ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับการฆาตกรรมพระสุพจน์  สุวโจ

โดย กลุ่มกัลยาณมิตรพระสุพจน์ สุวโจ

 

มีข้อน่าสงสัยและน่าสังเกตหลายประการ ว่า พระสุพจน์ สุวโจ ถูกฆาตกรรมโดยเจตนา ซึ่งเป็นไปได้ ว่ามีการวางแผนและเตรียมการอย่างดีมาก่อน โดยมีการสร้างหลักฐาน และวัตถุพยานเพื่ออำพรางข้อเท็จจริงอย่างซับซ้อน ง่ายที่จะลวงให้ผู้ไม่เคยรู้จักพระสุพจน์ หรือไม่เคยรู้จักความเป็นไปของสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม จะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง โดยรู้เท่าไม่ถึงการ

 

.ที่พัก ที่เกิดเหตุ และการนุ่งห่มของพระสุพจน์

เนื่องจากกุฎิที่พักในสถานปฎิบัติธรรมสวนเมตตาธรรมอยู่ห่างกันมาก  เมื่อจะเดินออกมาระยะไกล (หลังจากถูกคุกคามและลักทรัพย์บ่อยครั้ง) กุฏิที่พักต้องมีการปิดประตูใส่กุญแจทุกครั้ง  แต่วันเกิดเหตุ ภายหลังพบศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าประตูกุฎิยังเปิดอยู่ ทั้งที่สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่างออกไปประมาณกว่า ๓๐๐ เมตร  ซึ่งถือว่าไกลพอสมควร  อีกทั้งสภาพศพมีเครื่องนุ่งห่มเพียงสบงและอังสะเท่านั้น  ต่างไปจากวิธีปกติที่พระสายสวนโมกข์ถือปฏิบัติ เมื่อเวลาออกไปนอกกุฎิที่พัก ซึ่งหากไม่ห่มจีวรก็จะต้องมีผ้าอาบน้ำ หรือสบง พาดเฉวียงบ่าไปด้วยทุกครั้ง  แสดงว่าก่อนเกิดเหตุพระสุพจน์ต้องรีบออกมาจากกุฏิโดยเร่งด่วน หรือมั่นใจว่าจะใช้เวลาทำธุระนอกกุฏิไม่ไกลและไม่นานนัก

 

.วัตถุพยานและหลักฐาน

ร่องรอยการตัดไม่ไผ่จำนวน ๒ ลำ ที่ปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นร่องรอยที่คนตัดน่าจะกระทำโดยความไม่ชำนาญ หรืออาจเป็นการตัดเพื่อถ่วงเวลา หรือเพื่อให้เกิดเสียงดัง เพราะมีลักษณะเป็นการสับถี่ ๆ มากกว่าจะตัดให้ขาดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ลำไผ่แตกหักเสียหาย ดังวิธีการที่ชาวบ้านซึ่งประสงค์จะนำไม้ไปใช้งานกระทำกันตามปกติ  เป็นไปได้หรือไม่ ว่าคนที่ตัดจะไม่ใช่คนในพื้นที่ หรือมิใช่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ซึ่งมีทักษะและประสบการณ์ในเรื่องการตัดไม้กว่าที่ปรากฏ

 

.การแบ่งพื้นที่ใช้สอยของสถานปฏิบัติธรรม

ส ถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรมมีความกว้างใหญ่ และค่อนข้างสงบสงัด ในฤดูฝนจะมีหญ้าหรือวัชพืชรกครึ้ม เพราะคณะสงฆ์ไม่ยินยอมให้คนงานใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช ทั้งยังมีการปลูกไม้ป่าเสริมเข้าไปในบริเวณสวนลิ้นจี่เก่าของเจ้าของที่ดินเ ดิม ทำให้ในระยะหลัง เกิดสภาพป่าใหม่ที่เพิ่งฟื้นตัว ทับซ้อนหรือกลืนรวมไปกับสวนลิ้นจี่อายุกว่ายี่สิบปี มีสัตว์ปาและนกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีชาวบ้านเข้ามาหาของป่า หาไม้ใช้สอย หรือหาสมุนไพรอยู่เสมอ

