ความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจของวัด จำนวน ๖ ด้าน

หลักการบริหารผู้บริหารของวัดตั้งแต่ระดับเจ้าอาวาสขึ้นไป

ความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจของวัด  จำนวน ๖  ด้าน

          ๑. ด้านการเผยแผ่ศาสนธรรม

          ๒. ด้านสาธารณสงเคราะห์

          ๓. ด้านการศึกษาสงเคราะห์

๔. ด้านการปกครอง

๕. ด้านศาสนศึกษา

๖. ด้านสาธารณูปการ

บทบาทของทรัพยากรที่มีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานของวัด

          ๑. ทรัพยากรภายในวัด

                   ๑.๑ เจ้าอาวาส

                   ๑.๒ บุคลากรภายใน

                   ๑.๓ องค์กรต่าง ๆ ในวัด

                   ๑.๔ งบประมาณ กองทุนและเงินบริจาค

          ๒. ทรัพยากรภายนอกวัด

                     ๒.๑  ภาคเอกชน

                     ๒.๒  ภาครัฐ

                    ๒.๓ องค์กรของสงฆ์

แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษา

                   ๑. แนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ตามหลักทางศาสนา

          - ประยุทธ์  ปยุตฺโต (๒๕๑๓) ได้กล่าวว่า หน้าที่ของพระสงฆ์ที่จะต้องปฏิบัติ  ๒  ประการ คือ

                   ๑.๑ บทบาทหรือหน้าที่ต่อตนเองของพระสงฆ์ มีภารกิจของสงฆ์ คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ

                   ๑.๒ บทบาทหน้าที่ต่อผู้อื่น

          ท่านประยุทธ์  ปยุตฺโต (๒๕๑๓) กล่าวว่า ดังพุทธพจน์ที่ตรัสสอนว่า

          “ภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลายเป็นผู้มีอุปการะมากแก่เธอทั้งหลายบำรุงเธอทั้งหลายด้วยจีวร บิณฑบาต  เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ฯลฯ เธอทั้งหลาย จงแสดงธรรมอันงามเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด  แก่พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้นเถิด”        

๒. ภารกิจ ๖ ด้านของมหาเถรสมาคมและวัด

     - พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ (ฉบับที่๒)

พ.ศ. ๒๕๓๕  มาตรา ๑๕ ตรี มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

          (๑) ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม

          (๒) ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร

          (๓) ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์

(๔) รักษาหลักธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา ๓๗ เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดังนี้

          (๑) บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปด้วยดี

          (๒) ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีอยู่หรือพำนักอาศัยอยู่ในวัดนั้น ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม

(๓) เป็นธุระในการศึกษาอบรมและสั่งสอนพระธรรมวินัย แก่บรรพชิตและคฤหัสถ์

(๔) ให้ความสะดวกตามควรในการบำเพ็ญกุศล

          ๒.๑ ด้านศาสนศึกษา  หมายถึง การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม บาลี และการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา

          ๒.๒ ด้านศึกษาสงเคราะห์ หมายถึงการจัดการศึกษาแก่ประชาชนทั่วไป เช่น โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด  และโรงเรียนการกุศลของวัด

          ๒.๓ ด้านเผยแผ่ศาสนธรรม หมายถึง การเผยแผ่ศาสนธรรม ดำเนินการใน ๒ ลักษณะ คือ

        ๑. โครงการที่ปฏิบัติสืบเนื่องได้แก่

                             - หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล

                             - การอบรมจริยธรรมนักเรียน ราชการ

                             - การอบรมครูจริยศึกษา

                             - งานพระธรรมทูต

         ๒.๔ ด้านสาธารณสงเคราะห์ หมายถึง งานที่เกี่ยวกับการสงเคราะห์ชุมชนและสังคม โดยมีวัดและพระภิกษุเป็นแกนนำ

         ๒.๕ ด้านสาธารณูปการ หมายถึง งานที่เกี่ยวกับการพัฒนาวัด ด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม เช่น การดูแล บำรุงรักษาสาธารณสมบัติของวัด  การดูแลรักษาและก่อสร้างอาคารสถานที่

         ๒.๖ ด้านการปกครองของสงฆ์ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) ๒๕๓๕

