สำหรับเราประทับใจในมุมมองการทำProductivityของผู้อำนวยการฯตรงที่ ไม่นึกถึงรูปแบบมากแต่ใช้วิธีการที่ประหยัดที่สุดแล้วก่อประโยชน์มากที่สุดแก่โรงพยาบาล เช่น ท่านคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำHA(Hospital Accreditation)ก็ได้เพราะโรงพยาบาลอุ้มผางสามารถทำTPI(Total Productivity Improvement)ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก

เจอบิดาของเจ้าของปัญหาครั้งแรก พอรู้ว่าจะต้องทำ legal aid ครั้งแรกแล้วรู้สึกตื่นเต้น และประหม่ามากๆ

เห็นแล้วรู้สึกว่าบิดาของน้องมีความตั้งใจที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาก ถึงขั้นลงทุนไปตรวจดีเอ็นเอ(ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร) ตอนที่รับผลตรวจและรู้ผลการตรวจแล้วคนเป็นพ่อยิ้มเลยทีเดียว คำพูดที่ว่า"ถ้าไม่ใช่ลูกผม ผมไม่เสี่ยงอย่างนี้หรอกครับ"ยังติดหูอยู่จนถึงตอนนี้

บอกตรงๆว่าเราไม่ค่อยแน่ใจในเรื่องทางปฏิบัติของอำเภอว่าจะเชื่อผลตรวจดีเอ็นเอเลยหรือเปล่า การสอบสวนจะต้องเพิ่มพยานบุคคลยืนยันอะไรอีกหรือเปล่า พอจะทำความเข้าใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ของอำเภอต้องมีความรัดกุมอยู่แล้วแต่ที่ว่ารัดกุมเนี่ยจะรัดกุมขนาดไหนไม่รู้

ตอนบ่ายวันนี้เป็นการอบรมน้องใหม่ของโรงพยาบาลครั้งที่สองที่เราเข้าร่วม(เมื่อวานเป็นการสาธิตการช่วยชีวิตแบบฉุกเฉิน เด็กนิติต้องพร้อมเรียนรู้ทุกอย่างอยู่แล้วเผื่อฉุกเฉิน อะไรก็เกิดขึ้นได้) วันนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพูดถึง Productivity (การเพิ่มผลผลิต,ผลิตภาพ) อันเป็นวิธีการพยายามใช้ทรัพยากรที่องค์กรมีอยู่อย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลอุ้มผางเองมีการใช้ Productivity หลายอย่างพอสรุปว่าเป็นการลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น ปลูกฝังบุคลากรในองค์กรให้ตั้งใจทำงานตามหลักวิชาชีพ และการ"เอาใจเขามาใส่ใจเรา"น่าจะเป็นหัวใจที่สำคัญมากในการให้บริการชาวบ้าน

สำหรับเราประทับใจในมุมมองการทำProductivityของผู้อำนวยการฯตรงที่ ไม่นึกถึงรูปแบบมากแต่ใช้วิธีการที่ประหยัดที่สุดแล้วก่อประโยชน์มากที่สุดแก่โรงพยาบาล เช่น ท่านคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำHA(Hospital Accreditation)ก็ได้เพราะโรงพยาบาลอุ้มผางสามารถทำTPI(Total Productivity Improvement)ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก

เพลงที่แนะนำให้ฟังเพื่อให้เข้ากับเวลาฤดูฝนคือเพลงนี้ http://www.youtube.com/watch?v=lGrC2xOKQ9k