จึงไม่มีเหตุจูงใจใดๆ ที่พระสุพจน์ จะไปต่อว่าคนตัดไม้ไผ่ ดังสำนวนสอบสวนทางคดีหรือที่บางคนได้กล่าวไว้ ด้วยความไม่เข้าใจต่อความเป็นไปของสถานปฏิบัติธรรม เพราะจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณที่อนุญาตให้ชาวบ้านมาตัดไม้ไปใช้ได้ตามปกติอยู่แล้ว หากสังเกตให้ดี จะพบว่าเพียงไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก มีการขุดหลุมเผาถ่าน หรือร่องรอยการตัดไม้ใช้สอยอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งในบริเวณลานไผ่สำหรับปฏิบัติธรรม (อยู่ระหว่างที่เกิดเหตุกับกุฏิที่พักของพระสุพจน์) ยังมีไม้ไผ่จำนวนหนึ่งตัดกองทิ้งไว้ ให้ผู้ต้องการนำไปใช้สอยเลือกใช้ได้เองอยู่แล้ว  สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องตัดใหม่ หรือขออนุญาตแต่อย่างใด

 

.อาการอาพาธและข้อจำกัดทางร่างกายของพระสุพจน์

ที่ผ่านมา พระสุพจน์ สุวโจ กำลังอาพาธ ด้วยอาการเข่าอักเสบ (มีรายงานทางการแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอฝาง) มีอาการปวดเข่าเรื้อรัง แทบไม่สามารถเดินเท้าได้ในระยะไกล  มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ต้องจัดให้คนนำอาหารมาถวายอย่างต่อเนื่อง  ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นหรือเรื่องเร่งด่วน ก็ไม่น่าที่จะเดินเท้าไปไกลจากกุฏิที่พักได้เกินกว่า ๒๐ เมตร  (ตำรวจระบุว่าเดินไปไกลถึงกว่า ๓๐๐ เมตร)

คนทำอาหารและจัดอาหารมาถวายพระสุพจน์ตามความต้องการของมูลนิธิ คือ นางเสริฐ ภรรยานายสีทน (ไม่ทราบนามสกุล) ราษฎรบ้านห้วยงูใน มิใช่ร้านค้าหรือร้านอาหาร ดังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ส่วนนายสีทนนั้น นอกเหนือจากคอยเป็นธุระเรื่องอื่นๆ ของพระภิกษุและสถานปฏิบัติธรรมแล้ว ทางมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์และสถานปฏิบัติธรรมก็มักเช่าเหมารถปิคอัพของเขาใช้งานต่างๆ อยู่เสมอ

 

.แหล่งข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล

ในการลงพื้นที่ของกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สภาผู้แทนราษฎร  มีกำนันตำบลสันทรายมาให้ข้อมูล และคอยชี้แจงหักล้างข้อสังเกตที่จะเป็นประโยชน์ทางคดีต่อผู้ตายซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น บอกว่าไม่เคยรู้จักพระมาก่อน  หรือไม่ทราบว่ามีสถานปฎิบัติธรรมอยู่ที่นี่  หรือกระทั่งทางคณะสงฆ์ของจังหวัดเชียงใหม่ไม่เคยรู้เรื่องการจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรม   ซึ่งทั้งหมดล้วนไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนทั้งสิ้น เพราะพระภิกษุกลุ่มพุทธทาสศึกษาจากสวนโมกขพลาราม ไปจำพรรษาอยู่ที่สวนเมตตาธรรมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ มีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน  ทั้งที่อยู่แถบนั้น และจากอำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ ตลอดจนเคยมีการจัดอบรมพระภิกษุจากทั่วประเทศ โดยพระสงฆ์เหล่านั้นออกไปรับบิณฑบาตถึงในหมู่บ้านหลายครั้ง ทั้งทางมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์เองก็ยังมีการจ้างงานชาวบ้าน มีชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงมารับจ้างทำงานในสวนอยู่เป็นระยะ  ต่อเมื่อมีการข่มขู่คุกคามมากขึ้นในสามปีเศษนี้เอง ที่กิจกรรมส่วนใหญ่ต้องยุติลงไป

ในข้อที่ว่าไม่เคยติดต่อกับพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะปกครอง ก็ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าคณะตำบลเขียนไว้บนไวท์บอร์ดหน้ากุฎิของพระสุพจน์นั่นเอง ทั้งยังมีแถลงการณ์ของดอกเตอร์พระมหาบุญช่วย สิรินธโร ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (ในนามเครือข่ายพระนักพัฒนาภาคเหนือ)ออกมาแสดงความห่วงใยต่อรูปคดีและการดำเนินการของรัฐ ทันทีภายหลังการมรณภาพของ พระสุพจน์ สุวโจ แสดงให้เห็นว่าท่านผู้นั้นรู้จัก สนิทสนม และคุ้นเคยกับพระสุพจน์มาเป็นอย่างดี

