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านบวชแต่ข้างในหนูลืมไปเจ้าค่ะ จึงแยกกันไป

ข้างในหนูยังแน่นค้นเข้าไปเห็นสองสาเหตุคือ สะเทือนกับคำว่า “จิต copy” แล้วข้างในก็นึกย้อนถึงวีรกรรมต่างๆที่หนู copy ครูมากกว่าเรียนรู้กับตนเอง แล้วก็แน่นด้วยใจไม่อาจจะยอมรับกับตนเองได้ ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย สาเหตุที่สองคือ ใจซ้ำเติมตัวเองว่า “เบียดเบียนพี่ก้อย” ดูความรู้สึกแน่นตั้งแต่ขึ้นรถไฟฟ้ายาวมาจนถึงโรงแรมเจ้าค่ะ มารู้สึกโล่งตอนเดินเข้าโรงแรมเดินๆจงกรมไปเรื่อย ๆ แล้วพี่ก้อยก็โทรมาได้สารภาพกับท่านว่า “ตอนนั้นแน่นมากแน่นเพราะรู้สึกเจ็บที่จิตชอบ copy” แต่ตอนนี้โล่งแล้ว

       จากการเคลื่อนไปของชีวิตวันนี้ศีลด่างพร้อยเยอะมากเต็ม 10 น่าจะให้ตนเองได้เพียง 4 คะแนนเจ้าค่ะ ข้างในยังวิ่งขึ้นวิ่งลงสวิงมากเจ้าค่ะครู พุทโธไม่ค่อยมาอยู่แนบใจเจ้าค่ะ นี่คงเป็นสาเหตุที่ใจสวิง

กราบขอบพระคุณค่ะครู