แม่,วันแม่

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม เรามีโอกาสไปนอนกับแม่ เราก็คุยกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวในอดีต

 

แม่เล่าว่า....

ตอนแรกที่แม่แต่งงานกับพ่อ พ่อพาแม่ไปอยู่กรุงเทพ แถวคลองบางกอกน้อย พ่อไปทำงาน ส่วนแม่จะนั่งรถไฟไปหาซื้อของจากนครปฐม มาค้าขายในกรุงเทพฯ แม่เหนื่อยมาก จึงอธิษฐานขอพรจากพระว่า ขอให้ไม่ต้องทำงานหนักเช่นนี้

พอกลับมาถึงบ้าน

พ่อบอกว่า...ให้นำหลักฐานที่เรียนจบมาสมัครงาน จะได้เป็นครู แม่ก็ดีใจมาก จะได้เป็นครู แม่ไปสอนได้ไม่กี่เดือน แม่บอกว่า... เด็กกรุงเทพฯซนมาก พูดกู มึง แม่ทนไม่ได้ ขอลาออกจากครู

พ่อจึงไปฝากแม่เข้าทำงานกรมทางหลวง ทำหน้าที่ทำทะเบียนประวัติเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้ทำบัญชี เพราะแม่เก่งเลข หลังจากใช้ชีวิตในกรุงเทพนระยะหนึ่ง จึงขอย้ายกลับมาอยู่อำเภอบ้านไผ่ ทำงานแขวงการทางบ้านไผ่ ตั้งแต่ปี 2498 ทำงานจนเกษียนอายุ

แม่เล่าต่อว่า..

แม่มีลูก 9 คน ตอนนั้น แม่กับพ่อรับราชการ เงินเดือนนิดเดียว ต้องเลี้ยงลูกและให้เรียนหนังสือด้วย เงินเดือนส่วนหนึ่งก็นำมาสร้างบ้าน โชคดีที่มีคุณตา (พ่อของแม่)และคุณยาย คอยช่วยเหลือ  คุณยายให้เงินค่ากับข้าววันละ 2 บาท

สมัยนั้นข้าว ปลา อาหาร ผัก ผลไม้ ไม่ต้องซื้อ ทุกอย่างเราจะทำกินเองหมด

  • มีข้าวในนา มีปลาในน้ำ พวกเราต้องไปช่วยพ่อ แม่ทำนาด้วย
  • ผักก็ปลูกกินเอง  ข้างรั้วมีตำลึง ข้างครัว มีข่าตะไคร้ ใบมะกรูด มีหน่อไม้ทุกชนิด มีต้นมะพร้าวอีกด้วย ปลูกทุกอย่างที่กินได้ ปลูกต้น สาคู มันเทศ
  • ผลไม้ ก็ปลูก มีทุกอย่าง กล้วยน้ำว้า แตงโม มะม่วง ลำไย ขนุน ละมุด ฝรั่ง ลูกหว้า  
  • มีการเลี้ยง เป็ดและไก่ ไว้กินไข่

ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะรับราชการ..

แต่ก็ทำไร่นาสวนผสมด้วย แม่จะลงทำสวนตอนเช้าทุกวัน เพราะแม่ตื่นแต่เช้า จะปลูกผักและดายหญ้าในตอนเช้ามืด ก่อนไปทำงาน  เสาร์ อาทิตย์ เราจะชอบไปไร่นาสวนผสมของพ่อกับแม่ มีสระใหญ่เลี้ยงปลา เราเป็นเด็กเราก็ว่ายน้ำเล่นกันในสระ จนเราสามารถว่ายน้ำได้เองแบบธรรมชาติ

แม่บอกว่า ...

เงินส่วนใหญ่จะใช้ในการส่งลูกไปเรียนหนังสือ บางวันเงินไม่มี แม่ต้องตื่นแต่เช้าไปขายของ เช่น หน่อไม้ มะพร้าว หรือกล้วยน้ำว้า พอได้เงินมา ก็แบ่งให้ลูกไปโรงเรียนใช้ซื้อขนมกินบ้าง แต่อาหารกลางวัน พวกเราจะต้องห่อข้าวไปกินเอง

นอกจากนี้แม่จะจัดสรรที่ดินขาย เพื่อส่งลูกให้ได้เรียนหนังสือ แม่ขายที่ดินได้ ส่วนหนึ่งแบ่งมาเลี้ยงลูก ส่วนหนึ่งแบ่งไปซื้อที่ดินไว้ ทำให้แม่มีที่ดินมากมาย

สมัยนั้นเราจำได้ว่า...

ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้ซื้อเสื้อผ้าใส่ จะได้ตัดเสื้อปีละ 1ชุด แบบสวยๆ เพราะจะได้ใส่ไปวัดกับคุณตา หรือใส่ไปงานบุญประจำปี เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าที่ใส่ส่วนใหญ่ก็จะรับต่อจากพี่พี่ๆ 

 

แม่เล่าว่า..

ถ้าไม่ทำแบบนี้ลูกทั้ง 9 คงจะไม่ได้เรียนหนังสือ

เราจำได้ว่า..

ตอนเรียนหนังสือ เราได้รับทุนการศึกษามาตลอด เพราะแม่มีลูกหลายคน เราไม่เคยเรียนพิเศษ แม่กับพ่อจะสอนเอง แม่สอนเลขคณิต พ่อสอนวิชาศีลธรรม ภาษาอังกฤษ และความเป็นระเบียบวินัย

มาวันนี้...

แม่อายุ 85 ปี แม่ยังทำสวนได้สวยงาม ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ใด บ้านแม่จะสวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ อบอุ่นทุกครั้งที่ไปอยู่ด้วย

 

ยังมีสวนผัก ผลไม้ มะละกอ กล้วย อ้อย และแม่ยังตื่นแต่เช้าดายหญ้าทุกวัน

ถึงแม้จะเดินไม่ค่อยถนัดนัก เราก็คอยดูแล และช่วยจ้างคนมาช่วยทำด้วย แม่จะได้ไม่เหนื่อยมาก

สิ่งที่เราได้ทักษะะจากแม่คือ

  • ความมานะพยายาม 
  • ความขยันขันแข็ง
  • ความประหยัด
  • การเลี้ยงลูก
  • การใช้ชีวิต
  • หลักเศรษฐกิจพอเพียง
  • การวางแผนในการทำงาน

สิ่งที่เราจะต้องพัฒนา คือ

การดูแลสวน แม่มีที่ดินมากมาย แม่สามารถจัดการให้สะอาด สวนสวยงาม ยังมีผัก ผลไม้มากมายเช่นเดิม ไม่มีหญ้ารก

สวนกล้วยแม่ ในปัจจุบัน

ข่า ตะไคร้ และอื่นๆอีกมากมาย ภายในสวนของแม่

 

สวนของเรามีไม่มาก แต่ยังไม่สามารถดูแลให้สวยงามเหมือนสวนแม่ วันนี้สวนแก้ว มีต้นไม้ยังไม่มากนัก แตเราก็เตรียมไว้ในยามเกษียน

สวนแก้วยามเย็น

แก้ว..5/8/55