ส่วนกำนันเองก็รู้ดีว่ามีสถานปฎิบัติธรรมตั้งอยู่ เพราะเมื่อมีการลักทรัพย์ (เครื่องสูบน้ำ)ของสถานปฎิบัติธรรมโดยนายมนู ส่างสุ และนายณรงค์ การสะสม กับคนร้ายอื่นไม่ทราบจำนวน ต่อมาตำรวจติดตามสืบสวนสอบสวนกระทั่งพบว่าเครื่องสูบน้ำเครื่องนั้นเคยนำไปเก็บไว้ที่บ้านกำนันผู้นี้ โดยกำนันเองก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีส่วนร่วมในการลักทรัพย์ของสถานปฎิบัติธรรมดังที่กล่าวแล้วข้างต้น(คดีอาญา ๔๓๑/๒๕๔๗ สถานีตำรวจภูธรอำเภอฝาง)

อนึ่ง เป็นที่ทราบกันดีในคณะสงฆ์อำเภอฝาง ว่าสถานที่ซึ่งอยู่ระหว่างพิพาทแห่งนี้ เคยเป็นสถานที่เตรียมการสำหรับก่อสร้าง มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยวิทยาเขตอำเภอฝาง มีการขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ และมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หลายครั้ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนักปกครอง หรือพระสังฆาธิการสายปกครอง จะไม่รู้จักสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้มาก่อน

ทั้งนี้ แทบมิต้องกล่าวถึง ว่าเมื่อครั้งพระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ผู้อยู่ร่วมสถานปฏิบัติธรรมกับพระสุพจน์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ กรณีรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี แสดงเจตจำนงจะออกสลากเพื่อระดมทุนจัดซื้อสโมสรฟุตบอลอังกฤษแห่งหนึ่ง ได้มีคณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้ามาสำรวจสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้มาแล้ว ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและกำนันนั่นเอง

 

.สื่อและการบิดเบือน

การที่สำนักข่าวไอทีวี  ได้ทำรายการวิเคราะห์ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาในเชิงลบ  โ ดยนำเสนอข้อมูลด้านเดียว ซึ่งเป็นคุณกับฝ่ายมุ่งหวังครอบครองที่ดินของสถานปฏิบัติธรรมโดยมิชอบ ทั้งที่ได้มีการสัมภาษณ์พระและผู้เกี่ยวข้องกับสถานปฏิบัติธรรมมากมายหลายคน แต่กลับมิได้นำคำสัมภาษณ์ของพระหรือญาติโยมที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ในสถา นปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรมไปประกอบการนำเสนอแต่อย่างใด

นอกจากนี้สถานปฎิบัติธรรมยังมีป้ายขนาดใหญ่อยู่บริเวณทางเข้าหลัก (ด้านหน้าประตูที่ ๒) ระบุว่าเป็นสถานปฏิบัติธรรมภายใต้มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ซึ่งเป็นูลนิธิจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย(เลขทะเบียน กท.๑๐๖๔แต่ไอทีวี(และสื่อบางประเภท)กลับพยายามนำเสนอป้ายเล็ก ๆ และชำรุดเสียหาย ซึ่งติดไว้อีกด้านหนึ่ง(ใช้เป็นทางเข้าไปยังบ้านพักคนงาน) ซึ่งระบุว่าเป็น ที่ส่วนบุคคลเพราะไม่ประสงค์ให้เป็นช่องทางเข้าออกสาธารณะ  นอกเหนือจากเส้นทางหลักที่เตรียมไว้ให้ เพื่อความปลอดภัยของคนงาน และผู้มาปฏิบัติธรรม

 

.การสรุปและชี้นำคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ .ฝาง  รีบร้อนรวบรัดสรุปคดีนี้จนเป็นที่น่าสังเกต พยายามอ้างหลายครั้ง ว่าเป็นเหตุการณ์ขัดแย้ง หรือทะเลาะวิวาทธรรมดา ทั้งพยายามจะจับกุม หรือควบุมตัว อดีตคนงานในสถานปฎิบัติธรรม หรือนำไปคาดคั้นหวังให้รับสารภาพ ตั้งแต่แรกพบศพพระสุพจน์ คล้ายพยายามเร่งหา แพะรับบาปเพื่อมารับโทษทัณฑ์ให้ได้ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไป โดยไม่พยายามสอบสวนเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่น่าสงสัย หรือผิดไปจากปกติ  ซึ่งต่อมาก็มีวิธีการเช่นนี้ปรากฏในการทำงานของหน่วยอื่นๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เข้ามาร่วมรับผิดชอบในคดีนี้ด้วยเช่นกัน

