ป.
Patama ปัทมา Gomutbutra โกมุทบุตร

เมื่อคุณแอร์ไม่สบาย


วันนี้ ขอเล่าถึงเรื่องไม่เกี่ยวกับคนป่วย แต่เป็น เครื่องปรับอากาศป่วย
เนื่องจากคุณไกลบ้านแซวว่า พักหลังนี้ออกจะวิชาการวิชาเกินมากไป :)
.

คุณแอร์ ของข้าพเจ้าเป็นแบบติดผนัง อายุ 3 ขวบ
เริ่มมีอาการน้ำมูกไหล คือน้ำหยดออกจากหน้ากาก มา 3 เดือน
ระยะแรกเป็นแบบหยดเล็ก หยดน้อย ก็เอาผ้าเช็ดตัวไปซับไหว
มาเดือนนี้ ตั้งแต่เข้าหน้าฝน
เปลี่ยนจากหยดแหมะๆ เป็นไหลโจ๊กๆ
มากเพียงไรโปรดดูจากภาพ
ข้าพเจ้าต้องเอาถังสังฆทานรอง
เพียงหนึ่งชั่วโมง ก็มีน้ำเกือบหนึ่งข้อมือ
ลักษณะน้ำใส ไม่มีกลิ่น ไม่รู้รส (เพราะไม่ได้ชิม)

กระนั้นก็ยังปล่อยให้เรื้อรังเป็นเดือน
เพราะจิตใจไปวุ่นวายกับเรื่องอื่น 
กว่าจะคิดหาช่างมาแก้ไข
ช่างบอกสงสัยจิ้งจกไปอุดทางระบายน้ำ !
คิวจะมาได้กลางสัปดาห์เป็นต้นไป
...

สิ่งที่ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึก ขณะเล่าอาการให้ช่างฟังคือ
ความไม่รู้ใน "Anatomy" และ "Physiology" ของเครื่องปรับอากาศ
ทำให้สื่อสารลำบาก และไม่ค่อยมั่นใจเสียเลย
จึงลองหาเป็นความรู้รอบตัว

ภาพจาก http://www.cmpnair.com/knowlage/air_body.php

ในส่วนกลไกการทำงาน เพื่อให้ตัวเองพอเข้าใจ
จึงโมเม คิดเสียว่า
ระบบคอยล์ร้อน คอยล์เย็น
ก็คล้ายกับ เลือดแดงเลือดดำ ในร่างกาย
ดึงความร้อนจากห้อง ไปปลดปล่อยนอกห้อง
น้ำที่หยดมาเป็นทางนั้น ไม่ใช่น้ำยาแอร์
แต่เป็นน้ำที่ควบแน่นจากอากาศร้อนชื้นในห้องกระทบกับคอยล์เย็น 

ภาพจาก http://www.myorlandoac.com/orlando-air-conditioning-blog/

ระหว่างนี้ จึงลองแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ด้วยการปรับอุณหภูมิห้องขึ้น จากที่ 21-22 องศาเซลเซียส
ก็พบว่า ณ 26-27 องศาเซลเซียส
น้ำหยุดไหลแฮะ
สำหรับตอนเย็นตอนกลางคืน
อุณหภูมิขนาดนี้ก็เย็นพอใช้ได้
เข้าใจว่า น่าจะเป็นจุด "สมมูล"
ระหว่างอัตราการควบแน่นเป็นหยดน้ำ
กับอัตราการไหลของน้ำในรางลงท่อ
แสดงว่าท่อระบายน้ำไม่น่าจะตันสนิท 100 % 
ไม่ใช่จิ้งจกกระมัง :) 

.
ประสบการณ์ครั้งนี้ สะท้อนใจข้าพเจ้า
บางทีการแก้ปัญหา ก็ไม่ได้ซับซ้อน..หากเราหยุดพิจารณา และค้นคว้าสักนิด
อย่างไรก็ตาม
ก็ยังจะให้ช่างมาช่วยเช็กอยู่ดีค่ะ
เพราะน้ำไม่หยด แต่เปิดแอร์ตอนกลางวันแล้วไม่เย็น..ก็ไม่รู้จะเปิดไปทำไม เนอะ

