"วงของเราเริ่มจากปี ๒๕๕๐ โดยมีแค่ ระนาด ๑ ราง กับ ฉาบแตกๆ ๑ อัน เป็นวงที่ไม่มีใครสนใจไม่มีใครสนับสนุน " "ไม่ต้องหวังว่าจะไปประชันขันแข่งอะไรกับเขาหรอก เอาแค่ให้รู้ว่า เกิดมาชาติหนึ่งเป็นคนไทย เล่นดนตรีไทยเป็นก็พอ มันคือความภูมิใจ จะเก่งไม่เก่งช่างมัน ไม่มีใครว่าอะไรเราได้"

เพลงยังจำได้ดี............

           เช้าวันนั้น เช้าวันพฤหัสบดีที่อากาศสดใสเหมาะแก่การประกอบมงคลพิธี เพลงหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบันป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม สถาบันที่ผลิตบุคลากรทหารออกไปพัฒนาประเทศชาติแล้วกว่า ๕๐ รุ่น

"เพลง ทางนี้ๆ" เสียงเรียกดังมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพลงมองผ่านกลุ่มข้าราชการทหารที่ยืนอยู่ด้านข้างประตู เห็นนายทหารหนุ่มรูปร่างสันทัดขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้ามา หมวดภูษิต หรือที่เพลงเรียกอย่างคุ้นเคยว่าพี่อ้น นั่นเอง.......

"ยืนงงอะไรเพลง งานจะเริ่มแล้ว" เพลงเดินขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันใหญ่ของพี่อ้นอย่างทุลักทุเลเพราะขนาดของมันค่อนข้างสูงใหญ่ เพลงมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อมาร่วมเล่นดนตรีไทยประกอบพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ ตามจดหมายเชิญตัวที่ส่งไปที่สาขาวิชาดนตรีศึกษาเมื่อ ๒ อาทิตย์ก่อน 

              พี่อ้น หรือเรืออากาศโทภูษิต บุณยทรรพ เพลงรู้จักท่านเมื่อปีที่แล้วผ่านทาง www.Hi5.com เนื่องจากเราเป็นนักดนตรีไทยเหมือนกันจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่กันมาตลอด เพลงทราบว่า ท่านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมดนตรีไทยของโรงเรียน แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก

 

พิธีไหว้ครูประจำปีการศึก ๒๕๕๔ โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

             

           รถจักรยานยนต์คันใหญ่พาเพลงและเจ้าของมาถึงหอประชุม สถานที่ประกอบพิธีไหว้ครู นักเรียนช่างฝีมือทหารตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอผู้บังคับบัญชา ประธานในพิธี พี่อ้นพาเพลงเดินเข้าไปที่เวที น้องๆชมรมดนตรีไทยยกมือไหว้สวัสดีทักทายแบบฉบับมารยาทไทยพร้อมกับกล่าวคำทักทาย "พี่เพลง สวัสดีครับ" เพลงรับไหว้น้องๆ ยิ้มอย่างเขินๆ อันที่จริงเพลงก็เคยพูดคุยกับน้องๆบางคนผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่ยังไม่สนิทสนมมากนัก นายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเดินเข้ามาแล้วถามว่า "หนูใช่ไหม ที่ครูอ้นขอตัวมาช่วยเล่นดนตรี" เพลงเพียงแต่ยิ้มรับ แต่พี่อ้นเร็วกว่ารีบชิงตอบ "ใช่ครับ น้องผมครับ" แล้วยิ้ม

              พี่อ้น เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนช่างฝีมือทหาร ภาคปกติรุ่นที่ ๓๗ เข้ารับราชการทหารเมื่อใดเพลงไม่ทราบ แต่เริ่มจากการเป็นนายทหารชั้นประทวน แล้วพากเพียรเรียนต่อจนจบปริญาตรี สอบเทียบเลื่อนยศได้นายทหารชั้นสัญญาบัตร ขณะนี้จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  พี่อ้นเป็นนายทหารที่ไม่ถือตัว เป็นกันเองกับนักเรียน นักเรียนในชมรมนตรีไทยทุกคนจะเรียกว่าพี่อ้นจนเคยชิน

"พี่เรียนดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เรียนกับใครไม่รู้จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่าเขานามสกุลบัวทั่งอะ แม่อยากให้เรียน น้องชายพี่ ๒ คนก็เรียนหมด แต่พี่เล่นมาเรื่อยๆ นี่ก็ทำวงอยู่ที่โรงเรียน " พี่อ้นเล่าให้ฟังเมื่อเพลงถามถึงประวัติการเรียนดนตรี

 

