ลูกชาย : ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดแบบไหนถ้าหากว่าผู้นำหรือผู้ที่มีอำนาจเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องแล้วท้ายที่สุดก็จะถูกโค่นล้มโดยมวลชน เอ่อที่ตอนนั้นพ่อบอกว่าจากพันธมิตรของหมู่บ้านอินทรีแล้วกลายมาเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้ายศัตรูหมายเลขหนึ่งได้อย่างไรครับ?
พ่อดี : หลังจากที่หมู่บ้านหมีขาวได้ออกจากแถบตะวันออกกลางแล้ว ปรากฏว่าหมู่บ้านอินทรีก็ยังคงอยู่ในตะวันออกกลาง โดยอ้างความชอบธรรมว่า เพื่อรักษาความสงบของภูมิภาคนี้
ลูกชาย: พ่อหมายถึงทำตัวเป็นตำรวจสากล งั้นรึครับ?
พ่อดี: ใช่แล้วลูก จำที่พ่อพูดถึงพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือหมู่บ้านอินทรีขจัดหมู่บ้านหมีขาวออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางได้หรือเปล่า
ลูกชาย : อ๋อ หัวหน้าขบวนการก่อการร้าย (บินลาเดน) กับผู้นำของหมู่บ้านอิรัก (ฮุสเซน)
ลูกชายพยักหน้าก่อนถามต่อ “ว่าแต่จากพันธมิตรกลายเป็นศัตรูได้อย่างไรครับ?”
พ่อดี : เป็นที่รู้กันว่าผู้นำหมู่บ้านอิรัก (ฮุสเซน) กับหัวหน้าขบวนการก่อการร้าย (บินลาเดน) มีเส้นทางเดินที่ไม่แตกต่างกันนัก โดยที่ผู้นำของหมู่บ้านอิรักก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ก็เพราะความช่วยเหลือของหมู่บ้านอินทรีเพื่อใช้ให้เป็นตัวแทนต่อสู้กับหมู่บ้านหมีขาวซึ่งขณะนั้นถือหางหมู่บ้านอิหร่าน ที่สุดหมู่บ้านอิรักกับหมู่บ้านอิหร่านก็เปิดสงครามกันกินเวลานานนับ ๘ ปี เป็นไปตามความต้องการของมหาอำนาจสองหมู่บ้านขณะนั้น
พ่อดีหยุดเว้นระยะก่อนเล่าต่อ...
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้หมู่บ้านอิรักต้องทำสงครามกับหมู่บ้านอิหร่านก็มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งกันเองในภูมิภาคอย่างที่พ่อเคยบอกไว้ด้วย เริ่มแรกนั้นก็เป็นเรื่องของความขัดแย้งทางศาสนา เนื่องจากช่วงที่ผู้นำอิรัก (ฮุสเซน) ขึ้นครองอำนาจในปี ค.ศ. ๑๙๗๙ นั้นเป็นเดียวกับที่หมู่บ้านอิหร่านดำเนินการ “ปฏิวัติอิสลาม” พอดี ตอนนั้นกระแสของศาสนาอิสลามนิกาย ชีอะห์ ภายใต้การนำของผู้นำหมู่บ้านอิหร่าน (อยาตอลเลาะห์ โคไมนี) มาแรงมาก หมู่บ้านอิรักจึงเป็นเดือดเป็นร้อนอย่างมาก เพราะผู้นำหมู่บ้านอิหร่านมีแผนจะส่งผ่านแนวความคิดไปยังหมู่บ้านมุสลิมอื่น ๆ รวมทั้งหมู่บ้านอิรักด้วย ชนชั้นปกครองของหมู่บ้านอิรักที่นับถือศาสนาอิสลามนิกาย ซุนนีย์ เลยยอมไม่ได้ประกอบกับช่วงนั้นทั้งสองหมู่บ้านมีความขัดแย้งด้านพรมแดนกันอยู่แล้ว ซึ่งก็ไปเข้าทางของสองมหาอำนาจหมู่บ้านอินทรีกับหมู่บ้านหมีขาวพอดีสงครามจึงก่อเกิดขึ้น
พ่อดีหยุดเว้นระยะอีกครั้ง...
