ประมาณ ๖ โมงเย็น ผมปั่นจักรยานออกจากที่ทำงาน สุดท้ายไปกลับมาแวะที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดนี้เฉพาะเสาร์อาทิตย์จะมีคนเยอะมาก มีของขายเยอะ หลัีงจากท้องร้องเกินควรเพราะร่างกายเคลื่อนไหวและสมองเดินทางตลอดทั้งวันตั้งแต่ ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น.

   เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ผมใส่เหยื่อให้ท้อง แต่จะปล่อยไว้ไม่ได้เมื่อท้องตึง จึงเดินดูโน้นนี่ ตาไปสะดุดเข้ากับแผงไฟวิ่งเป็นรูปต่างๆเหมาะกับวัยรุ่น โดยวัยรุ่นตลอดถึงไม่รุ่นก็กำลังมุงดูกันอยู่ ผมคิดว่าเป็นสินค้าใหม่แน่ๆ เพราะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมเริ่มอยากได้ ผมรู้ทันทีความอยากได้เป็นกิเลสชนิดหนึ่ง ราคา ๒๐๐ บาท เอามือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงก็ยังพอจะซื้อได้อยู่ 

   คิดถึงเนื้อหาทางจิตวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับ"ตน" ลักษณะ ๓ แบบของคนคือ แบบพ่อแม่ แบบผู้ใหญ่ และแบบเด็ก ตอนนี้ผมกำลังเป็นแบบเด็ก คือ อยากได้ของเล่น แต่ผมก็กำลังใช้เหตุผลบางประการแบบผู้ใหญ่เพื่อจะหาว่ามันมีประโยชน์อะไร นอกจากสนองความอยากได้ อยากมี และความพึงพอใจ  ซึ่งคือกิเลสที่เรียกว่า"ตัณหา" 

  เห็นสังเกตว่า ไฟนี้จะสวยเมื่ออยู่ที่มืด ลักษณะคือเป็นแผงไฟ เหนือแผงไฟเป็นรูปต่างๆตามจินตนาการ ผมชอบแผงที่เขียนว่า MUSIC มาก ไฟจะขยับขึ้นเมื่อมีเสียง เช่นเสียงที่คนขายกำลังเปิดเพลงดัง มันจะขยับขึ้นลงตามเสียงเพลงคล้ายเป็น EQ ปรับแต่งเสียง ผมยืนดูอยู่นาน แต่แล้วผมก็ผละจากแผงวางพื้น เดินดูโน่นนี่ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นผมรู้ว่าใจผมไปเกาะเกี่ยวกับอยู่กับแผงไฟนั้น ดูมันกระวนกระวาย มันอยากได้ รอบแรกเวียนมาที่เดิม ก็ยังอยากได้อยู่ แผงที่ผมต้องการยังไม่มีใครซื้อ ที่เขาไม่ซื้อเพราะว่าเป็นอันเดียวที่มีรอยใช้แล้วคือติดกาวและคนขายก็บอกว่าเคยใช้แล้ว สำหรับผมของใช้แล้วอาจไม่ใช่ปัญหา เพราะพุทธองค์สอนให้เราใช้แต่ของใช้แล้ว แม้จะไม่สอนหากของที่ใช้แล้วยังใช้การได้ ก็น่าจะใช้ไปจนกว่าจะใช้การไม่ได้ ยกเว้นบางเรื่องที่เราต้องใช้ของใหม่ ผมผละออกจากนั้นอีกครั้งหนึ่ง เดินไปเรื่อยๆ ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้น"ดูใจเราสิ ดิ้นรน กลิ้งเกลือก" ผมหัวเราะให้กับความอยาก แล้วผมก็ยิ้มในใจ (อาจเป็นคนบ้าไปแล้ว) ก่อนนั้นมีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นคือ เมื่อซื้อไปแล้วมันก็เก่า ต่อมาถ่านหมด เราก็ต้องซื้อถ่านใหม่ วงจรไฟฟ้าก็ค่อยๆเสื่อมไปตามกาลเวลา สุดท้ายเมื่ออยู่ เห็น รับรู้ มันจนเคยชิน ความตื่นเต้นอยากได้ก็หมดไป สิ่งของก็เสื่อมสลายและสิ้นสภาพ แต่ความคิดแบบนี้ระดับได้เพียงระดับหนึ่ง แตกต่างจากผลที่ได้รับคือหัวเราะให้กับความอยาก จึงได้ข้อสรุปว่า ธรรมชาติของใจนั้นตลกดีแฮะ

   ซื้อน่ะซื้อได้ แต่ต้องซื้อด้วยความไม่ใช่อยากได้จนเกินไป ไฟที่ขึ้นลงตามจังหวะเพลงก็เหมือนกับจิตใจที่ขึ้นลงตามอำนาจของกิเลสแหละ