โอลิมปิกส์เกมส์ปีนี้ (คศ. ๒๐๑๒) ข้าฯได้คาดเดาไว้แล้วล่วงหน้า และก็สมจริงดังเดา กล่าวคือ ประเทศไทยเรา แม้มีนักกีฬาผ่านรอบคัดเลือกเข้าแข่งขันถึง ๓๗ คน ในหลายชนิดกีฬา (ลู่ลาน เรือพาย ว่ายน้ำ แบดฯ มวย เทควันโด ยิงปืน ยกนน. )
....ถ้าถามว่ายังมีกีฬาอื่นอีกไหมที่นักกีฬาไทยเข้ารอบ ถ้ามี มีอะไรบ้าง นักกีฬาชื่ออะไร รับรองว่ามีไม่เกิน ๑๐ คนใน ๖๕ ล้านคนจะตอบได้ถูก
เราเป็นประเทศเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่เห็นความสำคัญของกีฬา จนขนาดเจียดงบฯมาตั้งกระทรวงกีฬาได้ แต่คนสนใจกีฬาน้อยมากๆ ยกเว้นคนที่สนใจตำแหน่งบริหารการกีฬา มีมาก ล้นประเทศ
รัฐบาลชุดนี้ (รวมทั้งทุกชุดที่ผ่านมา) ไม่เคยมองเห็นความสำคัญของการกีฬาเกินไปกว่าความสนุก มันส์ และการทำกำไร ทั้งกำไรทางการเมืองและการธุรกิจการเมือง .....ที่ผ่านมา ไม่ว่าซี เอเชียน หรือ โอลิมปิกส์ เกมส์ รัฐมารทุ่มงบไปมากหลายในการสร้างตึก อาคารฝึกซ้อม การส่งแข่งขันทั่วโลก แต่ไม่เคยสนับสนุนการทำข่าวเชิงลึกให้ปัญญาแก่ประชาชนว่าทำไปทำไม ใครได้ใครเสียอย่างไร
สุดท้ายก็มาติดกับดักทุนนิยม คือ “การอัดฉีด” เงินให้นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัล เรียกว่าทุนนิยมสุดขั้ว (ระยะสั้น) นอกจากนี้ในระยะยาวยังแถมยศทหาร เรือตรี ร้อยตรี ร้อยตำรวจตรี เรืออากาศตรี ให้อีกด้วย (อำมาตย์สุดขั้ว) พวกบริษัทเอกชนก็ไม่วายแถมการอัดฉีดเพิ่ม เพื่อหวังเกาะกระแสกีฬาเพื่อโฆษณาสินค้า ทั้งที่ควรอัดฉีดปัญญาจะดีกว่าไหม เช่น ทุนเรียนปริญญาตรี โท เอก ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การฝึกสอนกีฬา การวิจัยด้านการกีฬา ที่ไม่ให้เป็นตัวเงินโดยตรง แต่ให้โอกาสทางการศึกษาแทน
(แบบว่า อย่าแจกปลา แต่แจกวิธีการตกปลาแทน แ่ต่ที่ดีกว่าคือแจกความรู้พื้นฐานในการตกปลา และโอกาสในการเรียนรู้เพื่อมาสอนคนตกปลา)
ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้การกีฬาเพื่อพัฒนาสังคมแบบลึกๆ เราคิดกันไม่เคยออก ทั้งที่ถ้าบริหารจัดการให้ดี จะเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุดเพื่อเสริมสร้างจุดยึดเหนี่ยวร่วมของสังคม เพราะไม่ว่าเสื้อเหลืองเสื้อแดงเสื้อม่วงชมพูน้ำเงินขาวเทาดำ หรือพวกแก้ผ้าก็ตามที ต่างก็เชียร์ทีมไทยที่แข่งกับต่างชาติทั้งสิ้น
ในวงการกีฬาไทยเรา ก็เหมือนกับวงการอื่น ที่ “เส้นสาย” สามารถนำพาให้รุ่งเรืองได้ ที่คนไม่ค่อยเก่งไม่ค่อยดีก็สามารถเป็น “ตัวแทนชาติ” ได้ .... ถ้า ”ปฏิวัติ” วางกติกาให้ดี ให้ระบบเส้นสายหายไป หันมาเน้นความสามารถเดิมแท้ของนักกีฬา (และการเมือง วิชาการ) ชาติไทยเราคงไปโรจน์แน่ เพราะเรามีคุณภาพสมองเดิมแท้ไม่ด้อยไปกว่าใครในโลกนี้อยู่แล้ว
(ไม่เชื่อมาพิสูจน์กันได้ที่ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีไทยโบราณ ที่ข้าฯได้จัดแสดงไว้ให้เห็นในคุณภาพสมองของบรรพชนไทยอย่างหลากหลาย)
...คนถางทาง (๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕)
ให้ดอกไม้ไว้ก่อนเดี๋ยวมาอ่านสายแล้ว