เรืออากาศโทภูษิต บุณยทรรพ หรือหมวดอ้น หมวดหนุ่มผู้อุทิศแรงกายแรงใจเพื่อดนตรีไทย


"วงของเราเริ่มจากปี ๒๕๕๐ โดยมีแค่ ระนาด ๑ ราง กับ ฉาบแตกๆ ๑ อัน เป็นวงที่ไม่มีใครสนใจไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครสนับสนุน แต่มีคนจะให้เด็กเล่นดนตรีออกงานทำบุญปีใหม่ แต่ไม่มีเครื่องดนตรี เด็กรู้ว่าเราเล่นเป็นก็มาปรึกษาว่าจะทำยังไงดี เราก็ถามเด็กๆว่าอยากเล่นไหม เค้าก็บอกว่าอยากเล่น มีรุ่นน้อง (น้องตูน รุ่น ๑๖ )บอกว่าที่บ้านมีระนาดทุ้ม กับ ฆ้องวงใหญ่ ที่บ้านเรามีระนาด มีรุ่นน้อง (บาส ปกติ ๓๘ )มาช่วยไปเอากลองแขกมาจากนครชัยศรี ตอนนั้นเด็กๆในวงมีประมาณ ๙ คน รวมเราเป็น ๑๐ คน มีทั้งทีเล่นเป็นและไม่เป็นรวมกัน " นี่คือคำบอกเล่าของพี่อ้นเมื่อแรกเริ่มรู้จักกัน

                  แม้จะเป็นผู้หมวดหนุ่มที่มีอายุเพียง ๓๐ เศษ แต่ความรักที่มีให้กับดนตรีไทยอันเป็นสมบัติของชาตินั้นเหนือยิ่งสิ่งใดจะพรรณาได้  พี่อ้นเคยบอกกับเพลงว่า "สำหรับพี่ ครอบครัวมาอันดัน ๑ ดนตรีไทยอันดับ ๒ ฟุตบอลอันดับ ๓ น้องๆอันดับ ๔ ส่วนสุดท้ายอันดับที่ ๕ คือแฟน " จริงอย่างที่ท่านกล่าว เพราะจนถึงขณะนี้ เรืออากาศโทภูษิตก็ยังไม่มีครอบครัว  เมื่อเพลงเข้าไปช่วยพี่อ้นสอนในตอนเย็นๆ  สิ่งๆหนึ่งที่ีมักได้ยินพี่อ้นสอนน้องๆเสมอก็คือ "ไม่ต้องหวังว่าจะไปประชันขันแข่งอะไรกับเขาหรอก เอาแค่ให้รู้ว่า เกิดมาชาติหนึ่งเป็นคนไทย เล่นดนตรีไทยเป็นก็พอ มันคือความภูมิใจ จะเก่งไม่เก่งช่างมัน ไม่มีใครว่าอะไรเราได้"

           ผ่านมากว่า ๕ ปีที่เรืออากาศโทภูษิต บุณยทรรพ หรือพี่อ้นของน้องๆ ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจ ฝึกสอนดนตรีไทยให้กับเยาวชนผู้รักดนตรีไทยไม่ว่าจะเป็นนักเรียนช่างฝีมือทหารหรือน้องๆต่างสถาบัน ทุกๆเย็นพี่อ้นจะขึ้นมาเปิดห้องชมรมเพื่อซ้อมดนตรีไทยและสอนดนตรีไทยแก่นักเรียนในชมรมจนในขณะนี้ชมรมดนตรีไทยโรงเรียนช่างฝีมือทหารมีสมาชิกกว่า ๓๐ คน มีเครื่องดนตรีที่เพียงพอต่อความต้องการจากผู้สนับสนุนใจดี และสามารถบรรเลงตามงานต่างๆสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนแล้ว พี่อ้นยังช่วยฝึกสอนดนตรีไทยให้กับสถาบันต่างๆที่ขอความอนุเคราะห์มาอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยและสินจ้างรางวัล


เพลงปี่ บรรเลงปี่ในร่วมกับวงดนตรีไทย ชมรมดนตรีไทยโรงเรียนช่างฝีมือทหาร

 

            มีคนเคยถามเพลงว่า รู้สึกยังไงกับเด็กไทยสมัยนี้ที่ไม่ค่อยสนใจวัฒนธรรมไทย เพลงอยากจะบอกกับทุกคนเหลือเกินว่า เด็กที่สนใจในวัฒนธรรมไทยมีมากมาย คนที่ทำงานเพื่อสังคมในด้านนี้ก็มีมากมาย เช่นหมวดภูษิตหรือพี่อ้นเป็นต้น แต่สิ่งที่บั่นทอนกำลังใจของเขาเหล่านี้ ก็คือความไม่สนใจ ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรของผู้ใหญ่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพลงคิดว่า อย่างน้อย หากพวกเขาเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากสถานศึกษา หรือแม้เป็เนเพียงแค่คำชม การให้กำลังใจจากประชาชนคนไทย ขอแค่เพียงไม่ดูถูกดูหมิ่นพวกเขา พวกเขาก็มีกำลังใจที่จะธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยอันเป็นรากเหง้าของคนไทยเพื่อแสดงให้โลกรู้ว่า ไทยเรามีตัวตน ก็เพียงพอแล้ว

เพราะ

ดนตรีไทยเป็นเพื่อนยามสบาย   ดนตรีไทยเป็นสหายยามโศกศัลย์

ดนตรีไทยเป็นมิตรนิจนิรันดร์     ดนตรีไทยเป็นขวัญของแผ่นดิน

ด้วยรักยิ่ง

เพลงปี่