###
update 19 กรกฎาคม
วันนี้ช่างมาล้างแอร์ ก็พบกับ วัตถุแปลกปลอมสันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนจิ้งจก
อุดที่ข้อต่อลงท่อใหญ่จริงๆ อึ๋ย ! 
หลังใช้ที่เป่าลมอัด สิ่งอุดตัน น้ำแอร์ก็เลิกหยดสนิท :) 

หมายเลขบันทึก: 495071เขียนเมื่อ 17 กรกฎาคม 2012 11:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 กรกฎาคม 2012 22:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (26)
  • นึกว่าใครป่วย
  • 555
  • มีเช็คระดับน้ำด้วย
  • 555

สวัสดีครับหมอปอ..อ่านบันทึกแล้ว รู้สึกชอบและก็เห็นถึงสังคมแห่งความรู้นะครับ ไม่ว่าเราจะเป็นอะไร จะทำอะไร เรามีที่ปรึกษาจากเน็ต เมื่อรู้แล้วก็ค่อยไปปรึกษาคนที่รู้จริง ก็จะทำให้ประหยัด คุ้ัมค่า ยังไงก็หาช่างดีๆ มาซ่อม งานก็จะออกมาดีและเร็วอีกด้วย เป็นบันทึกที่ดีนะครับ ชอบจัง เบาสบายดี :)

...

ที่บ้านฐานะจนไม่มีแอร์
คงมีแต่พัดลมสิบแปดนิ้ว
พัดจนหัวหูกระเด็นเป็นริ้วริ้ว
ผมก็ปลิวปัดป้องรองไม่ทัน

กวาดเศษผมลงในถังพลังสูง
คอยลากจูงพัดลมหน้าคมสัน
ไปทุกห้องลองลากอย่างฉับพลัน
วันไหนร้อนสุดเสกสรรจำนรรจา

...

จาก คนไ่ม่มีแอร์ ;)...

...เมื่อก่อน..บ้านเมืองไทย..ไม่มีแอร์..ใต้ถุนสูง..ลมรอดได้..ช่องระบายลม..ใต้หลังคา..ข้างบ้านต้นไม้ร่มรื่น..อากาศ..เฉลี่ย..ยี่สิบถึงยี่สิบห้า..ร้อนหน่อยก็ไม่เกินสามสิบ..สาว..แก่แม่หม้าย..นุ่งห่ม..สไบเฉียง..หนุ่มก็ถกเขมร..เปลือยท่อนบน..เซ้กซี่ทั้งหญิงชายชาย.....กลายมาเป็น..บ้านเสาหาย..น้ำมาท่วมมิด..ช่องลมหายไปเลย..ต้องติดแอร์..ต้นไม้หายหมด..ที่ดินมันแพง..อิอิ..สไปผ้าขม้า..หายไปเป็นสูตร..ยกทรงราคาแพง...แอร์ที่มีอยู่ใหม่อยู่ไปนานๆ..กลายเป็น..แอร์กี่..ไปเสียเนี่ยะ....อิอิ..เอะ อะไรกันนี่...(ยายธี)

ที่บ้านปรับเป็น 27 องศามานานแล้วเฉพาะกลางคืน  ก็อยู่ได้สบายๆ

แถมค่าไฟถูกลงเห็นๆ  ส่วนกลางวันเปิดพัดลมจ้า...

ขอชื่นชมคุณหมอป.เก่งและเรียนรู้ไปเสียทุกอย่างเลยนะครับ

  • ช่างมาเอง.....ช่างเรียนรู้  เก่งจริง ๆ ค่ะ
  • โชคดีเหมือนกัน  ไม่มีแอร์เป็นของตนเอง  ตั้งแต่นโยบายรัฐบาลใช้ไฟฟ้าฟรี  ยังไม่เคยจ่ายค่าไฟเลยค่ะ
  • แต่ขึ้นบ้านใหม่  ไม่แน่เหมือนกัน  หลานบอกว่า  ถ้าไม่ติดแอร์จะไม่มาบ้านน้าอ้อ

 

