การจัดการ “ความไม่รู้”
วันนี้ไทยเราเดินตามฝรั่งอีกแล้วในเรื่องของ “ความรู้” โดยขณะนี้กำลังเห่อ “การจัดการความรู้” กันมาก ในนามฝาหรั่งว่า เคเอ็ม อีกต่างหาก (ทำไมไม่ย่อว่า “กคร.”)
สำหรับผมเห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นระบบธรรมชาติพื้นๆอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องมาสนใจเป็นพิเศษแต่อย่างใด เพราะเรื่องความรู้นี้มันฝังอยู่ในระบบวิวัฒนาการทางชีววิทยาเพื่อความอยู่รอดอยู่แล้วโดยปริยาย เช่น หมามันก็รู้ว่าต้องประจบ (ทำที่ว่า)ซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ (man’s best friends) เพื่อให้ได้อาหารกินจากมือของคนที่เลี้ยงมัน (แต่บางครั้งมันก็ bite the hands that feed them เป็นธรรมชาติของมัน)
ผมเห็นว่าที่สำคัญกว่านั้นคือ “การจัดความไม่รู้” ต่างหาก เพราะความไม่รู้มักนำสู่ความเลวร้ายได้มากมหาศาลกว่า “ความรู้” เสียอีก โดยเฉพาะความไม่รู้ของคนหมู่มากหลากสีเสื้อ
แม้คุณมีความรู้มากมายหลายเล่มเกวียน (ที่อาจเป็นความรู้ที่ผิดด้วยซ้ำไป) คุณก็จัดการไปสิ แต่คนส่วนใหญ่มันไม่รับรู้ด้วย มันจะ เชื่อ เคารพบูชา แต่ในสิ่งที่มันยึดเหนี่ยวอยู่ในจิตใจดั้งเดิมอยู่นั่นแหละ
ต่อให้คุณจัดการความรู้เหนื่อยยากอย่างไร มันก็คงไม่มีผล มีนัยสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกไปในทางดีขึ้นได้หรอก เพราะเขาไม่ฟังคุณ แม้เขาฟังคุณก็ยิ่งอาจเลวร้ายลงไปกว่าเดิมเสียอีก เพราะคุณนั่นแหละ ที่เป็นต้นตอความรู้ที่ผิดมาแต่แรก
“ความไม่รู้” ในวันนี้ (พศ. ๒๕๕๕) มันสะสมมามากหลาย ยาวนานปี โดยเฉพาะนับแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรมโดยเจมส์ วัตต์ ที่คิดค้นกลไกโยกหมุนได้ (คิดได้หลังบรรพชนไทยเสียอีก แต่กลับได้รับเครดิทว่าเป็นคนต้นคิด นี่แสดงว่า “ไม่รู้จริง”)
การเผยแพร่ความรู้ เป็นสิ่งที่ดี ถ้ามันเป็นความรู้ที่ “ถูกต้อง” แต่ถ้ามันเป็นความรู้ที่”ผิด”ล่ะ
แล้วเราจะเอา “อะไร” มาตัดสินว่าความรู้ใดผิด ความรู้ใดถูก ที่สมควรได้รับการเพยแพร่
ถ้าเราเอาโจร (โดยเฉพาะโจรที่ฉลาดมาก) มาเป็นประธานคณะกรรมการตัดสินความถูกผิดของความรู้ โจรมันจะเอาคำสอนของศาสดาทั้งหลายมาเผยแพร่เพื่อ “จัดการ” ความรู้ไหม เช่น ห้ามปล้น ฆ่า ห้ามโกงตรงและอ้อม (เชิงนโยบาย)
สรุปคือ เราต้อง จัดการ ระบบคัดสรรคนที่จะมาวางระบบ การจัดการความรู้ เสียก่อน ไม่งั้น lost ship for sure (ship หาย แน่ๆ )
...คนถางทาง (๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕)
เดี๋ยวมาอ่านนะ สายแล้วเดี๋ยวทำงานไม่ทัน
.." เราต้อง จัดการ ระบบคัดสรรคนที่จะมาวางระบบ การจัดการความรู้ เสียก่อน ไม่งั้น lost ship for sure (ship หาย แน่ๆ )"... & chip หาย... ด้วยไหม๊ค่ะ?? gambling เล็กน้อย ก่อนวันหวยออก.:-))
ผมว่าที่จริงแล้ว "การจัดการความรู้" คือ "การจัดการความไม่รู้" นะครับ เพียงแต่ใช้คำด้านบวกเท่านั้นเองครับ
ถ้าความรู้มีการจัดการอยู่แล้วอย่างเป็นธรรมชาติก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะยิ่งทำก็จะยิ่งเละ เหมือนป่าที่อุดมสมบูรณ์ก็ไม่ต้องไปจัดการระบบนิเวศน์ เพราะถ้าเข้าไปทำก็มีแต่เสีย แต่ปัญหาก็คือความไม่รู้นี่ละครับ เลยทำให้ต้องมีการจัดการครับ