วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                เช้านี้ตื่นขึ้นมาประมาณตี 3 กว่า ๆ ลุกขึ้นเดินจงกรมด้วยความตั้งใจว่า”เดี๋ยวจะออกไปทำวัตรรวมตอนเช้า”กิจวัตรทุกอย่างเคลื่อนไปทำวัตรเสร็จก็แวะทำกับข้าวที่ครัว เช้านี้หนูทำไก่ทอด น้องภัสทำแซนวิช

เข้ามาทบทวนกับตนเองสิ่งที่พี่ก้อยช่วยสะท้อน ให้ดูอารมณ์ลงไปตรงๆ และให้ระวังอย่าให้ความชั่วครอบงำใจเพราะจะถูกบันทึกไว้ การมาของท่านสองวันนี้มีคุณค่ากับหนูมากเจ้าค่ะครู ช่วยฟื้นฟูจิตใจ กราบขอบพระคุณครูที่เมตตาให้โอกาส ท่านยังเตือนให้ตั้งสติระวังการอยู่ใกล้พระอริยะสุ่มเสี่ยงทำดีก็ได้เร็วทำไม่ดีก็ไปอบายเร็วเหมือนกัน ต้องมีสติมาก ๆ

กับงานที่ครูมอบหมายหนูได้เรียนรู้อะไรบ้าง เก็บดอกไม้ร้อยมาลัย ระลึกกับตนเองได้ว่าหากมีพุธโธ อยู่ในใจ พุทโธ จะเป็นดั่งเชือกร้อยมาลัย ที่ร้อยเรียงสติ ที่เป็นดั่งดอกไม้ หากใจขาดพุทโธ ก็เหมือนกับมาลัยไร้เชือก หลังส่งงานครูมาเดินจงกรมแล้วได้กับตนเองเรื่องนี้เจ้าค่ะ

การทำงานถวายครู หนูก็ยังมีความกังวล ความกลัวยังถาโถมใจ ยิ่งทำเสร็จไม่ทันยิ่งเหมือนไฟเผาอยู่ภายใน วันนี้พอตอนเย็นครูชี้ให้เห็นว่า “การกระทำของหนู พาใครตกนรกบ้าง” รู้สึกเศร้าใจ เพราะตั้งแต่วันที่ครูชี้ให้เห็นว่าการเข้าไปกราบหลวงปู่วันนั้น  ส่งผลให้พ่อน้อยมีแววตาเปลี่ยนไปมีจิตอกุศล ทุกครั้งที่เห็นท่านก็ระลึกขอโทษอยู่ในใจ เพียงแค่ความไม่เจตนาของหนู เพราะความไม่รู้ ไม่ตั้งสติของตนเอง แล้ววันนี้ก็ยัง “แม่กุลอีก” ทั้งๆที่ท่านศรัทธาและเทิดทูนครูมากแต่การกระทำของหนูจิตชั่วๆของหนูก็ยังพาท่านคิดอกุศลทำทางไปนรก ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย ด้วยศีลข้อห้าด่างพร้อยคือไม่มีสติ

รวมถึงจิตอกุศลที่คุณยายชีส่งหาครู หนูก็มีส่วน พอได้ยิน ข้างในใจหนูแน่นเลยเจ้าค่ะครู เป็นสิ่งที่หนูไม่เคยพิจารณาให้ถี่ถ้วนกับตนเองในการกระทำตนเอง แถมเป็นกรรมหนักเสียด้วย

                ตอนเข้าไปกราบลาหลวงปู่ ขอโอกาสท่านกราบขอขมาอีกครั้งเพราะไม่ได้สวด ท่านเมตตาอนุญาตเจ้าค่ะ พอเอ่ยจบท่านก็บอกว่า “ให้ไปกราบขอขมาครู”

แต่หนูกลับคิดว่า “หนูกราบบ่อยและกราบแทบทุกวัน”

ไม่เห็นจิตชั่วที่ไม่เคารพนอบน้อม

ครูชี้ว่าสองวันนี้หนูยังไม่ได้แก้ไขตนเอง หนูมองย้อนเข้าไปข้างใน เพราะพยายาม “แก้ไขกับตนเอง”

แต่ก็ยอมรับเจ้าค่ะว่า ไม่ถึงใจเป็นเพียงสิ่งนอก ๆ แล้ว งานที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่องเป็นภาพสะท้อนกับหนูว่า “ยังแก้ไขไม่ได้”

กลับถึงบ้านรับแม่มาขอนแก่น ตลอดเส้นทางง่วงมากเจ้าค่ะครู ตั้งใจตั้งสติแต่มีอาการเหมือนหลับในกับตนเอง จอดนอนปั้มเป็นระยะและหาที่ส่ง mail ตอบครูว่า “ครูมีความชั่วอะไรทำไมเวลาหนูเข้าไปหาถึงได้กลัว”

ซึ่งคำตอบสร้างความสับสนในใจหนูเพราะ “หนูหาความชั่วในครู ไม่เจอเลยเจ้าค่ะ” ครูเปี่ยมไปด้วยความดีงามที่นำพาจิตใจผู้คน ทั้งประเทศ รวมถึงที่วัด ทุกคนที่อยู่รายรอบครู ก้าวพ้นจากความทุกข์ เติมความสุข คืนชีวิตชีวาให้ผู้คน เป็นกุศลที่ทำได้ยาก เพราะแม้จะเหนื่อยแต่ครูก็อดทนเพื่อคนหมู่มากอย่างไม่มีประมาณ

สิ่งที่เห็นในใจหนูอีกคือ “ความอิจฉา” หรือบางครั้งที่เข้าไปหาครู

ข้างในหนูจะเห็นแต่ข้อบกพร่องตนเองเต็มไปหมด พอเห็นแล้วก็รู้สึกกลัว เพราะมีความคิดว่า “พลาดแล้วจะต้องโดนดุ” ทั้งๆที่ครูเมตตาชี้ข้อบกพร่องให้แก้ไข มันเหมือนหนูเอาไฟร้อนๆไปจี้ครูทุกที

แต่หนูก็ทำได้เพียงอดทนเจ้าค่ะ อดทนกับจิตชั่วๆของตนเอง

ต้องฝึกหัดซ้ายหันขวาให้ได้ ตามที่ครูเมตตาสั่งสอน หลวงปู่ท่านเมตตาให้กำลังใจ

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