ซึ่งผลแห่งสงครามอันยาวนานครั้งนั้นทำให้มีผู้คนล้มตายไปจำนวนมาก ในที่สุดทั้งสองหมู่บ้านก็เริ่มรู้ว่าถูกหมู่บ้านมหาอำนาจทั้งสองหลอกใช้ สงครามจึงยุติ เมื่อหมู่บ้านอิรักหมดประโยชน์ก็ถูกทอดทิ้งจากหมู่บ้านอินทรีอย่างไม่ใยดีสร้างความเจ็บปวดและเกิดความบาดหมางกันมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เมื่อผู้นำหมู่บ้านอิรักพลาดที่บุกยึดหมู่บ้านคูเวต (มีเรื่องเล่าว่าก่อนการโจมตีหมู่บ้านคูเวตของหมู่บ้านอิรัก มีข่าวว่ามีการแจ้งกับทูตหมู่บ้านอินทรีประจำหมู่บ้านอิรักแล้ว แต่ก็แกล้งไม่สนใจในตอนแรกเพราะหมู่บ้านอินทรีต้องการใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเข้าไปตั้งฐานทัพในหมู่บ้านคูเวตและหมู่บ้านซาอุดิอาระเบีย มิหนำซ้ำสองหมู่บ้านนี้ยังต้องจ่ายเงินเลี้ยงกองทัพของหมู่บ้านอินทรีอีก) จึงเท่ากับเป็นการเปิดทางให้ผู้นำหมู่บ้านอินทรี (บุช) เล่นบทตำรวจสากลโดยอ้างความชอบธรรมจัดการมิตรเก่าในปฏิบัติการ “พายุทะเลทราย” หรือสงครามอ่าวเปอร์เซีย และมาโค่นล้มผู้นำหมู่บ้านอิรักสำเร็จในยุคของผู้นำหมู่บ้านอินทรี (ดับเบิลยู บุช) นี่เอง
ลูกชายตั้งใจฟังที่พ่อดีเล่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก่อนพูดขึ้น
ลูกชาย : เปรียบเสมือนเป็นการส่งไม้ต่อจากยุคพ่อสู่ยุคของลูกเลยนะครับ แล้วกรณีของหัวหน้าขบวนการก่อการร้าย (บินลาเดน) มีความขัดแย้งกันอย่างไรครับ?
พ่อดี : หัวหน้าขบวนการก่อการร้าย (บินลาเดน) ได้รับการสนับสนุนจากหมู่บ้านอินทรีให้ปฏิบัติการในหมู่บ้านอัฟกานิสถานในช่วงที่ถูกหมู่บ้านหมีขาวรุกราน แต่ต่อมาเมื่อรู้ว่าถูกหลอกใช้ จึงเดินทางกลับหมู่บ้านซาอุดิอาระเบีย (บ้านเกิด) เพื่อทำธุรกิจของตระกูลซึ่งอยู่ในขั้นมหาเศรษฐี ครั้นเมื่อรัฐบาลหมู่บ้านซาอุดิอาระเบียอนุญาตให้หมู่บ้านอินทรีมาตั้งฐานทัพในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เขาไม่พอใจและต่อต้าน หมู่บ้านอินทรีจึงกดดันให้รัฐบาลของหมู่บ้านซาอุดิอาระเบียเนรเทศเขาออกนอกหมู่บ้าน เขาจึงหอบเงินไปช่วยตาลีบันรบจนสามารถยึดครองหมู่บ้านอัฟกานิสถานได้ แล้วก็ใช้หมู่บ้านนี้เป็นฐานปฏิบัติการเล่นงานผลประโยชน์ที่เป็นของหมู่บ้านอินทรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ลูกชายพยักหน้าเข้าใจในภาพจิกซอร์ต่าง ๆ ที่เริ่มปรากฏเคล้าราง ๆ ขึ้นมา
ลูกชาย: แล้วที่มีคนกล่าวว่าหมู่บ้านยิวเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหาแถบนี้ไม่สงบ ความจริงเป็นมายังไงครับ?