  • อาการลักษณะนี้ เกิดจากท่อระบายน้ำทิ้งจากเครื่อง เกิดอาการตันครับ บางทีก็ไม่ได้ตันจนน้ำผ่านไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่น้ำทิ้งที่ค้างในท่อนานๆ จะเกิดเป็นเมือกครับ แล้วเจ้าเมือกนี่แหละที่ทำให้น้ำทิ้งในท่อไหลไม่สะดวก จนท้นท่วมข้อต่อซึ่งเป็นท่อพลาสติก ที่เชื่อมต่อแบบหลวมๆกับท่อน้ำทิ้ง ปัญหานี้จะเป็นมากถ้า slope ของท่อพลาสติกที่เชื่อมต่อกับท่อน้ำทิ้งนี้น้อยเกินไป เพราะหากเป็นเมือกเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้น้ำทิ้งล้นข้อต่อ เกิดเป็นน้ำหยดลงจากเครื่องแอร์ครับ แต่ถ้า slope ค่อนข้างดี ปัญหานี้จะเกิดขึ้นน้อยลงครับ
  • วิธีการแก้ไข คือเปิดฝาครอบด้านข้างของเครื่อง ด้านที่มีท่อออกจากตัวเครื่อง จากนั้นถอดท่อพลาสติกที่เชื่อมต่อกับท่อน้ำทิ้งออก หาไม้หรือวัสดุแท่งยาวๆ สอดเข้าไปในท่อพลาสติก และท่อน้ำทิ้ง เพื่อดึง หรือดัน เจ้าเมือกเหล่านี้ออกมาหรือออกไปให้มากที่สุด จากนั้นเชื่อมต่อท่อพลาสติกนี้เข้ากับท่อน้ำทิ้งเหมือนเดิม แล้วปิดฝาครอบให้เรียบร้อยเหมือนเดิมครับ อาการนี้ก็จะหายไป แต่สักพัก พอมีเมือกจับในท่อน้ำทิ้งจนน้ำล้นข้อต่อ ก็จะกลับมามีอาการน้ำหยดจากเครื่องเหมือนเดิมครับ
  • หากอาจารย์หมอ ป. ให้ช่างมาดูอาการนี้แล้ว ผมแนะนำให้อาจารย์บอกให้ช่างช่วยล้างทำความสะอาดระบบแอร์ทั้งระบบครับ คือล้างทั้งตัวตู้พ่นลม และคอมเพรสเซอร์ครับ ซึ่งจะทำให้แอร์เย็นขึ้น และประหยัดไฟมากขึ้นครับ การล้างแอร์นี้ ควรทำอย่างน้อย ปีละครั้งครับ ส่วนอาการน้ำหยดจากเครื่อง แก้ไขเมื่อเกิดอาการครับ
  • น้องแอร์ ไม่ได้ป่วยขนาดนอนโรงพยาบาลหรอกครับ เพียงแค่อ้อน อยากเจอช่างเท่านั้นเองครับ

อ่านเรื่องคน(ของ)ไข้ของคุณหมอ ป.  แล้ว อดคิดถึงพัดลมเข้าเฝือก  คน(ของ)ไข้ ของคุณหมอธันย์ไม่ได้ ที่นี่ค่ะ>> http://www.gotoknow.org/blogs/posts/179936

 

ต้องรักษาค่ะ.. ไม่งั้นค่าไฟบานปลายแน่ๆ

เมื่อก่อนอุณหภูมิต้องปรับไม่ต่ำกว่า ๒๕

แต่มีข้อมูลใหม่มาให้ลดเหลือ ๒๖-๒๗ ค่ะ จะประหยัดไฟดีนัก

 

