ความรู้ที่ได้จากหนังสือ "การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง" โดย ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพจิต
จากหนังสือ การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง นั้นแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมบำบัดนั้นมีบทบาทเกี่ยวกับสุขภาพจิตของผู้ป่วยมะเร็งเป็นอย่างมาก เช่น
- แนวคิดการจัดการตนเอง ในหนังสือได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำตอบเกี่ยวกับการจัดการตนเองไว้ว่า "การจัดการตนเอง คือ คิดดี พูดดี มองโลกในแง่ดี แก้ไขปัญหาดี สร้างแรงจูงใจดี จัดการเวลาดี และจัดการกิจกรรมการดำเนินชีวิตดี" ซึ่งในทางกิจกรรมบำบัดมีการฝึก "ทักษะการแก้ไขปัญหา ทักษะการคิด วางแผน จัดการกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ความบกพร่องของร่างกาย จิตใจ สังคม ความแปรปรวนของอารมณ์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การจัดการพลังงานในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในตนเองและภายนอกตนเอง มีการส่งเสริมให้ทำกิจกรรม ให้เชื่อมั่นในสมรรถนะของตนเองในการทำกิจกรรม" และได้มีการสร้างโปรแกรมการจัดการตนเองขึ้นด้วย
นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการตนเองของผู้ป่วยมะเร็ง คุณทนงศักดิ์ ธัญญปกรณ์พันธ์ ที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไว้อย่างดีมาก
- การดูแลผู้ป่วยก่อนสิ้นชีวิต ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดได้มีการประเมิน คือ
" ความต้องการของผู้ป่วย ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ผู้ป่วยอยากสื่อสารและเชื่อมโยงความรักและความเห็นอกเห็นใจจากคนที่รักอย่างไร และ ผู้ป่วยปรับความคิดและวางแผนทำกิจกรรมที่มีคุณค่าแก่ชีวิตที่เหลืออยู่ไม่ มากนักอย่างไร "
และ"ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมที่ทำให้ผู้ป่วยสบายกายสบายใจและวางแผนความต้องการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต"
- สุขภาพทางจิตวิญญาณกับโรคมะเร็ง
โดยมีการให้ความหมายของสุขภาพทางจิตวิญญาณ คือ
" 1. การปรับจิตรู้สำนึกให้เกิดประสบการณ์ของการทำกิจกรรมอย่างตั้งใจและ มีทางเลือกด้วยความคิดที่ดีของตนเอง (ศีล)
2. การให้ความรู้สึกถึงเป้าหมายของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
3. การอยู่นิ่ง (สมาธิ) ทบทวนตนเองให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม และความรัก
4. การเข้าใจ (ปัญญา) ในที่มาของคุณลักษณะและความสามารถของตนเอง
5. การแสดงความเมตตากรุณาแก่สิ่งมีชีวิตรอบข้าง
6. การแยกแยะความทุกข์เพื่อเป็นอิสระด้วยแนวทางแก้ไขสาเหตุของความทุกข์นั้นอย่างมีสติ (อริยสัจจ์: ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) "
ซึ่งโรคมะเร็งนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางจิตวิญญาณเป็นอย่างมาก ในหนังสือเล่มนี้จึงมีการส่งเสริมสุขภาพทางจิตวิญญาณของผู้ป่วยมะเร็ง คือ
" - ทำความเข้าใจและยอมรับอาการของโรค รวมถึงการดูแลตนเองให้มสุขภาพที่ดี
- ฝึกพัฒนาจิตวิญญาณอย่างมุ่งมั่น มีสติก่อนทำกิจกรรม ย้อนทบทวนชีวิตอยู่เสมอ
- แสวงหาความรู้เพื่อประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ชีวิต
- พิจารณาประสิทธิผลของแพทย์แผนปัจจุบันและเเพทย์ทางเลือก แล้วพัฒนาแก่นความคิดสู่การปฏิบัติอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- มอง มะเร็ง ว่าเป็น เพื่อนชีวิต
- สร้างพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง พัฒนาจิตวิญญาณด้วยความมุ่งมั่นในการคิดีทำดี "
Ii is good to see concerns for for 'mind care' as well as health care.
There are a lot of people (who suffer diabetes, obesity, high blood pressure,..) in need of mind care but get hammered down with words like "terminal stage", "how to prepare for death",...
To prepare for the evitable is laudable, but to make the best of what life can offer is "wanted".
ขอบคุณ sr สำหรับความคิดเห็นค่ะ ^___^