 

.ความเชื่อโยงระหว่างคดีเดิมกับการสังหาร

อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายณรงค์ การสะสม และนายมนู ส่างสุ ในคดีบุกรุกและข่มขู่โดยประสงค์ต่อทรัพย์ และแจ้งผ่านสารวัตรเวรผู้รับผิดชอบคดีนี้มาถึงพระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ เมื่อประมาณ ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๔๘ ก่อนที่พระสุพจน์จะถูกฆาตกรรมเพียงไม่กี่วัน ทั้งคดีอื่นๆ อีกหลายคดี ก็มีแนวโน้มที่จะถูกรื้อฟื้น หรือเร่งรัดให้มีการดำเนินการหาตัวคนผิดมาลงโทษ เป็นไปได้หรือไม่ ที่ผู้เกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องหา หรือต้องสงสัย หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ในคดีเหล่านั้น (ซึ่งมีข้อมูลเบื้องลึก ว่ามีความใกล้ชิดกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งประสงค์ต่อที่ดินในการดูแลของสถานปฏิบัติธรรม ที่กำลังมีกรณีพิพาท) จะประสงค์ร้ายต่อพระสุพจน์ ซึ่งเป็นผู้รู้เห็น และเป็นพยานปากสำคัญ

 

.สิ่งปลูกสร้างในสถานปฏิบัติธรรม

มีการกล่าวผ่านสื่อ ทั้งส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางอยู่บ่อยครั้ง ว่าสิ่งปลูกสร้างภายในสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม ไม่มีอาคารหรือโรงเรือนในลักษณะศาสนสถาน ดังมักปรากฏในวัดหรือสำนักสงฆ์ทั่วไปในกระแสหลัก ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้รับการอธิบายจาก น ..เปรมศักดิ์ เพียยุระ หนึ่งในกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ว่า พระสายสวนโมกข์นั้นถือแนวปฏิบัติตามท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ปลูกสร้างอาคารอย่างคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยยิ่งกว่ารูปแบบ และมุ่งเน้นให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างสอดคล้อง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ใกล้เคียงกับความตั้งใจของกลุ่มพุทธทาสศึกษาอยู่ไม่น้อย

ข้อที่ควรเพิ่มเติมเพื่อขยายความนั้น อยู่ที่ว่า สิ่งปลูกสร้างเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ ปลูกสร้างมานานหลายปี ก่อนพระสุพจน์และเพื่อนภิกษุจะเดินทางมาจำพรรษาในสถานที่นี้ เมื่อปลายปี ๒๕๔๑

เดิมทีนั้นสวนเมตตาธรรมเป็นสถานที่ และเป็นที่พักของฆราวาสเจ้าของที่ดิน จึงมิใช่วิสัยที่ฆราวาสจะปลูกสร้างที่อาศัยในรูปแบบของอารามที่พักสงฆ์ เมื่อประกอบกับแนวทางของพระจากสวนโมกข์ ซึ่งมิใช่ พระนักก่อสร้างจึงแทบมิได้ปลูกสร้างอาคารใดๆ เพิ่มเติมอีกเลย อย่างมาก ก็เป็นเพียงการรื้ออาคารเดิมมาประกอบขึ้นในที่ใหม่เท่านั้น

 

๑๐ .อาหารและการบิณฑบาต

มักกล่าวกันมากในข่าวระยะหลัง ว่าพระสงฆ์ที่ปฏิบัติธรรมในสวนเมตตาธรรมไม่ออกรับบิณฑบาต เรื่องนี้หากสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้านห้วยงูใน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๓ .๕ กิโลเมตร ก็จะทราบความจริงได้ดี ว่าเดิมทีนั้น ในหมู่บ้านดังกล่าว มีเพียงพระจากสวนเมตตาธรรมและสามเณรจากวัดโสภณารามเท่านั้นที่ออกบิณฑบาต ทั้งที่แถบนั้น มีวัดอย่างน้อย ๔ วัด มีที่พักสงฆ์อื่นๆ ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติกนิกายอีก ๒ - ๓ แห่ง เพิ่งมาในระยะที่มีการคุกคามจากผู้มีอิทธิพลอย่างรุนแรงในระยะ ๓ ปีเศษนี้เอง ที่พระจากสวนเมตตาธรรม จะออกบิณฑบาตเฉพาะในพรรษา ๓ เดือน เนื่องจากได้รับคำเตือนเรื่องความไม่ปลอดภัยจากชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง

พระสุพจน์เอง หากไม่ป่วย หรือบาดเจ็บ มักรับบิณฑบาตจากชาวบ้านใกล้สวนเมตตาธรรมด้านตะวันตก ประมาณ ๒ -๓ ครัวเรือน ทุกครั้งที่มีโอกาส

 

๑๑ .การสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นับแต่เกิดเหตุสังหารพระสุพจน์ สุวโจ สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอฝาง พ ...ธนพล ธนธารีนนท์ เพียงผู้เดียว ที่นิมนต์พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมประมาณ ๑๕ นาที ในฐานะที่อยู่ร่วมสถานปฏิบัติธรรมกับพระสุพจน์ผู้มรณภาพ นอกเหนือจากนั้น มิได้มีการติดต่อสอบถาม ทั้งทางโทรศัพท์ หรือขอให้นิมนต์ไปพบ ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายระดับมีการแถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวภายในสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ราวกับเคยอยู่ร่วมกับพระสุพจน์มาเป็นเวลานาน

ข้อสังเกต หรือการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ล้วนมาจากการคาดการณ์ หรืออนุมานเอาจากข้อมูลของบุคคลภายนอก หรือจากคนงานซึ่งมิได้มีความใกล้ชิดใดๆ กับผู้ตาย หรือพระภิกษุรูปอื่นๆ ในสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรมเลย

นี่ออกจะขาดความเป็นธรรม และง่ายที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งต่อรูปคดี ต่อผู้ตาย หรือต่อพระภิกษุที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ในสถานปฏิบัติธรรมแห่งนั้นได้โดยง่าย ผิดวิสัยที่ชาวพุทธที่ดีจะปฏิบัติต่อนักบวชในพระพุทธศาสนา หรือเจ้าหน้าที่ที่ดีจะปฏิบัติต่อผู้เสียหายในคดีที่ตนรับผิดชอบ

แทบมิน่าเชื่อ ว่าในคดีสังหารพระภิกษุที่สะเทือนขวัญชาวพุทธทั้งประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับมิเคยสอบถามข้อเท็จจริงใดๆ จาก พระมหาเชิดชัย กวิวํโส เพื่อนพระภิกษุที่ร่วมจัดกิจกรรมการอบรมธรรมะ ร่วมปฏิบัติธรรม และร่วมกับผู้ตาย ศึกษาและผลิตต้นฉบับหนังสือธรรมะกว่า ๑๐๐ เล่มมานานกว่า ๑๐ ปี เลยแม้แต่น้อย

แต่ขณะเดียวกัน กลับปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และสร้างความ เสื่อมเสีย -หมองมัว ให้เกิดขึ้นกับชีวิตในสมณเพศของพระภิกษุผู้ยังรอดชีวิตจากการข่มขู่คุกคาม หรือลอบทำร้าย ทั้ง ๒ รูป มาแล้ว(นับถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘)เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ สัปดาห์

 

๑๒ .เป้าหมายในทางคดี

แม้ว่าระยะเวลาที่ผ่านมาจะไม่นานนัก แต่ถ้อยคำ หรือข้อมูลที่เป็นถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนสมมติฐานเกี่ยวกับคดี ที่มีมาจากทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ดูจะเป็นไปเพื่อการสรุปคดีโดยง่าย ปิดคดีได้โดยเร็ว อย่างไม่พยายามเชื่อมโยงไปสู่ประเด็นที่ร้ายแรง หรือมีความสำคัญและเชื่อมโยงกับชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลในสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม ตลอดจนประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบแต่อย่างใด ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าความละเลยของเจ้าหน้าที่เช่นนี้เอง ที่น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญต่อการมรณภาพของพระสุพจน์ สุวโจ อย่างที่มิน่าจะเกิดขึ้น

ดูเหมือนกับว่า ความพยามจะ ปิดคดีให้ได้ในเวลาอันสั้น จะมีอยู่ในความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มากเสียยิ่งกว่าความพยายามจะรักษาชีวิตของพระภิกษุและญาติโยมที่ยังต้องอาศัยอยู่ในสถานที่นั้นด้วยซ้ำไป

 

 

.................................................................................................................................

          หมายเหตุ ยังมีข้อสังเกตอีกมาก ที่ผู้มีใจเป็นธรรมจะสามารถพบได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้ ตลอดจนการนำเสนอข้อเท็จจริงผ่านสื่อบางประเภท คณะทำงานจะนำเสนอเรื่องนี้ต่อไป เพื่อความเป็นธรรมของผู้ที่ยังอยู่และ ..จากไป.