      ๓. แนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของวัดและพระสงฆ์ในสังคมไทย

          บทบาทของวัดในฐานะเป็นศูนย์กลางของสังคม (ปยุทธ์ ปยุตฺโต : ๒๕๑๓) ไว้ดังนี้

                   ๑. เป็นสถานศึกษาสำหรับชาวบ้าน

                   ๒. เป็นสถานสงเคราะห์

                    ๓. เป็นสถานพยาบาล

                    ๔. เป็นที่พักคนเดินทาง

                  ๕. เป็นสโมสรที่ชาวบ้านมาพบปะสังสรรค์

                  ๖. เป็นสถานบันเทิง

                  ๗. เป็นที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

                  ๘. เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม

                  ๙. เป็นคลังวัสดุ

                  ๑๐. เป็นศูนย์กลางการบริหารหรือการปกครอง

                  ๑๑. เป็นที่ประกอบพิธีกรรม

บทบาทของพระสงฆ์สูญสลายไป ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้

          ๑. ความเจริญแบบตะวันตก

          ๒. การไม่เข้าไปพิจารณาตอบรับความเจริญสมัยใหม่

          ๓. การสูญเสียภาวะผู้นำทางปัญญาของพระสงฆ์

 

สรุปบทบาทของพระสงฆ์ในสังคมไทยปัจจุบัน (ชำเลือง วุฒิจันทร์ : ๒๕๒๖)  ไว้ดังนี้

          ๑. การพัฒนาคุณภาพของพลเมือง

          ๒. การสงเคราะห์ประชาชน

          ๓. การช่วยเหลืองานราชการ

          ๔. แนวคิดเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนากับการจัดการศึกษา

          พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ จึงได้บัญญัติถึงความมุ่งหมายและหลักการในการจัดการศึกษาไว้ในหมวดที่ ๑ มาตรา ๖ ว่า

                   “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”

                  

หลักเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์

          ๑. คุณสมบัติส่วนตัวและส่วนวัด

          ๒. คุณสมบัติด้านสาธารณูปการ

                   - การเลื่อนสมณศักดิ์ จะต้องมีผลงานสาธารณูปการ ได้แก่ การก่อสร้างและบูรณะปฏิสังขรศาสนสถาน หรือถาวรวัตถุมาประกอบการพิจารณา

 

การก่อสร้างและการบูรณะปฏิสังขรถาวรวัตถุป(สาธารณูปการ)

          ๑. ในเขตปกครองหนกลาง ต้องมีจำนวนเงินตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐.- บาท (ห้าแสนบาท) ขั้นไป

          ๒. ในเขตปกครองหนเหนือ, หนตะวันออก, และหนใต้ ต้องมีจำนวนเงินตั้งแต่ ๑๕๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท)

๓. การรายงานผลงานสาธารณูปการนั้น ต้องแยกออกเป็น ๒ ส่วน คือ

         ๓.๑ ผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ (เฉพาะภายในวัด) จะต้องแจ้งรายละเอียดการก่อสร้าง เช่น

                   - แจ้งวัน เดือน ปี

                   - แจ้งลักษณะอาคาร

                   - แจ้งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

                   - รายงานผลการก่อสร้างครบทุกรายการ

          ๓.๒ รายงานผลงานการบูรณะปฏิสังขรถาวรวัตถุต่างๆ

         

รายงานผลงานเฉพาะตำแหน่ง เป็นกรณีพิเศษ

          ๑. พระสังฆาธิการขอเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นชั้นเอก (เจ้าอาวาสวัดราษฎร์)รายงานเพิ่มอีก ๒ ส่วน คือ

                   ๑.๑ ผลงานสาธารณูปการ

                   ๑.๒ ผลงานสาธารณะสงเคราะห์

         

          ๒. พระสังฆาธิการขอเลื่อนสมณศักดิ์ ชั้นเอก (เจ้าคณะตำบล) รายงานเพิ่มอีก ๓ ส่วน คือ

                   ๒.๑ ผลงานสาธารณูปการ

                   ๒.๒ ผลงานในหน้าที่เจ้าคณะตำบล (ไม่น้อย ๓ ครั้ง)               