  • เห็นอาจารย์หมอป. เกริ่นไว้ว่า "วันนี้ ขอเล่าถึงเรื่องไม่เกี่ยวกับคนป่วย แต่เป็น เครื่องปรับอากาศป่วย เนื่องจากคุณไกลบ้านแซวว่า พักหลังนี้ออกจะวิชาการวิชาเกินมากไป..." อ.วิ เลยคาดว่าจะได้ฟังเรื่องเบาๆ ที่ไหนได้ หนักกว่าเดิมเสียอีก เพราะเป็นความรู้ทางกลไกเชิงฟิสิกส์ ทำให้นึกถึงตอนที่เรียนวิชาโทวิทยาศาสตร์เมื่อ 43 ปีมาแล้ว จำชื่อวิชาไม่ได้ แต่งานในวิชานั้น คือ อาจารย์ให้ทำวิทยุ โดยให้ทำเป็นกลุ่ม อ.วิขอทำเดี่ยวเพราะกลัวว่าถ้าทำเป็นกลุ่มจะไม่มีโอกาสได้ทำ ปรากฏว่า แค่จับคอแร้งจี้ตะกั่วเพื่อบัดกรีก็มือสั่นแล้ว จนอาจารย์ต้องช่วย 
  • รูไหมคะว่า ตั้งแต่มีบ้านเป็นของตนเอง บ้านเรือนขวัญ ปี 2533 และบ้านไอดิน-กลิ่นไม้ ปี 2548 อ.วิไม่เคยได้เสียเงินซ่อมแอร์แม้แต่บาทเดียว
  • รู้ไหมคะ เพราะอะไร ก็เพราะบ้านอ.วิทั้งสองหลังไม่ได้ติดแอร์นั่นเอง...อิอิ...
  • อ.วิชอบ Fresh Air เลยไม่ติดแอร์แต่ปลูกต้นไม้เยอะๆ รอบบ้านให้ความเย็น และใช้แค่พัดลม เวลาไปทานข้าวนอกบ้าน ก็จะเลือกทานร้านที่เป็นสวนอาหารร่มรื่นด้วยต้นไม้
  • อาจารย์หมอป.นี่ใฝ่รู้จริงๆ นะคะ อยากรู้อยากเรียนไปซะทุกอย่าง
  • เห็นแขนของใครเอ่ย...มีขนแขนเหมือนลูกสาวอ.วิเลย ทำให้นึกถึงตอนที่ขึ้น Cable Car ไปชมทิทัศน์บนเขาโซรัคซานที่เกาหลีใต้ พวกป้าๆ พากันทักที่เห็นขนแขนเธอ Stand Up ...สนน.คนใส่เสื้อแขนสั้น

 

อาจารย์ขจิตอารมณ์ดีประจำเลยค่ะ 5X6 = 30 เลยนะค่ะ 555 :)

สวัสดีค่ะคุณเพชร ปรึกษาจากเน็ตและ gotoknow
สังคมแห่งการเรียนรู้ อ่านความเห็น คำแนะนำแต่ละท่าน
เป็นประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม 
อย่างน้อยก็ทำให้คุยกับผู้รู้แท้จริงรู้เรื่องมากขึ้นค่ะ

...

แต่ วันนี้ช่างว่าจะมาก็ยังไม่มา T_T

Ummmh, I wonder how many doctors (healthcare providers) have time to "investigate" the theory of operation, the design (goal and features), the engineering (manufacturing), and the actual operation (history) in environment -- before they prescribe treatments to "human" patients.

As Mitochondria pointed out from his experience a possible cause and a possible fix for a 'generic' air-con.

It is sad that "time is money" and that "productivity" is measured by quantity and cost over time. Our healthcare systems do not have time or money to give 'proper attention' (treatments) to patients anymore.

Whe we look at hospitals (and healthcare) as they are set up to do, the design, the engeering and the operation in environment, we can say 'our hospitals are sick' and need 'healthcare' ergently.

Wouldn't you agree?

เป็นการแก้ที่เหตุอย่างแท้จริงค่ะ

เมื่อไม่มีแอร์ก็ไม่ต้องแก้ปัญหาที่เกิดจากแอร์นะค่ะ :)

นึกภาพพัดลมสิบแปดนิ้ว แล้วคงเย็นชื่นใจเหมือนกัน (แต่ผมยุ่งหน่อย)

ยายธี ช่างเปรียบเทียบดีแท้ค่ะ

การแต่งกายสมัยก่อนที่ผู้ชายเปลือยอก ผู้หญิงใส่กระเช้า นั้นเข้ากับภูมิอากาศบ้านเรา

พอเอาเครื่องแต่งกายฝรั่งมา แต่อากาศไม่เหมือนเมืองฝรั่ง (เขาก็ไม่ติดแอร์)

เลยเกิดเรื่องขึ้นมา 

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ เปิดอุณหภูมิ 26-27 ประหยัดค่าไฟ

ว่างๆ ขอเชิญมารักษาคนป่วยที่บ้าน ๒ คนนะคะ - คุณกันขโมย เพราะเธอร้องกวนไม่เป็นเวล่ำเวลา ก็เลยปิดปากปิดจมูกไม่ให้เธอร้องไว้ก่อน - คุณวงจรปิด เธอช๊อคบ่อย และขี้เกียจทำงานกลางคืน จะมาเมื่อไหร่ พี่จะส่งรถไปรับ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..

สวัสดีค่ะคุณพิชัย ช่วงนี้เห็นบันทึกบ่อยขึ้น คงสบายดีนะค่ะ

เชื่ออย่างที่คุณหมออ้อว่าค่ะ

เดือนที่ไม่เปิดแอร์เลย ค่าไฟ 100 กว่าบาท
เดือนเมษายนเปิดแอร์กระหน่ำ ค่าไฟ 900 บาท

แตกต่างเห็นๆ

  • โห ประทับใจอาจารย์ mitochondria ที่ให้ข้อมูล แบบนักวิทยาศาสตร์อธิบายเหตุและผลชัดเจนดีค่ะ
  • วันนี้ช่างทำตามที่อาจารย์บอก เปิดฝาแล้วก็เจอว่า ท่อน้ำทิ้งมีเศษอะไรต่อมิอะไร อุดอยู่ แต่ช่างเขามีเครื่องมือเป็นที่เป่าแรงดันสูงอัดให้สิ่งอุดตันหลุดไปปลายท่อเลย 
  • เห็นแล้วสยองว่า เราปล่อยให้สิ่งสกปรกนี้อยู่ในเครื่องปรับอากาศที่เราหายใจอยู่ตั้งนาน ล้างแล้วก็รู้สึกเย็นสะอาดขึ้นเป็นกอง ติดใจ อย่างนี้ต้องเช็คสุขภาพแล้วล้างอย่างน้อยปีละสองครั้งแล้ว
  • ตกลงน้องแอร์ หายป่วยแล้วนะค่ะ

ขออนุญาต คุณดาวลูกไก่ นำภาพ "ของไข้" ที่ได้รับการรักษาจากหมอเทวดา มาเผยแพร่ต่อนะค่ะ :)

I made 4 mistakes in my last comment (above): 1) I used a foreign language 2) I used uncommon ideas and words without explaining 3) I had 'incomplete' words (e.g. Whe instead of When) 4) I had 'incorrect' words (e.g. ergently for urgently)

I used these as examples of what may be possible in our healthcare (and education, social systems,...).

And in correcting errors, it looks like we increase our productivity (by using simple statistical analysis). Only when we look at 'outcome' (for patients in healthcare, for students in education, people in social systems,...), we then see 'lower efficiency' in the use of resources.

Please forgive me for using your space to show some ugly pictures in our 'customary' ways of doing things. We must see the big pictures -- beyond personal preferences. ;-)

ขอบคุณที่จุดประกาย เทคนิคการประหยัดค่าแอร์
นอกจากตั้งที่ 26-27

การปิดผ้าม่านและปิดคอมเมื่อไม่ใช้ก็ช่วยได้ค่ะ :)

 

  • ขอบคุณค่ะ ท่านอาจารย์วิ เล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยได้อย่างแจ่มชัดเช่นเคย :)
    ตัวเองไม่เคยได้เรียนวิชาอิเล็คโทรนิกส์เลยค่ะ เห็นแต่พี่ชายใช้หัวแร้งจิ้มแผงวงจรส่งครู  ตอนเรียนก็ชอบวิชาฟิสิกส์มากที่สุด แต่ไม่ค่อยถูกกับบทไฟฟ้า เจอทีไรหงายหลังทุกที เลยไม่เลือกเรียนทางวิศวกรรมค่ะ
  • น่าสนใจค่ะ บ้านของอาจารย์ was, คุณหมออ้อ และอาจารย์ใช้ต้นไม้เป็นครื่องปรับอากาศธรรมชาติ เป็นต้นไม้เยอะๆ นี่ไง นักอนุรักษ์โลกตัวจริง
  • นับถือในความช่างสังเกต ละเอียดละออของอาจารย์มากเลยคะ ที่เห็น "ขนแขน stand up :)"

 

 
Khun Sr, indeed, I have to thanks you in your meaningful contribution to 'our-gotoknow citizen's space. You also give me example of highly responsible for language correction - I,conversly, left many careless typo in blog :)

That's nice reflect back to a sick human.
Do we think about anatomy and physiology -analysis mode  while taking care them.
I think we (doctors and nurses) need both "analysis" and "autopilot" mode.
Since there are many patients  sometime "anutopilot - automatic response" mode is the way to safe energy for some complex case.
.

However, sometimes "sick of health system" lead to purely use autopilot mode

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี