สังคมไทยกับการคอรัปชั่นเริ่มจะแยกกันยากขึ้นเรื่อยๆ ผลดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นตั้งแต่ปี 1998-2011 ประเทศไทยได้คะแนนไม่เคยถึง 4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 
    ในกระทรวงสาธารณสุขเองเคยมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตหลายคดีที่สร้างความเสื่อมเสีย และทำลายความเชื่อมั่นของคนไทยไปไม่น้อย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนอาศัยการตรวจสอบจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชมรมแพทย์ชนบทที่เริ่มต้นให้ข้อมูลและตั้งข้อสังเกตแห่งความไม่โปร่งใสเหล่านั้น ในครั้งนี้ก็เช่นกันจากการเปิดเผยข้อมูลของชมรมแพทย์ชนบทเรื่องงบไทยเข้มแข็งที่ทำท่าว่าอาจจะย้อนรอยปี 2552 เพราะจนบัดนี้งบไทยเข้มแข็งปี 2555 ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. ซึ่งเหตุที่เห็นในตอนนี้คือความล่าช้าในการเสนอเรื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ผู้บริหารยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่ามีสาเหตุอะไรถึงละเลยไม่ดำเนินการ 
   จากข้อมูลประเทศที่มีดัชนีภาพลักษณ์คอรัปชั่นดีที่สุด 3 อันดับแรกคือ มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและมีการวางรากฐานต่อสู้กับปัญหาคอรัปชั่นมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญคือการที่ภาคประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้จ่ายของภาครัฐได้ จากการศึกษาขององค์กรความโปร่งใสสากลพบว่าความเป็นประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เพิ่มขึ้น มีความสัมพันธ์กับปัญหาคอรัปชั่นที่ลดลง ดังนั้นหากคนไทยช่วยกันสอดส่องดูแลร่วมกัน ในอนาคตปัญหานี้น่าจะมีทางออกที่ดีขึ้น และในฐานะประชาชนและบุคลากรสาธารณสุขคนหนึ่งขอชื่นชมในความพยายามของชมรมแพทย์ชนบทที่ติดตามตรวจสอบและสร้างภาพลักษณ์ความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในแวดวงสาธารณสุข