หมออนามัย คนช่างฝัน
นายอานนท์ ภาคมาลี นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ
ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ทั้งใช้บัตรประกันสุขภาพ (บัตรทอง,บัตร30บาท) ครอบครัวอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ครอบครัวอาสาสมัครมาลาเรีย ครอบครัวทหารผ่านศึก อื่นๆเช่นพระ นักบวช บัตรประกันสังคม และไม่มีบัตร แน่นตั้งแต่ก่อนตีห้า (ห้านาฬิกาเช้ามืด) เพื่อมาเสียบบัตรนัดและรอรับบัตรคิว เป็นอย่างนี้เกือบทุกๆโรงพยาบาล ผมเห็นมีป้ายเขียนไว้ว่าผู้ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไปไม่มีคิว และรอรับบัตรคิว (หลายคนสงสัย แล้วเมื่อไหร่จะได้ตรวจ ไม่มีคิว หรือรอรับบัตรคิว) หรือบัตรคิวหมด ไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจง อันนี้คงเป็นนโยบายบริการผู้ป่วยที่จะได้รับความสะดวกรวดเร็วอีกหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข คนที่มีบัตรคิวได้รับความสะดวกกว่า การปฏิบัติไปตามคิวจะดีกว่า และสามารถสอบถามได้เมื่อไหร่จะถึงคิว บางคนอดข้าวอดน้ำมาเพื่อการเจาะเลือด ตื่นแต่ดึกมารอ เมื่อได้รับการตรวจโรคจากแพทย์และรับใบสั่งยานำไปยื่นที่โต๊ะถัดมา เพื่อขอรับใบนัดครั้งต่อไป ใครไปยื่นก่อนรออีกตรงนี้ ไม่มีคิวตามลำดับที่ยื่นใครเซ่อซ่าไม่รู้เรื่องและไม่รู้จักสอบถามยิ่งช้าอีก ได้ใบนัดแล้วนำใบสั่งยาไปยื่นที่ห้องยาและตรวจเช็ดสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล มีคิวรับยา (คิวช้ามากๆ) ต้องรอยา พอดีติดพักเที่ยง ต้องรอบ่าย ผมไม่เห็นลดขั้นตอนตรงไหนเลย และที่ไปตรวจตามแพทย์นัด อายุส่วนใหญ่เกินเจ็ดปีทั้งนั้น ผมไปหาช่องทางด่วนไม่เจอหรือผมเป็นคนบ้านนอกที่โง่เซ่อ สมัยก่อนเขาว่าพวกเรา (ว่าชาวบ้านว่า โง่ จน เจ็บ) ทุกวันนี้ คนมีการศึกษาดี มีฐานะ เจ็บป่วย ไปดูในโรงพยาบาลใหญ่ๆได้ เช่นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเบาหวาน ทุกคนถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทุกคน จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยอยู่ที่พฤติกรรมการบริโภคอาหารหรือกินอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนักตนเอง (สมัยก่อนมีคนกล่าวไว้ ไม่ต้องไปสนใจคนที่กล่าว) ตามใจปากเป็นหมู ตามใจจู๋เป็นเอดส์ คนน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนมีสารพัดโรค โรคหัวใจ ความดันโลหิต เหนื่อย หอบ อึดอัด ไปไหนมาไหนไม่สะดวก ทั้งเวลากินเวลานอน ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารการได้รับสารอาหารเกินและไม่ออกกำลังกาย
ในทุกวันนี้ตามโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยมารับบริการจำนวนมากรวมทั้งเตียงในการนอนพักรักษาพยาบาลบางแห่งมีคนไข้ล้นออกมาการสร้างตึกและเตียงเพื่อรอรับผู้ป่วยมีเท่าไรก็ไม่พอไว้บริการ ในอนาคตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังและลดปัญหาความพิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นกว่านนี้ในเรื่องของงบประมาณและการผลิตบุคลากรสาธารณสุข ในการดูแลด้านสุขภาพ (ผลิตเอง ฝากกระทรวงสาธารณสุข และบรรจุเอง เช่นทันตสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการและแพทย์) จะได้ไม่ต้องไปร้องที่หน้าทำเนียบรัฐบาลทุกวันนี้ ทั่วประเทศไทยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหมื่นๆแห่ง รัฐบาลต้องออกกฎหมายให้ทุกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนให้ทุนไปเรียนทุกๆปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการบรรจุแต่งตั้งบุคลากรทางวิชาชีพที่จะขาดแคลนในอนาคตของกระทรวงสาธารณสุข หรือมีน้อยไม่เพียงพอในการให้บริการประชาชน ผมเป็นคนช่างฝัน ฝันของผมจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำในระดับต่างๆ คนไหนทำได้และปฏิบัติก่อนเป็นผลดีต่อชุมชนนั้นๆ คนไข้มารับบริการที่โรงพยาบาลบางครั้งนั่ง นอนรอแพทย์มาตรวจอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสาม-สี่ชั่วโมงขึ้นไป เข้าพบแพทย์ 1-3 นาที ไม่น่าเกินนี้ แต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพทำทุกอย่างตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าตรวจหรือรับบริการ ทำบัตร ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงวัดความดันโลหิต ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 วัดปรอท ชักถามอาการ ตรวจสุขภาพ เจาะโลหิตตรวจหาน้ำตาลในเลือด จ่ายยาหรือทำแผล ฉีดยาคุมกำเนิด ฉีดยากันบาดทะยัก และกลับมาลงทะเบียนการรักษา ล้างเครื่องมือแพทย์ และเตรียมนึ่ง ทำทุกอย่าง บางแห่งเก็บกวาดเช็ดถูอุปกรณ์ต่างๆ ทำตั้งแต่สากกะเบือ (สากเก่าๆ) ยันเรือรบ
ทางด่วนผู้สูงอายุ ตาม พรบ.ผู้สูงอายุ ทุกรพ ต้องจัดสถาน บริการ ให้ผู้สูงอายุ ได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้