เราจะอยู่กันฉันพี่น้อง จะประคองกันไปให้ถึงฝัน

            ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมขับเคลื่อนประเด็นเรื่อง ทะเลสาบสงขลามาหลายปี ทั้งเป็นผู้เข้าร่วมประชุมเวที บางเวทีเป็นคณะทำงานจัดการเวที แผนแม่บทลุ่มน้ำทะเลสาบที่ 3 สภาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฎ สงลา จับมือร่วมกันเก็บข้อมูล สามจังหวัด    สงขลา  พัทลุง นครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ เขา ป่า นา เล เมื่อปี 2548 เพื่อรวบรวมจัดทำแผนพัฒนาทะเลสาบ 

 

 

         มีข้อเสนอแนะให้การศึกษาทะเลสาบ หลายประเด็น ในเรื่องของการจัดการองค์กร มีการเสนอให้มีสถาบันการศึกษาเรื่องลุ่มน้ำทะเลสาบก็หลายเวที ผลสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ "สภาทะเลสาบสงขลา"

 

รศ.ดร.ฉัตรไชย รัตนไชย

     เมื่อมาเป็นสภาทะเลสาบแล้ว  ผู้เขียนก็ไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมเรื่องทะเลสาบเป็นเวลาเกือบ 2 ปี  แล้วอยู่ๆก็มีหนังสือด่วนที่สุด จากคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เชิญเข้าร่วมประชุม กลุ่มย่อย " เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับตัว เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ  และพื้นที่แหล่งน้ำ  ปากแม่น้ำ ชวากทะเล* และการทำประมงในทะเลสาบสงขลา " ที่ สสว 12 (สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ )เพี่ยงอ่านชื่อก็มึนตึบเหมือนไก่ตาแตก เพราะห่างหายเวทีนี้ไปนาน

 

     เมื่อเชิญมาก็ไปให้ คงได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย เมื่อไปถึงที่ประชุมก็ใจชื่น เพราะมีนักเคลื่อนไหวในเรื่องทะเลสาบด้วย  กันมาหลายคน ถูกเชิญให้เข้าร่วมเวทีนี้ ที่คุ้นหน้าจำชื่อได้ในภาคประชาชน ก็มีอดีต

กำนันตำบลเกาะยอ

บังหมัด เขาแดง(นายสมัคร พิทักษ์นิติธรรม )

โก้ฉ้อง(นิทัศน์ แก้วศรี )

น้อง จำรัส จากมูลนิธิรักษ์ทะเลไทย

สองหนุ่มจากเขาชัยสนพัทลุง น้องกัมปนาท น้องสามารถ คณะทำงานศูนย์ประสานงานภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชนพัทลุง

คุณ สมนึก พรรณศักด์ คนรักษ์ต้นไม้

 

บังหมัดให้สัมภาษณ์ ทีวี

     และอีกหลายท่านรู้จักหน้าไม่รู้จักชื่อ  รศ.ดร.ฉัตรไชย รัตนไชย  ม.สงขลา กล่าวเปิดงาน ตามด้วยนักวิชาการ ม.สงขลา มาให้ความรู้ เรื่องภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลง การรับมือ  และการทำประมง ชวากทะเล ในทะเลสาบ ซึ่งมีเนื้อหาสาระจากประเด็น ชี้ให้ถึงภัยที่เกิดขึ้น และมีมาใหม่ในข้างหน้า  โก้ฉ้องก็มาเปิดประเด็นในเรื่องทำทำอาชีพของคนเลสาบ จากนั้น คุณ นฤทธิ์ ดวงสุวรรณ์ นัก กระบวนกร คนเก่ง นำเสวนา ก็มาสรุปให้ฟัง  แล้วยังชวนคุยแบ่งกลุ่มย่อย ในโจทย์ที่ว่า"เรื่องภูมิปัญญาการการปรับตัว ต่อภัยพิบัติต่างๆ ในกลุ่มของภาคประชาชน ออกความเห็นให้ข้อมูล และสิ่งที่ต้องการอยากได้ใคร่มี ต่อทะเลสาบ เสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยการใช้ภูมิปัญญา มานำเสนอแลกเปลี่ยนกัน  งานนี้ คุณ นฤทธ์ บอกว่าเรามาแหลงกันเบาๆ เพราะพี่น้องเราหลายคนถือศิลอด งด"หลังแดง"*

 

          สิ่งที่ได้จากเวที

ได้รู้เรื่องชวากทะเล*

ได้รู้ความก้าวหน้าในการทำงานของ สผ. (สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

ได้รู้เรื่องลมทะเลสาบ*

และได้บทกลอนที่สอนใจในการอยู่ร่วมกัน ปฎิธานของคน สสว.12 ที่ว่า

"เราจะอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง

จะประคองกันไปให้ถึงฝัน

เปิดใจกว้างว่าอย่างว่าตามกัน

สำนึกมั่นมุ่งเน้น ความเป็น สสว12  

*ชวากทะเล(Estuary) =คือบริเวณส่วนล่างของปากแม่น้ำ ที่มีความกว้างมาก มีลักษณธคล้ายอ่าว ตอนบนของชวากทะเลนั้นจะตอบแหลมเป็นรูปกรวย และจะค่อยๆขยายขนาดไป เมื่อเข้าหาส่วนที่เป็นทะเล มากขึ้น บริเวณนี้มีการผสมกันระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม เนื่องจากเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำยุบตัวลงสู่แนวชายฝั่งทะเล จึงได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล ตัวอย่างของชวากทะเล ได้แก่บริเวณปากแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดระนอง ปากแม่น้ำเวฬ จังหวัดจันทบุรี และปากแม่น้ำชุมพร (ข้อมูลจาก วิกิพิเดีย)  

 

      *ลมต่างในทเลสาบสงขลา =

ลมนอก  = พัดจากตะวันออกเฉียงใต้  พัดตลอดฤดูกาล

ลมอุกา   =พัดจากตะวันออกเฉียงใต้ พัดแรงเป็นช่วงๆ

ลมเภา(ลมตะเภา)  =พัดจากตะวันออกเฉียงเหนือ พัดเดือน 11 เดือน12

ลมหลาตัน(สลาตัน)=  พัดจากทิศใต้  พัดแรงเป็นช่วงๆ 

ลมหมาคอเน่าหรือลมตีน= พัดจากทิศเหนือ

ลมว่าวหรือลมดาหรา (ลมอุตรา) =พัดจากทิศเหนือ  พัดๆ หยุดๆ ในเดือน สี่ หรือเดือน ห้า 

 

 

(ข้อมูลจาก หนังสือ  ภูเขา ทุ่งราบ  และทะเล องค์ความรู้เกี่ยวกับทะเลสาบ"คนใน" ประมวล มณีโรจน์  และพิเชษฐ์ แสงทอง)