                   ๒.๓ ผลงานสาธารณะประโยชน์

๓. พระสังฆาธิการขอสมณศักดิ์ ชั้นเอก (รองเจ้าคณะอำเภอ) รายงานเพิ่มอีก ๒ ส่วน คือ

                   ๑. ผลงานสาธารณูปการ

                   ๒. ผลงานในหน้าที่รองอำเภอ   

 

๔. พระสังฆาธิการขอสมณศักดิ์ เป็นเจ้าอำเภอชั้นพิเศษ รายงานเพิ่มเติม ๓ ส่วน คือ

                   ๑. ผลงานสาธารณูปการ

                   ๒. ผลงานในหน้าที่เจ้าคณะอำเภอ

                   ๓. ผลงานสาธารณะประโยชน์

งานหลักในหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลและเจ้าคณะอำเภอ ๒ ประการ คือ

         

          ๑. งานตรวจการคณะสงฆ์ ในเขตตำบลหรืออำเภอที่ตน        ปกครอง

         

          ๒. งานประชุมพระสังฆาธิการในเขตตำบลหรือในเขต          อำเภอที่ตนปกครอง

         

คำว่า”สาธารณูปโภค “กับคำว่า”สาธารณูปการ”มีความหมายและวิธีใช้อย่างไร

         

          คำว่า”สาธารณูปโภค” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน  พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ให้ความหมายว่า “น. การประกอบการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป  เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา  องค์การโทรศัพท์”

          คำว่า”สาธารณ” แปลว่า “ทั่วไป”

          คำว่า”อุปโภค”  แปลว่า”เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์”

นำมาสนธิกันเข้าจึงหมายถึง”การประกอบการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป”

นำมาสนธิกันเข้าจึงหมายถึง”การประกอบการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป”

          คำว่า”สาธารณูปการ” มาจากคำว่า”สาธารณ”กับคำว่า”อุปการ”

         

          คำว่า”อุปการ” พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ.๒๕๒๕  ให้ความหมายว่า”น. ความช่วยเหลือเกื้อกูล, ความอุดหนุน, คู่กับปฏิการ

         

          คือ การสนองคุณ, การตอบแทนคุณ, ก. ช่วยเหลือเกื้อกูล, อุดหนุน

คำว่า”สาธารณูปการ” เป็นศัพท์ทางศาสนา หมายถึง “การก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์”

         

          ตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔  มาตรา ๓๓ ได้จัดระเบียบบริหารการคณะสงฆ์ส่วนกลางเป็น

         

          “องค์การ” ต่าง ๆ  ซึ่งเปรียบเทียบด้วย”กระทรวง”ของฝ่ายบ้านเมือง คือ

                   ๑. องค์การปกครอง ก็พอเทียบได้กับ                                   กระทรวงมหาดไทย

         

                    ๒. องค์การศึกษา ก็เทียบได้กับกระทรวงศึกษาธิการ

                  

                   ๓. องค์การเผยแผ่  ก็เทียบได้กับ กรม                       ประชาสัมพันธ์

                  

                   ๔. องค์การสาธารณูปการ  ก็เทียบได้กับ กรม                 โยธาธิการ

สรุป : สาธารณูปการ  หมายถึง  การก่อสร้างและการบูรณปฏิสังขรณ์   เป็นระเบียบบริหารการคณะสงฆ์ส่วนกลาง

         

          พระราชบัญญัติคณะสงฆ์  ฉบับ  พ.ศ. ๒๔๔๘  ใช้คำว่า”องค์การสาธารรูปการ”

         

          แต่ในปัจจุบันบัญญัติว่าด้วยอำนาจหน้าที่มหาเถรสมาคม  และระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลาง

           เรียกว่า”การสาธารณูปการ

องค์การสาธารณูปการและการสาธารณูปการ  มีความหมายในการรวมกิจการคณะสงฆ์อย่างเดียวกัน กล่าวคือหมายถึง

         

          ๑. การก่อสร้างและการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุ

          และศาสนสถาน

         

          ๒. กิจการอันเกี่ยวกับการวัด คือ การสร้าง การตั้ง

              การรวม  การย้าย  การยุบเลิก 

                                      

การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา  การยกวัดร้างเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา

         

          และการยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง

         

          ๓. กิจการของวัดอื่น ๆ  เช่น การจัดงานวัด  การเรี่ยไร

         

          ๔. การศาสนสมบัติของวัด