สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ปลูกไปเถอะ หว่านไปเถอะความดีงาม สักวันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง เมื่อฝนมา เมล็ดพันธ์แห่งความดีจะงอกอย่างงดงามและผู้บำเพ็ญความดีต้องมีความอดทนที่จะรอผลผลิตเหล่านั้น

                           ความดีงามเป็นเมล็ดพันธ์ของโอกาส เป็นคำที่เกิดขึ้นจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครอบครัวเข้มแข็งของจังหวัดพัทลุงเมื่อวันที่  7 - 8  กันยายน  2549  ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดพัทลุง โดยมีท่านอาจารย์สมคิด    ทองสง  ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรธรรมสถิตย์  เครือข่ายทีมงานเก่าแก่ร่วมสืบสานภูมิปัญญาของเราชาวพัทลุง เมื่อครั้งร่วมงานกันสมัยยกร่างแผน ฯ 9 ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี การเรียนรู้ในกลุ่มย่อย มีโจทย์คือ  ความคาดหวังหรืออุดมการณ์  ตัวตน   สิ่งที่ภูมิใจ  สิ่งที่คิดว่าไม่สมหวัง  และสิ่งที่เราจะทำต่อไป   กลุ่มผม  มีพี่ๆจากหน่วยงานสาธารณสุข  เครือข่ายองค์กรเอกชน คุณครู และมีพี่ติ่งคุณสุภาวดี  หาญเมธีจากสถาบันครอบครัวรักลูก และพี่บินหลาดง  นักจัดรายการชื่อดังของพัทลุงร่วมวงสนทนาด้วย เรียกได้ว่าค่อนข้างหลากหลายและครบทุกรส

                         เป็นปกติที่ผมต้องรับหน้าที่เป็นคุณลิขิต  เขียน mind map เต็มพรืดไปทั้งกระดาษ แลกเปลี่ยนกันเยอะมาก สนุก พูดกันเชิงบวกแล้วมันมีพลัง พลังที่จะทำให้ผู้อื่นมีความสุข ยอดเยี่ยมจริงๆ

                          พี่บินหลาดง  ได้เล่าเรื่องหนึ่งว่าท่านได้ปลูกมะละกอไว้ในสวน โดยไม่ได้สนใจ ไม่ได้ดูและอะไรมันเลย  หญ้าก็ไม่ถากไม่ตัด ปุ๋ยไม่ใส่  ปล่อยให้หญ้าคา วัชพืชขึ้นรกเต็มไปหมดได้กินผลมันบ้างไม่ได้กินบ้าง  มะละกอที่ปลูกไว้พอหมดอายุก็ทะยอยตายจนหมด แต่สิ่งที่พี่บินหลาดงต้องแปลกใจก็คือ ไม่นานเมื่อฝนลงมะละกอต้นใหม่ๆก็เริ่มงอกแหวกหญ้าขึ้นมาเต็มไปทั้งบริเวณ  สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ  ปลูกไปเถอะ  หว่านไปเถอะความดีงาม สักวันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง เมื่อฝนมา เมล็ดพันธ์แห่งความดีจะงอกอย่างงดงามและผู้บำเพ็ญความดีต้องมีความอดทนที่จะรอผลผลิตเหล่านั้นผมนั่งฟังอย่างตั้งใจตามประสาคุณลิขิต แล้วก็พูดแซวพี่เขาไปว่า  คิดได้ยังไง แจ่มจังเลย! และขออนุญาตเติมเต็มแนวคิดการปลูกมะละกอ  ขอร้อยเรียงคำใหม่ว่า  ความดีงามเป็นเมล็ดพันธ์ของโอกาส