จัดการความรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพชาวจังหวัดพิจิตร
<p>
ผมไปร่วมงาน “รวมพลคนรักษ์สุขภาพ จ.พิจิตร” มาครับ งานนี้จัดวันที่ 24 – 26 มิ.ย.48 ที่โรงแรมพิจิตร พลาซ่า ลานหน้าโรงแรมและลานหน้าแฮปปี้ พลาซ่า ผมไปร่วมตั้งแต่เย็นวันที่ 25 ไปจนเลิกงาน โดยการชักชวนของคุณสุรเดช เดชคุ้มวงศ์</p>“”– <p>
กิจกรรมมีทั้งการออกร้าน การแสดง การอภิปราย และการประชุมกลุ่มจัดการความรู้ของเกษตรกร
ผมไปถึงตอนประมาณ 15.30 น. (โดยคุณรุ่งโรจน์ เจศรีชัย มือเขียนบล็อกของมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตรไปรับจากร้านอาหาร เรน ฟอเรสต์ ที่พิษณุโลก) กำลังมีการประชุมกลุ่มกันอยู่ ผ่านไปสักครู่ก็เป็นการนำเสนอผลการประชุมกลุ่ม ว่าแต่ละกลุ่มมีกิจกรรมอะไรบ้าง และมีเป้าหมายจะร่วมกันทำอะไรต่อ ตัวอย่างเช่น
กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ
กลุ่มรำตะบองออกกำลังกาย
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มวิทยุชุมชน</p>
ผมติดใจการนำเสนอของกลุ่มรำตะบอง โดยคุณสุนทรา เตียวประเสริฐกุล จากตะพานหิน ประธานชมรมรำตะบอง ซึ่งมีหลายกลุ่ม มีท่ารำต่างกัน คุณสุนทราเล่าว่ากลุ่มตะพานหินไม่รำเฉย ๆ แต่นับไปด้วย โดยตะโกนดัง ๆ เพื่อบริหารปอด สมาชิกชมรมทุกคนได้รับการวัดความจุปอด พบว่าหลังออกกำลังกายโดยการรำตะบองแนวนี้ทุกคนมีความจุปอดเพิ่มขึ้น คุณสุนทราเป็นผู้หญิงวัย 50 ตัวไม่โต บอกว่าความจุปอดของตนกว่า 3 ลิตร
จุดสุดยอดของกลุ่มรำตะบองอยู่ตรงแผนในอนาคต จะมีการจัดการความรู้เพื่อการออกกำลังกายโดยการรำตะบอง จริง ๆ แล้วคุณสุนทราและสมาชิกกลุ่มคงจะไม่รู้จัก KM แต่วิธีที่คุณสุนทราเล่าเป็นการทำ KM คือมีการทำ KM แบบไม่รู้ตัว
คือจะมีการเชิญกลุ่มรำตะบองทั้ง 4 กลุ่มมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ท่ารำ เช่นบางกลุ่มใช้นกหวีด บางกลุ่มมีท่าร่ายรำแปลก ๆ จะมาแลกเปลี่ยนกันว่าแต่ละท่ามีข้อดีหรือจุดเด่นอย่างไร เพื่อหา “ท่ามาตรฐาน” และจะมีการถ่ายทำวีดีโอท่ารำที่ปรับปรุงแล้ว ส่งไปให้หน่วยงานวิชาการที่กรุงเทพฯ วิเคราะห์ท่าร่ายรำ ว่าท่าไหนดีไม่ดีอย่างไร เหมาะสมต่อคนที่มีร่างกายแบบใด
คุณสุนทราเล่าว่า สมาชิกชมรมของตนที่หลังค่อมเกือบ 90 องศา หลังรำตะบอง หลังเหยียดได้เกือบตรง จึงคิดว่าท่ารำน่าจะถูกต้องแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ผู้มีความรู้ตรวจสอบท่ารำของกลุ่ม
เห็นการสร้างความรู้จากการปฏิบัติ และนำความรู้เชิงทฤษฎีมาเชื่อมต่อไหมครับ
นักวิชาการนักวิจัยด้านพลศึกษา การกีฬา การออกกำลังกายครับ ชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันออกกำลังกายแบบนี้ และต้องการสร้างความรู้ขึ้นใช้งานแบบนี้คือ “ขุมทอง” ในการทำวิจัยของท่านนะครับ
วิจารณ์ พานิช
26 มิ.ย.48
พิจิตร
</font></strong>