รู้จักอุปถัมภ์ บิดา-มารดา
    พ่อ-แม่ สองคำนี้มีความหมายยิ่งนัก มีความหมายมากมายนับไม่ถ้วน พ่อเป็นผู้ให้ชีวิตเรา แม่เป็นผู้ให้กำเนิดเราที่สามารถอุ้มท้องเรามาเป็นเวลา 9 เดือน ท่านไม่เคยที่จะบ่นเลยซักนิดกลับมีความดีใจเสียอีกที่จะได้ให้ชีวิตอีกชีวิตหนึ่งแก่เรา พ่อ-แม่นั้นท่านเป็นห่วงเราตลอดเวลา ในเวลาที่ท่านเป็นเด็กท่านจะคอยดูแลเราอยู่ใกล้ๆ ในเวลาที่เราโตท่านอาจไม่พูดว่าท่านเป็นห่วงเราตรงๆ แต่จะคอยดูแลเราอยู่ห่างๆ คอยให้คำแนะนำเราเสมอในยามที่เราท้อ เพราะฉะนั้นบุญคุณของพ่อ-แม่ นั้นยิ่งใหญ่นัก ยากที่เราจะหามาทดแทน ดั้งนั้นเราควรจะตอบแทนพระคุณของท่านโดยการเชื่อฟังและทำตัวเป็นเด็กดีของทานตลอดไป
     พ่อ-แม่ ของข้าพเจ้าท่านจะเลี้ยงข้าพเจ้ามาแบบเพื่อน แบบพี่-น้อง และท่านยังไม่เคยทำให้ข้าพเจ้าคิดเลยซักนิดว่าชีวิตของข้าพเจ้าขาดความอบอุ่น ท่านสามารถหาทุกอย่างให้ข้าพเจ้าได้ ในตอนเด็กไม่เคยเลยที่ท่านจะให้ข้าพเจ้าอยู่คนเดียว ท่านทั้งสองเป็นทั้ง เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เป็นได้ทุกอย่างที่เราต้องการให้ท่านเป็น ท่านคอยให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้าทุกอย่าง ทุดเรื่อง ในยามที่ข้าพเจ้าท้อแท้สิ้นหวัง คอยแนะนำให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี แนะนำไปในทางที่ถูกต้อง แม้ในบางครั้งที่ท่านดุด่าว่าเรา เวลาที่เราโกรธหรือรำคาญท่าน แต่ท่านก็ไม่เคยโกรธเราเลยซักนิด ท่านจะสั่งสอนให้ข้าพเจ้าดูแลตัวเอง รู้จักอุปถัมภ์ บิดา-มารดา เพราะท่านจะพูดเสมอว่า “เวลาที่ พ่อ-แม่ ไม่อยู่ใครจะดูแลพวกหนู” ข้าพเจ้าจึงมีความผูกพันกับท่านทั้งสองเป็นอย่างมาก เพราะท่านมีพระคุณกับข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องต่างๆ ตลอด ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อกับแม่ไม่เคยแนะนำลูกไปในทางที่ไม่ดีเลย ท่านคอยให้กำลังใจ คอยให้โอกาสกับเราเวลาที่เราทำผิด
    พ่อ-แม่ นั้นเป็นผู้มีพระคุณอย่างมาก ทำไมในเวลาที่เรามีทุกข์ กลับไปปรึกษาเพื่อนที่เราพึ่งรู้จัก แต่เพื่อนที่เรารู้จักมาตั้งแต่เกิดทำไมเราถึงลืมท่านลงคอ เวลาที่เราทุกข์มีคนที่ทุกข์กว่าเราเป็นพันเท่า ในยามที่เราเจ็บท่านเจ็บมากกว่าเรา พระคุณของพ่อแม่นี้ ชาตินี้ทดแทนพระคุณของท่านไม่หมด.