พ่อดี : ความจริงพื้นที่ ๆ มีปัญหากันระหว่างหมู่บ้านยิวกับหมู่บ้านปาเลสไตน์นั้น ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยก่อนนานมาแล้ว พื้นที่ตรงนี้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้ามาครอบครองหลายอาณาจักร ก็จะมีการล่าอาณานิคมกันไปมาแล้วแต่ว่าช่วงไหนฝ่ายใดจะมีอำนาจมากกว่าระหว่างอาหรับ และโรมัน จนมาถึงเมื่อสิ้นความยิ่งใหญ่ของสองอาณาจักรนี้แล้วกลุ่ม ไซออนนิสม์ หรือว่ายิวในปัจจุบันก็เข้ามาจับจองพื้นที่ตรงนี้
ลูกชาย: ทำไมเรียกว่าไซออนนิสม์ครับ? ลูกชายถามด้วยความสนใจ
พ่อดี : ไซออนเป็นชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเยรูซาเรมโบราณ ชาวยิวเชื่อว่าศาสดาเดวิดได้สร้างสักการสถานหลังหนึ่งไว้บนนั้น จึงถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชาวยิวจึงนำมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งหมายของตนจึงกลายเป็นลัทธิไซออนนิสม์
ลูกชายทำหน้าสงสัยอย่างมาก พร้อมอุทานมาเบาๆ “ ลัทธิไซออนนิสม์”
พ่อดี: ไซออนนิสม์ก็คือ ขบวนการต่อสู้ ผลักดันในทุกวิถีทางเพื่อที่จะจัดตั้งที่อยู่ในปาเลสไตน์ให้แก่ชาวยิวที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค
ลูกชาย: แล้วพวกยิว อาหรับ และชาวคริสต์ เขานับถือพระเจ้าเหมือนกันไหมครับ? ลูกชายถามด้วยความสงสัย
พ่อดี : ชาวยิว อาหรับ และชาวคริสต์ เป็นกลุ่มที่นับถือในพระเจ้าองค์เดียวกัน แต่ชื่อเรียกอาจจะต่างกัน หรือวิธีการตีความคัมภีร์อาจจะแตกต่างกัน ชาวมุสลิมเชื่อในคัมภีร์ไบเบิลทั้งเก่าและใหม่ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคัมภีร์ที่ไม่มีการสังคายนารวมทั้งเชื่อในคัมถีร์ของชาวยิวด้วย โดยมีคัมภีร์สุดท้ายคือ คัมภีร์อัลกุรอาน และบรรดาศาสดาของชาวคริสต์ ชาวยิว จึงเป็นศาสดาของชาวมุสลิมด้วย
ลูกชาย : แล้วตกลงดินแดนแห่งนี้เป็นของใครกันแน่ระหว่างชาวยิว กับชาวปาเลสไตน์ครับ
พ่อดี: ปัญหาของชาวยิว และอาหรับเริ่มต้นเมื่อยุคใหม่นี่เอง อาจจะตั้งแต่มีการตั้งขบวนการไซออนนิสม์ขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่ผลัดกันอยู่ โดยที่ชาวยิวอยู่เมื่อหลายพันปีก่อน แต่หลายปีก่อนหน้านั้นชาวโรมันปกครองมาก่อน และหลังจากนั้นก็พ่ายแพ้ให้แก่ชาวอาหรับ ก็เลยมีปัญหากับชาวยิว ขับไล่ชาวยิวกระจัดกระจายออกไปอยู่ในที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในแถบตะวันตก
ลูกชาย: เขาว่ากันว่าชาวยิวเป็นพวกที่ฉลาดใช่ไหมครับ?
พ่อดี: ชาวยิวเป็นหมู่บ้านที่ขยันขันแข็ง เฉลียวฉลาด โดยเฉพาะในแวดวงการเงิน แต่มักจะไม่คบหารวมกลุ่มกัน ไม่ค่อยสมาคมกับกลุ่มอื่น จึงทำให้มีปัญหากับคนท้องถิ่นอยู่เสมอ โดยการเข้าไปครอบครองกิจการของหมู่บ้านอื่น และมักถูกมองว่าเอารัดเอาเปรียบ โดยหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เช่น หมู่บ้านอินทรี หมู่บ้านสิงโต และหมู่บ้านเบียร์ ประกอบกับการที่ผู้นำหมู่บ้านเบียร์ (ฮิตเลอร์) ในตอนนั้นได้สังหารชาวยิวเป็นจำนวนหลายล้านคน (กล่าวกันว่าถูกเอาเข้าห้องก๊าซพิษตายถึง ๖ ล้านคน) ในช่วงสงครามมหาหมู่บ้านครั้งที่สอง ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและความสงสารชาวยิวให้กับคนทุกหมู่บ้าน เลยมีความคิดขึ้นมาว่าจะต้องนำชาวยิวที่กระจัดกระจายกันไปไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ลูกชาย: ก็คือที่ปาเลสไตน์... งั้นรึครับเหรอครับ? ถามด้วยความกระตือรือร้น
พ่อดียิ้มก่อนพยักหน้า
พ่อดี: ใช่ลูก องค์การสหประชาหมู่บ้านก็เลือกไว้หลายที่ทั้ง แถบหมู่บ้านแอฟริกา หมู่บ้านทางตะวันออก รวมถึงหมู่บ้านแถบทางตอนใต้ของหมู่บ้านอินทรี (ละติน) แต่ก็ไม่เป็นที่เห็นด้วยของชาวยิวในตะวันตก ในที่สุดก็เป็นที่ปาเลสไตน์ซึ่งตรงกับที่ ธีโอดอร์ เฮอร์ซัล (Theodor Herzl) ที่เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Jewish State (Der Judenstaat) ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตั้งรัฐยิว ตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๘๖ ซึ่งเขียนบอกไว้ว่า ชาวยิวจะต้องกลับไปถิ่นเดิมที่เดอะ โพรมิส แลนด์ (The Promise Land) และที่สำคัญยังไปสอดคล้องกับเหตุผลอ้างอิงของคัมภีร์ไบเบิลที่ระบุไว้ถึง เดอะ โพรมิส แลนด์ หรือดินแดนแห่งพันธสัญญาพูดถึงที่โอเนีย ซัมมาเรีย ซึ่งก็คือเวสต์แบงก์ หรือกาซา นั่นเอง ว่าเป็นดินแดนที่ชาวยิวเข้าไปอยู่
ลูกชาย: แล้วมีเหตุผลด้านอื่น ๆ อีกหรือเปล่าครับ?
พ่อดี : ลึก ๆ แล้วเชื่อกันว่าความต้องการให้ชาวยิวไปอยู่ที่นั่น ก็เพื่อเป็นเสมือนกันชนไม่ให้ชาวอาหรับลุกฮือ ซึ่งก็เข้าทางผลประโยชน์ของหมู่บ้านอินทรี และหมู่บ้านสิงโต และที่สำคัญยังเป็นการเอาชาวยิวออกจากหมู่บ้านของตนเองด้วย เนื่องจากมีปัญหาเหมือนกันทุกหมู่บ้านที่มีชาวยิวอยู่ แต่สิ่งที่อยุติธรรมที่สุด!!! คือ ไม่มีการถามชาวอาหรับเลย
***************************************************************************
....สงครามเย็น สงครามล้างเผ่าพันธุ์ สงครามการแก่งแย่งทรัพยากรของโลก....อืมม์..ล้วนแล้วแต่สงคราม.ที่มนุษยชาติเผชิญกันมา ...ต่อไปจะเป็นสงครามอะไรอีก ??? ..หากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ....หรือ การไม่เคารพให้เกียรติกัน..ดั่งที่พ่อกล่าวไว้ข้างต้น "ความอยุติธรรมที่สุด!!! คือ ไม่มีการถามชาวอาหรับเลย" กรณี ...เวสต์แบงก์ หรือกาซา ..ที่เค้าเรียกกันว่า "ฉนวนกาซ่า" คงจะเป็นฉนวน กันร้อน กันหนาว.กันไฟ ?? ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คุ โชนอยู่ :-((
ผลกระทบการดำเนินชีวิตในแต่ละหมู่บ้าน เข้ามาแทรกแซงในวงการกีฬาอย่างโอลิมปิค บ้างไหม๊น๊า..เผื่อพ่อสนทนากับลูกอีกเมื่อไหร่จะเข้ามาฟังด้วย :-))